Official Update :

ชี้ “หุ้นโลก” 12 เดือนข้างหน้ายัง ‘ผันผวน’-มีโอกาสทำ ‘จุดต่ำสุด’... แนะกลยุทธ์ “Barbell” สร้างสมดุลรับมือ “เงินเฟ้อสูง” !!!

Fun of Funds: ภาพการลงทุนในปี 65 ถือเป็นอีกหนึ่งปีที่มีความท้าทายและความยากลำบากแก่นักลงทุน ถึงแม้ว่าจะสามารถฝ่าฟันจากวิกฤติ COVID -19 มาได้


แต่ตัวเลข “เงินเฟ้อ” ในระดับสูงที่เข้ามายังระบบก็เป็นตัวป่วนปั่นให้นโยบายการอัตราดอกเบี้ยต้องกลับมาสู่ขาขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่อยู่ในระดับต่ำมาเป็นระยะเวลากว่า 2 ปี


“ไทย” เองก็เลี่ยงไม่พ้นชะตากรรมเดียวกันกับโลก ล่าสุดตัวเลข “เงินเฟ้อทั่วไป” เดือนส.ค.ของไทยเองก็ออกมา 7.86% จากเดือนก.ค.ที่ 7.61% ขณะที่เงินเฟ้อทั่วไป 8 เดือน (ม.ค.-ส.ค.) อยู่ที่ 6.14% ด้าน “เงินเฟ้อพื้นฐาน” เดือน ส.ค.อยู่ที่ 3.15% และ 8 เดือนอยู่ที่ 2.16%


โดยภาครัฐประเมิน “เงินเฟ้อทั่วไป” ยังคงอยู่ในกรอบที่ 5.5-6.5% ซึ่งก็ยังทรงตัวในระดับที่สูงอยู่นั่นเอง !!!           


เพื่อเป็นการพานักลงทุนไปจังหวะการลงทุนในวันนี้ ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงได้ทำการหยิบยกมุมมองและกลยุทธ์การลงทุนในระยะข้างหน้าเพื่อต่อสู้กับเงินเฟ้อสูงมาแบ่งปันให้แก่ผู้อ่านและนักลงทุนที่สนใจกันในครั้งนี้



“เงินเฟ้อไทย”



“เงินเฟ้อสูง-ดอกเบี้ยขาขึ้น-ศก.ชะลอตัว”...3 ปัจจัยหลักดดัน “ตลาดหุ้นโลก” ยังผันผวน-มีโอกาสทำ “จุดต่ำสุด” ได้อีก

การ “ขึ้นดอกเบี้ย” เพื่อ “สกัดเงินเฟ้อ” ของประเทศหลักอย่างสหรัฐ ทำให้ “ตลาดหุ้นทั่วโลก” ต้องรับแรงกดดันอย่างมีนัยสำคัญจนเกิดการปรับตัวลดลงที่ค่อนข้างรุนแรงและพอร์ตนักลงทุนก็พลิกกลับมาเป็นลบอีกครั้ง


สะท้อนผ่านผลงานตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันของกลุ่ม “กองหุ้นโลก” ทั้ง 117 กอง มีผลตอบแทนเป็นบวกเพียง 2 กองเท่านั้น โดยทั้งผลตอบแทนตั้งแต่ -56.85% ถึง +2.24%


โดย ดร.ธนาวุฒิ พรโรจนางกูร รองกรรมการผู้จัดการ สายงานบริหารการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน บางกอก  แคปปิตอล จำกัด ให้ความเห็นว่า สถานการณ์ของตลาดหุ้นในปัจจุบันมีความกังวลเกี่ยวกับตัวเลขเงินในระดับสูง นโยบายอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นทั้งในสหรัฐฯ และทั่วโลก ความเสี่ยงของทิศทางเศรษฐกิจที่เข้าสู่ภาวะถดถอย สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน  ขณะที่จีนยังมีการล็อกดาวน์จากนโยบาย COVID Zero และความกังวลเกี่ยวกับตัวธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในจีน



(ดร.ธนาวุฒิ พรโรจนางกูร)



 “ซึ่งมุมมองในช่วง 12 เดือนข้างหน้าประเมินว่า ตัวเลขเงินเฟ้อ จะยังอยู่ในระดับสูงต่อไปและทำให้นโยบายอัตราดอกเบี้ยจะมีความเข้มงวดอย่างต่อเนื่องเพื่อแก้ปัญหาขณะที่ภาพรวมของเศรษฐกิจก็จะยังไปในทิศทางที่เริ่มชะลอตัวลง แต่ซึ่งที่คาดเดาได้ยากก็คือตัวเลขเงินเฟ้อและตัวเลขอัตราดอกเบี้ยจะออกมาอยู่ในระดับสูงแค่ไหน และเศรษฐกิจจะชะลอจนเกิดภาวะถดถอยหรือไม่”



แนะกลยุทธ์ “
Barbell” สร้างสมดุลให้พอร์ต ‘สู้เงินเฟ้อ’…ผสมหุ้น “Defensive-การลงทุนทางเลือก” มองหาโอกาสจากหุ้น “Growth”

จึงทำให้ภาพรวมการลงทุนในช่วง 12 เดือนข้างหน้ามี “ความผันผวน” และทำ “จุดต่ำสุด” จาก 3 ปัจจัยข้างต้น ผู้ลงทุนจึงต้องมีการ “กระจายความเสี่ยง” การลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ภายใต้กลยุทธ์ที่แนะนำอย่าง Barbell ด้วยสินทรัพย์ที่มีความ ‘Defensive’ และ สินทรัพย์ทางเลือก อาทิ กองรีทในประเทศ ทองคำ และกองทุนที่ลงทุนในหลักทรัพย์ชนิดต่างๆ ตราสารอนุพันธ์ และตราสาร ทางการเงินต่างๆ (hedge fund)


“ส่วนสินทรัพย์เสี่ยงแนะนำให้ปรับลดน้ำหนักทั้งในประเทศและต่างประเทศ แต่อย่างไรก็ดีหุ้นที่ปรับลงมาแรงอย่าง หุ้นกลุ่มเติบโต’ (Growth) โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ปรับตัวลดลงค่อนข้างแรงในช่วงที่ผ่านมา ก็ถือเป็นโอกาสการลงทุนได้ซึ่งผู้ลงทุนสามารถหาจังหวะที่ย่อตัวลงมาเพื่อทยอยสะสม แต่อาจจะต้องระมัดระวังหรือหลีกเลี่ยงช่วงที่มีการปรับตัวขึ้น”


กลยุทธ์การลงทุนในช่วง “เงินเฟ้อสูง” เช่นนี้ คงต้องเน้นการสร้างสมดุลให้พอร์ตการลงทุนด้วย กระจายการลงทุนไปในทั้ง “Defensive” และ “สินทรัพย์ทางเลือก” ตลอดจนไม่ละเลยโอกาสลงทุนใน “หุ้นเติบโต” (Growth) ด้วยเช่นกัน

Wealth Guy

นักข่าวเลือดใหม่ “สายกองทุน” ที่พร้อมจะนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร สาระที่เป็นประโยชน์ มีสีสัน สนุกและเข้าใจง่าย ตอบโจทย์นักลงทุนทุก Generation ให้เข้าถึงโลกของการลงทุนได้อย่างเท่าเทียม