คาด “เงินเฟ้อ” ปีหน้าชะลอตัว-ลดเสี่ยง ‘ศก.โลก’ สู่ภาวะถดถอย... ชู “กองหุ้นปันผล” สร้างผลตอบแทนได้ดีในทุกภาวะตลาด !!!
Fun of Funds: “เงินเฟ้อสูง” เป็นปัญหาที่ทั่วโลกกำลังเผชิญในปัจจุบันและยังน่าจะอยู่กับเราไปอีกระยะเวลาหนึ่งเลยทีเดียว อันตรายหนึ่งที่สำคัญ คือ การกัดกร่อน “อำนาจซื้อของเงิน” ในกระเป๋าคุณ
ประเทศที่ตัวเลขเงินเฟ้อสูงมาก ย่อมส่งผลกระทบมากตามไปด้วย “ธนาคารกลาง” แต่ละประเทศก็ประกาศสงครามกับเงินเฟ้อด้วย “การปรับขึ้นดอกเบี้ย” กันตามที่ปรากฏตามสื่อต่างๆ ในช่วงที่ผ่านมาและยังจะต่อเนื่องต่อไปตราบเท่าที่เงินเฟ้อยังไม่ปักหัวลง
แต่ในแง่ของ “การลงทุน” เองก็มีความลำบากเช่นเดียวกัน เพราะ “ผลตอบแทนหายาก” วิ่งไม่ทันเงินเฟ้อกันแล้วในตอนนี้ สินทรัพย์เสี่ยงอย่าง “หุ้น” ได้มีการปรับตัวลดลงทั้งราคาและผลตอบแทนจากลงทุน โดยเฉพาะ “หุ้นเติบโต” (Growth) และ “หุ้นเทคฯ”
ทำให้นักลงทุนเกิดความกังวลและข้อสงสัยว่าจะควรรับมือเช่นไร? ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงมีคำแนะนำและมุมมองการลงทุนมาแบ่งปันให้แก่ผู้อ่านและผู้ที่สนใจ

(ที่มา: www.statista.com)
“เงินเฟ้อสูง” กดหุ้นทั่วโลกดิ่งกว่า -30%...คาดปีหน้าตัวเลข ‘ชะลอตัว’-ลดความเสี่ยง ‘ศก.โลกถดถอย’
ตัวเลข “เงินเฟ้อ” ยังคงอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูง ด้วยราคาของสินค้าบริโภคที่ยังปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องจากปัญหาความขาดแคลนของซัพพลายที่มีสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนเป็นต้นตอ
ซึ่งส่วนหนึ่งก็มาจากความร้อนแรงของเศรษฐกิจที่ได้รับนโยบายการเงินและคลังเข้ามากระตุ้นกำลังซื้อให้เร่งตัวขึ้น หลังจากได้รับผลกระทบจากการเกิดสถานการณ์แพร่ระบาดของ COVID-19 ในช่วงที่ผ่านมา
ในช่วง “เงินเฟ้อสูง” และ “เศรษฐกิจชะลอตัว” เช่นนี้ กลุ่ม “หุ้น Defensive” และ “หุ้นปันผล” ก็เป็นทางเลือกทางรอดในการลงทุนได้เป็นอย่างดี
โดย “จอช ดิวทซ์” รองหัวหน้าทีมโกลบอลเอคควิตี้ อเบอร์ดีน (abrdn) มองว่า แม้ว่าปัจจุบันทั่วโลกกำลังเผชิญกับสถานการณ์ “เงินเฟ้อ” แต่เชื่อว่าสถานการณ์จะคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น หลังจากที่ราคาพลังงานมีการปรับตัวลดลง ประกอบกับการจ้างแรงงานนั้น มีทิศทางที่ดีขึ้น
ขณะที่ต้นทุนแรงงานยังอยู่ในอัตราคงที่ ทำให้ทิศทางอัตราเงินเฟ้อน่าจะปรับลดลงได้ โดยคาดว่าปีหน้าอัตราเงินเฟ้อจะลดลงอยู่ในระดับ 5.1% จากปีนี้ที่คาดว่าจะพุ่งสูงถึง 8% และยังเชื่อว่าจากปัจจัยเหล่านี้จะทำให้นักลงทุนคลายความกังวลเรื่องเศรษฐกิจโลกจะเข้าสู่ภาวะถดถอยได้

(จอช ดิวทซ์)
“การแพร่ระบาดของ COVID-19 ก่อให้เกิดปัญหาการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกและส่งผลกระทบต่อ ‘ตลาดหุ้นทั่วโลก’ ให้ปรับตัวลดลงมากกว่า 30% อย่างไรก็ตามการที่ ‘ธนาคารกลางสหรัฐ’ (FED) เข้ามาควบคุมสถานการณ์ พร้อมด้วยนโยบายการสนับสนุนต่างๆ จากภาครัฐของประเทศต่างๆ ทำให้ภาคเอกชนสามารถขับเคลื่อนและดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง จะเห็นได้จากผลประกอบการในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้ ที่บริษัทต่างๆ สามารถสร้างรายได้และกำไรได้ดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ และยังสามารถจ่ายเงินปันผลได้อีกด้วย”
ชู “กองหุ้นปันผล”...ทางเลือกต่อสู้ “เงินเฟ้อ”
จึงมีมุมมองการลงทุนในสินทรัพย์ที่จะสามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่าสม่ำเสมอคงหนีไม่พ้น กองทุนที่เน้นการลงทุนในหุ้นปันผล โดยทางบริษัทมี ‘กองทุนเปิด อเบอร์ดีน โกลบอลไดนามิค ดีวิเด็น ฟันด์’ (ABGDD) ซึ่งลงทุนในหุ้นเติบโตและหุ้นคุณค่าทั่วโลกด้วยกลยุทธ์การลงทุนที่แตกต่าง
โดยกองทุนหลักมุ่งหวังที่จะมอบโอกาสในการรับผลตอบแทนจากกระแสรายรับเป็นประจำทุกเดือน รวมถึงโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนจากกำไรจากมูลค่าของหุ้นที่เพิ่มขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้กองทุนสามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างต่อเนื่อง แม้จะอยู่ในช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19 โดยมีอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ 6% ต่อปี
จากการเลือกหุ้นในตลาดหุ้นทั่วโลก ทั้งสหรัฐและยุโรป ซึ่งถือว่าเป็นตลาดที่ยังน่าสนใจ โดยเฉพาะตลาดหุ้นเยอรมัน และลงทุนในหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคด้านพลังงานและโรงไฟฟ้า รวมถึงกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีกระแสเงินสดดีเป็นหลัก
“การลงทุนในกองทุนที่เน้น ‘หุ้นปันผล’ ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดี เพราะสามารถสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอในทุกสภาวะตลาด โดยบริษัทเหล่านี้สามารถจ่ายปันผลได้แม้ว่าจะอยู่ในช่วงภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งถือว่าเป็นหุ้นปันผลที่มีกระแสเงินสดดี ด้วยประสบการณ์ของทีมงานทำให้สามารถวิเคราะห์และเลือกหุ้นที่สามารถสร้างผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอในระยะยาวได้”
