“ASP-TAIWAN” เกาะกุม “หุ้นไต้หวัน”... “หัวใจ” ของซัพพลายเชน “ชิปโลก” โอกาสลงทุนที่ยิ่งใหญ่ “สำคัญ” เกินกว่าจะละเลย !!!
โดย: บลจ.แอสเซท พลัส
รู้หรือไม่?...ปีนี้ “หุ้นไต้หวัน” ปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่น +52.24% ไม่น้อยหน้า “หุ้นเกาหลีใต้” ที่ +52.74% และดีกว่า “หุ้นญี่ปุ่น” และ “Nasdaq” ที่ +27.84% และ +11.69% ตามลำดับ (ที่มา: Bloomberg, วันที่ 26 ส.ค. 26)
เป็นตลาดที่มีผลงานดีอันดับต้นๆ ของโลกเลยทีเดียว ที่สำคัญ “ตลาดหุ้นไต้หวัน” กำลังก้าวขึ้นเป็นตลาดหุ้นขนาดใหญ่ “อันดับ 5” ของโลก แซงหน้า “หุ้นอินเดีย”
โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากการปรับตัวขึ้นของหุ้น “กลุ่มเทคโนโลยี” โดยเฉพาะ “TSMC” สะท้อนถึงบทบาทที่เพิ่มขึ้นของไต้หวันในฐานะหนึ่งใน “ศูนย์กลางสำคัญ” ของอุตสาหกรรม “AI” และ “Semiconductor” ของโลก
ในขณะที่การเติบโตทางเศรษฐกิจของ “ไต้หวัน” ในปีนี้ก็ร้อนแรงไม่แพ้กัน GDP ไตรมาสที่2/26 โตสูง 12.93% (YoY) โดยภาครัฐได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตทั้งปีขึ้นเป็น 11.05% ซึ่งเป็นการเติบโตเป็นตัวเลข “2 หลัก” ครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2010 จากแรงขับเคลื่อนของภาค “ชิป” (Chip) และ “ปัญญาประดิษฐ์” (Artificial Intelligence: AI) เป็นสำคัญ (ที่มา: tradingeconomic.com, วันที่ 26 ส.ค. 26)
สำหรับบุคลิกของ “ไต้หวัน” เองนั้นค่อนข้างพิเศษกว่าประเทศอื่นๆ ในแง่เศรษฐกิจ “ไต้หวัน” ถือเป็นประเทศในกลุ่ม “ตลาดพัฒนาแล้ว” มีอันดับเครดิต “AA+” ที่ GDP โตสูงมากของโลกในปัจจุบันแซงหน้าสหรัฐ, เกาหลีใต้ และญี่ปุ่นแบบไม่เห็นฝุ่นเลยทีเดียว
แต่ในแง่ของตลาดหุ้น “ไต้หวัน” ยังถูกจัดอยู่ในกลุ่มของ “หุ้นตลาดเกิดใหม่” อย่างไรก็ตามด้วยเศรษฐกิจไต้หวันที่ยังมีความสามารถในเติบโตสูง ช่วยสนับสนุนให้ “หุ้นไต้หวัน” ยังคงมีผลตอบแทนที่โดดเด่นได้นั่นเอง
จะดีแค่ไหน? ถ้าคุณมีโอกาสได้ลงทุนใน “หุ้นไต้หวัน” หัวใจของซัพพลายเชน “ชิปโลก” เกาะขนาดเล็ก ที่มาพร้อมโอกาสลงทุนที่ยิ่งใหญ่ “สำคัญ” เกินกว่าจะละเลย
วันนี้โอกาสนั้นมาถึงแล้ว ล่าสุด “บลจ.แอสเซท พลัส” เตรียมนำเสนอ “ASP-TAIWAN: กองทุนเปิด แอสเซทพลัส ไต้หวัน อิควิตี้” กองทุนที่เน้นลงทุนใน “หุ้นไต้หวัน” ที่เตรียมเสนอขายครั้งแรก (IPO) ระหว่างวันที่ 25 ส.ค. – 1 ก.ย. 2026 นี้
ส่อง 5 ปัจจัยบวก หนุน “หุ้นไต้หวัน”...เติบโตรับ “AI Megatrend”
ถ้า “ช่องแคปฮอร์มุซ” เป็นหัวใจสำคัญของ “พลังงานโลก”...
“ไต้หวัน” ก็เป็นหัวใจสำคัญของซัพพลายเชน “ชิปโลก”...
แม้จะอยู่ในท่ามกลางความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์ แต่ไม่ได้ลดความสำคัญของ “ไต้หวัน” ในแผนที่การลงทุนโลกลงแต่ประการใด สะท้อนผ่านการเติบโตทางเศรษฐกิจและผลตอบแทนของตลาดหุ้นในปีนี้ได้เป็นอย่างดี
“ไต้หวันจึงไม่ได้เป็นเพียง ‘เกาะแห่ง Semiconductor’ แต่กำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งใน ‘หัวใจสำคัญ’ ของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและ ‘AI’ ของโลก ด้วย ‘Tech Ecosystem’ ที่แข็งแกร่งและยากต่อการทดแทน ประกอบกับการสนับสนุนจากภาครัฐ และแนวโน้มผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่มีโอกาสเติบโตตามการลงทุนด้าน ‘AI’ ทั่วโลก หรือ “AI Megatrend” ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ ‘ตลาดหุ้นไต้หวัน’ เป็นอีกหนึ่งโอกาสการลงทุนระยะยาวที่น่าจับตามองที่ไม่ควรละเลย”
ทั้งนี้ยังมี “ปัจจัยบวก” 5 ประการที่สำคัญที่หนุนให้ “ตลาดหุ้นไต้หวัน” ยังคงโดดเด่นและน่าสนใจเป็นหนึ่งในหมุดหมายของนักลงทุนทั่วโลก ได้แก่
-
“ตลาดหุ้นไต้หวัน” โตเด่นสุดในกลุ่มตลาดหุ้นด้านเทคโนโลยีของโลก ได้รับประโยชน์โดยตรงจาก “AI Boom” ที่ส่งผ่านมายังบริษัทเทคฯ ของไต้หวัน นั่นทำให้ “หุ้นไต้หวัน” มีผลตอบแทนชดเชยความเสี่ยง (Shape Ratio) เหนือดัชนีอื่นในธีม AI ทั้งหุ้นเกาหลีใต้และ S&P500 ด้วยเช่นกัน
“ในขณะที่ ‘ราคาไม่แพง-กำไรโตดี’ โดย EPS Growth คาดว่าจะเร่งจาก 17% ในปี 2026 เป็นราว 28% ต่อปี ในช่วงปี 2027–2028 และราคาที่ยังไม่แพงเมื่อเทียบกับศักยภาพการเติบโต”
-
“ไต้หวัน” โรงงานผลิตชิปของโลก เปรียบเสมือน “หัวใจ” ของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและ AI โลก จาก “TSMC” ที่ครองส่วนแบ่งตลาด Foundry โลก 71% และตลาดชิปขั้นสูง 90% ทำให้ไต้หวันแทบผูกขาดในการเป็นฐานการผลิตชิปของโลก
-
“ไต้หวัน” เป็น “หัวใจ” ของห่วงโซ่อุปทานชิปของโลก ความแข็งแกร่งของไต้หวันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงผู้ผลิตชิปรายใหญ่ แต่เกิดจาก “Tech Ecosystem” ที่เชื่อมโยงกันอย่างครบวงจร ตั้งแต่บริษัทออกแบบชิป, โรงงาน Foundry ผู้ผลิตเครื่องจักรและวัสดุ ไปจนถึงธุรกิจ Packaging และ Testing
“โดยมี ‘Science Park’ สำคัญใน Hsinchu, Central Taiwan และ Southern Taiwan เป็นฐานเชื่อมโยงผู้ประกอบการและบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเข้าไว้ด้วยกัน ทำให้เกิดประสิทธิภาพทั้งด้านต้นทุน การประสานงาน และการพัฒนาเทคโนโลยี ซึ่งเป็นความได้เปรียบที่สร้างขึ้นทดแทนได้ยากในระยะสั้น”
จากข้อได้เปรียบด้านต้นทุนและระบบนิเวศที่ครบวงจร ทำให้การผลิตชิปเดียวกันใน “ไต้หวัน” มีต้นทุนต่ำกว่าการผลิตใน “สหรัฐ” ราว 59%

-
“AI” หนุนเศรษฐกิจไต้หวันเติบโตโดดเด่น ไตรมาสที่2/26 GDP “ไต้หวัน” โต 12.93% โดยภาค “ส่งออก” คิดเป็น 60 – 70% ของ GDP และสินค้าที่เกี่ยวกับ “AI” มีสัดส่วนสูงถึง 74% ของมูลค่าส่งออกทั้งหมด
-
“นโยบายสนับสนุนภาครัฐ” ดึงดูด 31% Global Chip CAPEX สู่ “ไต้หวัน” โดยภาครัฐไต้หวันยังเดินหน้าสนับสนุนอุตสาหกรรมเทคโนโลยีผ่านมาตรการอย่าง “Taiwan Chips Act” ซึ่งให้สิทธิประโยชน์ด้านภาษีแก่การลงทุนด้าน R&D และเครื่องจักรสำหรับกระบวนการผลิตขั้นสูง ควบคู่กับ “Taiwan Chip-Based Industrial Innovation Program” ที่สนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยี บุคลากร Compute และระบบนิเวศ Chip-AI ในระยะยาว โดยมีกรอบงบประมาณรวม 300,000 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน ระหว่างปี2024–2033 อีกด้วย
“ASP-TAIWAN” เกาะกุม “หุ้นไต้หวัน” หัวใจของซัพพลายเชน “ชิปโลก” โอกาสลงทุนที่ยิ่งใหญ่...ฝีมือบริหารของ “BlackRock” เจ้าแห่งตลาดกองทุน “ETF” ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
“ตลาดหุ้นไต้หวัน” เป็นหนึ่งในตลาดหุ้นที่น่าจับตามองท่ามกลางการเติบโตของ “ปัญญาประดิษฐ์” (AI) จากบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีโลก ตั้งแต่ Semiconductor, Advanced Packaging ไปจนถึง AI Server และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง นั่นตามมาด้วยโอกาสการลงทุนที่น่าสนใจ ซึ่งวันนี้โอกาสนั้นมาถึงแล้ว
เมื่อ “บลจ.แอสเซท พลัส” ได้นำเสนอ “ASP-TAIWAN: กองทุนเปิด แอสเซทพลัส ไต้หวัน อิควิตี้” ที่เน้นลงทุนใน “หุ้นไต้หวัน” ขนาดใหญ่และขนาดกลางที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี “MSCI Taiwan 20/35 Index” เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนีดังกล่าว
ผ่านกองทุนหลัก ‘iShares Core MSCI Taiwan ETF’ ที่มี BlackRock Asset Management North Asia Limited ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการการลงทุน (Investment Manager)
“ทั้งนี้ ทาง ‘บลจ.แอสเซท พลัส’ ได้วางกรอบการลงทุนเบื้องต้นผ่านกองทุนหลัก 80 – 100% และยังเพิ่มส่วนของ ‘การลงทุนโดยตรง’ ในหุ้นไต้หวันอีก 0 – 20% เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดีช่วยกระจายความเสี่ยง ให้เหมาะสมกับภาวะตลาดในแต่ละช่วงอีกด้วย (ทั้งนี้ อัตราส่วนดังกล่าวสามารถปรับเปลี่ยนได้ ขึ้นอยู่กับสภาวะการลงทุนขณะนั้น และ/หรือตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน)
สำหรับ “BlackRock” เป็นบริษัทจัดการสินทรัพย์และบริหารการลงทุนที่ “ใหญ่ที่สุดในโลก” ก่อตั้งขึ้นในสหรัฐเมื่อปี1988 เป็นเจ้าของแบรนด์ “iShares” ซึ่งเป็นตระกูล ETF ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทั้งหุ้น พันธบัตร, สินค้าโภคภัณฑ์, ไปจนถึง Spot Crypto ETFs เป็นต้น
ปัจจุบันมี ETF ภายใต้การบริหาร 480 กอง มูลค่าสินทรัพย์สุทธิรวมกันกว่า 4.7 ล้านล้านดอลลาร์ (ที่มา: stockanalysis.com, วันที่ 25 ส.ค. 26)
เปิด 3 “จุดเด่น” ของกองทุนหลัก...เบื้องหลังผลงานที่ “โดดเด่น”
ทำให้กองทุนหลัก มี 3 “จุดเด่น” ที่สำคัญ ประกอบด้วย
-
“Invest in Large” & “Mid Cap Taiwan Equities” ดัชนีรวมหุ้นขนาดใหญ่และขนาดกลางของไต้หวัน ครอบคลุมประมาณ 85% ของมูลค่าตลาดที่ผู้ลงทุนสามารถเข้าถึงได้
-
“จำกัดการกระจุกตัว” แต่ยังให้น้ำหนักหุ้นใหญ่ได้มาก กระจายการลงทุนในหุ้น 77 ตัว ขณะเปิดทางให้หุ้น “อันดับ 1” มีน้ำหนักได้สูงถึง 35% จึงสะท้อนโครงสร้างตลาดไต้หวันได้ใกล้เคียงกว่า
-
“เน้นหุ้นที่ลงทุนได้จริง” และ “มีสภาพคล่องสูง” หุ้นต้องผ่านเกณฑ์ด้านมูลค่าตลาด Free Float, สภาพคล่อง และสามารถเข้าถึงได้โดยนักลงทุนต่างชาติ เพื่อให้กองทุนสามารถลงทุนตามดัชนีได้จริง
สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 21 ส.ค. 26) นั้น มีการกระจายลงทุนใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมมากสุด ประกอบด้วย1) Information Technology 78.91%, 2) Financials 12.63%, 3) Materials 2.59%, 4) Industrials 1.94% และ 5) Communication 1.60%
โดยหุ้นที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
1) TSMC 30.08%: โรงงานผลิตชิปที่ใหญ่ที่สุดในโลก รวมถึงเป็นผู้นำเทคโนโลยีการผลิตชิปขั้นสูงและ Advanced Packaging โดยมีลูกค้าหลัก ได้แก่ Nvidia, AMD, Apple และ Broadcom
2) Mediatek 8.20%: บริษัทออกแบบชิปสำหรับสมาร์ทโฟน อุปกรณ์อัจฉริยะ รถยนต์ และ Data Center และกำลังขยายธุรกิจสู่ Custom AI ASIC
3) Delta Electronics 5.11%: ผู้นำระดับโลกด้านการผลิตระบบจ่ายไฟ Power Supply ระบบบริหารพลังงาน และ Cooling สำหรับ Data Center
4) Hon Hai Precision Industry 4.50%: ผู้รับจ้างผลิตและประกอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ รวมถึง AI Server และ Data Center Rack โดยเป็นผู้ประกอบเซิร์ฟเวอร์รายสำคัญให้บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่
5) ASE Technology Holding 2.93%: ผู้ให้บริการทดสอบและประกอบแพ็กเกจชิปรายใหญ่ที่สุดในโลก ครองส่วนแบ่งตลาดราว 25%
“ส่วนผลตอบแทนของกองทุนหลัก ก็มีความโดดเด่นเช่นเดียวกัน และสามารถแทรคดัชนีอ้างอิงได้อย่างใกล้ชิด โดยผลตอบแทน YTD +54.39% (BM +54.70%) ,1Y +78.31% ต่อปี (BM +79.06% ต่อปี), 3Y +39.80% ต่อปี (BM +40.34% ต่อปี), 5Y +20.25% ต่อปี (BM +20.70% ต่อปี) และตั้งแต่จัดตั้งกองทุน +21.04% ต่อปี (BM +21.53% ต่อปี) ตามลำดับ (ที่มา: Bloomberg, as of 31 Jul 2026)”
สำหรับใครที่กำลังมองหาโอกาสลงทุนที่พร้อมจะเติบโตไปกับ “AI Megatrend” ในตลาดที่มีเศรษฐกิจที่มี “เสถียรภาพ-โปร่งใส-เติบโตได้ดี” ส่งผลให้ “กำไรบจ.เติบโตสูง-ราคาไม่แพง” เชื่อว่ากองทุน “ASP-TAIWAN” ที่เน้นลงทุน “หุ้นไต้หวัน” ขนาดกลาง-ใหญ่ที่ได้ประโยชน์จากโลกเทคโนโลยี น่าจะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์การสร้างผลตอบแทนในระยะยาวได้เป็นอย่างดี
ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
กองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรม Information Technology จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก กองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจผู้จัดการกองทุน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่
บลจ. แอสเซท พลัส โทร. 0-2672-1111 www.assetfund.co.th
