รู้หรือไม่?...“กองตราสารหนี้” มีหลาย ‘ดีกรีความเสี่ยง’-ไม่ได้ปลอดภัยเสมอไปนะ มีติดพอร์ตช่วย “ลดความเสี่ยง” หรือ “พักเงินรอจังหวะลงทุน” !!!
สาระ Fund วันละนิด: โค้งสุดท้ายของเทศกาลลงทุนเพื่อประหยัดภาษีปีนี้ นักลงทุนหลายคนก็ยังไม่รู้ว่าจะเลือกลงทุนอะไรดี
ปัญหาปวดหัวนี้แก้ได้ง่ายๆ ด้วยการลงทุนแบบ “พอร์ตโฟลิโอ” หรือ “การจัดสรรเงินลงทุน” (Asset Allocation) นั่นเอง อยากจะมีหุ้นเท่าไร ตราสารหนี้เท่าไร แล้วก็จัดสรรเงินไปลงทุนตามนั้น
“ตราสารหนี้” ถือเป็นอีกสินทรัพย์ที่สามารถมีติดพอร์ตได้ มากน้อยขึ้นกับความสามารถในการรับความเสี่ยงของตัวเอง ตลอดจนเป้าหมายการลงทุนของคุณด้วยเช่นกัน
ซึ่ง “กองทุนรวมเพื่อการออม” (SSF) หรือ “กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ” (RMF) เองก็มีกลุ่มกองทุนที่ลงทุนใน “ตราสารหนี้” ให้เลือกลงทุนด้วยเช่นกัน
วันนี้ เอาใจสาย “ไม่ชอบเสี่ยง” ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีเรื่องราวดีๆ ที่น่าสนใจมาฝากกัน
“RMF-ตราสารหนี้” ทางเลือกที่เสี่ยงน้อยกว่า...ตอบโจทย์ “คนไม่ชอบเสี่ยง”
เวลาพูดถึง “กองตราสารหนี้” นักลงทุนส่วนใหญ่มักจะเข้าใจว่า...“ไม่เสี่ยง” หรือ “เสี่ยงน้อย” แบบเหมาเข่ง ซึ่งข้อเท็จจริง “ไม่ใช่แบบนั้น” เสียทีเดียว อาจจะดูเสี่ยงน้อยกว่าโดยเปรียบเทียบเมื่อเปรียบกับสินทรัพย์เสี่ยงอื่นๆ อย่าง หุ้น หรือสินค้าโภคภัณฑ์ แต่โดยเนื้อแท้ของ “กองตราสารหนี้” เองก็ยังมี “ดีกรีความเสี่ยง” ที่แตกย่อยไปได้อีกเช่นกัน

ลองดูผลตอบแทนของ “RMF-ตราสารหนี้” ในแต่ละช่วงเวลากันบ้าง (ข้อมูล ณ วันที่ 30 พ.ย. 22) พบว่า ผลตอบแทนเฉลี่ยตั้งแต่ต้นปี (YTD) และย้อนหลัง 1 ปี ติดลบ -1.15% เท่ากัน ในขณะที่ย้อนหลัง 3 ปี ย้อนหลัง 5 ปี และย้อนหลัง 10 ปี ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 0.09% ต่อปี, 0.61% ต่อปี และ 1.27% ต่อปี ตามลำดับ มีทั้ง ‘บวก’ และ ‘ลบ’ เช่นเดียวกัน ตัวเลขผลตอบแทนเฉลี่ยในระยะยาวก็ไม่สูงมากแต่ก็ไม่ต่ำมากเช่นเดียวกัน ถ้าลงทุนไว้ 100% ก็บวกลบไม่เกิน 2% ต่อปี ประมาณนั้น (น่าจะนอนหลับได้สบายใจระดับหนึ่งนะ)
ถ้าเลือก “ถูกกอง” ได้กองที่มีผลงาน ‘ดีสุด’ ผลตอบแทนก็จะดีขึ้นมาอีกนิด แต่ถ้าโชคร้ายเลือกกองที่มีผลงาน ‘แย่สุด’ อาจติดลบหนักได้ระดับ -10% ต่อปี ได้เลยทีเดียว ในช่วงปีที่ผ่านมา ผลกระทบจาก “ดอกเบี้ยขาขึ้น” กดให้ราคาตราสารหนี้ดิ่งเหว กดผลงานกลุ่ม “RMF-ตราสารหนี้” ที่ลงทุนในต่างประเทศติดลบหนักไปตามๆ กัน นี่ก็สะท้อนให้เห็นว่า การลงทุนตราสารหนี้ก็มีความเสี่ยงเช่นเดียวกัน
“อายุเฉลี่ยตราสารหนี้”...ส่งผลกระทบทั้ง “บวก” & “ลบ” จากการเปลี่ยนแปลงของ “อัตราดอกเบี้ย”
สำหรับ “ความเสี่ยง” หลักๆ ที่สำคัญของการลงทุนใน “ตราสารหนี้” นอกจาก “การเปลี่ยนแปลงของดอกเบี้ย” ที่กระทบต่อราคาตราสารหนี้แล้ว (ทั้งทางบวกและทางลบ) ก็คือเรื่องของ “เครดิต” ของตราสารหนี้ที่ลงทุน
ซึ่งผลกระทบจากดอกเบี้ยนั้น จะมากหรือน้อยก็ขึ้นกับ “อายุเฉลี่ยของตราสารหนี้” ที่กองทุนนั้นๆ ลงทุนเป็นสำคัญ ยิ่งสั้นผลกระทบยิ่งน้อย จึงมาถึงบางอ้อ... “RMF-ตราสารหนี้” ที่ลงทุนต่างประเทศ ส่วนใหญ่จะมีอายุเฉลี่ยที่มากกว่าที่ลงทุนในประเทศนั่นเอง แต่ถ้าดอกเบี้ยกลับข้างเป็นขาลง โอกาสจะทำกำไรจากราคาตราสารหนี้ที่ปรับเพิ่มขึ้นก็จะมีมากกว่าด้วยเช่นกัน ดังนั้นถ้ารับความเสี่ยงได้มากขึ้นและเข้าใจก็กระจายไปในต่างประเทศได้เช่นกัน เพราะมุมมองตลาดตอนนี้สะท้อนว่าดอกเบี้ยน่าจะใกล้พีคแล้วและใกล้กลับทิศในอนาคตอันใกล้
“แต่ถ้ารับความเสี่ยงไม่ได้ ‘RMF-ตราสารหนี้’ ในประเทศก็มีให้เลือกเช่นกัน มีทั้งที่อายุสั้นสุดอย่างตราสารตลาดเงิน ขยับไปจนถึงตราสารหนี้ระยะสั้น และตราสารหนี้ระยะกลาง-ยาว ซึ่งนักลงทุนก็ควรมีมุมมองต่อทิศทางดอกเบี้ยเพื่อเลือกลงทุนได้อย่างเหมาะสมด้วยเช่นกัน จะได้รับประโยชน์จากการลงทุนได้อย่างเต็มที่”
อีกส่วนเป็นความเสี่ยงด้าน “เครดิต” ตรงนี้ถ้าลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลในประเทศทั้งหมดก็อนุโลมได้ว่า ไม่มีความเสี่ยงด้านเครดิตเพราะ “รัฐบาล” เครดิตดีสุดในประเทศนั้นๆ แล้ว ราคาแกว่งไปมาบ้างก็ไม่ต้องสนใจอะไรมาก ถือครบก็ได้ชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยเต็มจำนวน

“กองตราสารหนี้”...ไม่ได้ปลอดภัยเสมอไป-แนะดูส่วนผสม “ตราสารหนี้” ที่ลงทุนด้วย
แต่ “RMF-ตราสารหนี้” ที่มีส่วนผสมของ “ตราสารหนี้เอกชน” หรือ “หุ้นกู้” เข้ามาด้วยก็จะทำให้ความเสี่ยงด้านเครดิตมากน้อยแตกต่างกันออกไป ตรงนี้นักลงทุนก็ต้องดูรายละเอียดไส้ในของนโยบายการลงทุนนั้นๆ ด้วยเช่นกันนะ
ไม่ใช่เห็นเป็น ‘กองตราสารหนี้’ ก็ใส่ทันที!!! มาดูกันถ้ากองตราสารหนี้นั้นมีส่วนผสมของ
-Non-Investment Grade/Unrated Bond ไม่เกิน 20% ความเสี่ยง “ระดับ4” เป็นความเสี่ยงของกลุ่ม “กองตราสารหนี้”
-Non-Investment Grade/Unrated Bond 20 -60% ความเสี่ยงจะขยับขึ้นเป็น “ระดับ5” เท่าความเสี่ยงของกลุ่ม “กองทุนผสม”
-Non-Investment Grade/Unrated Bond มากกว่า 60% อันนี้ความเสี่ยงจะขยับไปถึง “ระดับ6” เท่ากับความเสี่ยงของกลุ่ม “กองหุ้น” เลยทีเดียว
“ดังนั้น ไม่ใช่ว่าเป็น ‘กองตราสารหนี้’ แล้วจะปลอดภัยเสมอนะ ต้องเข้าใจให้ตรงกันด้วย”
อย่างไรก็ตาม “RMF-ตราสารหนี้” ยังเป็นทางเลือกที่สามารถผสมเข้ามาไว้ในพอร์ตได้ เพื่อกระจายความเสี่ยงออกจากสินทรัพย์เสี่ยงอื่นๆ เช่น หุ้น เป็นต้น หรือนักลงทุนที่ยังไม่รู้ว่าจะลงทุนอะไรดี อยากได้ประโยชน์ทางภาษีก็มา “พักเงินไว้รอจังหวะลงทุน” ก็ไม่ผิดกติกาแต่ประการใด หรือใครที่ใกล้จะเกษียณแล้ว ต้องการลดความเสี่ยงของพอร์ตลง ก็ทยอยขยับเข้ามาลงทุนในตราสารหนี้เพิ่มเติมได้ แต่ที่สำคัญ...เลือกให้เหมาะกับความเสามารถในการรับความเสี่ยงและเป้าหมายการลงทุนของตัวเองด้วยเท่านั้นเอง
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
