ชู “Term Fund-ตปท.” ทางเลือกที่เหนือกว่า “เงินฝาก”… ผลตอบแทนขยับตาม “ดอกเบี้ยขาขึ้น” !!!

Fun of Funds: ยุคดอกเบี้ยต่ำของไทยน่าจะผ่านพ้นไปแล้ว พลันที่ดอกเบี้ยทั่วโลกเริ่มขยับเพื่อสกัดเงินเฟ้อ รวมทั้งประเทศไทยเอง


นักลงทุนที่ไม่ชื่นชอบความเสี่ยง ในกลุ่มของ “สายตราสารหนี้” ก็มีโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนที่ดีขึ้นกว่าในปีที่ผ่านมา ที่สำคัญ...ยังเป็นทางเลือกที่ให้ผลตอบแทนที่ “ดีกว่าเงินฝาก” อีกด้วย โดยเฉพาะในกลุ่มของ “กองตราสารหนี้ระยะสั้น”


อีกหนึ่งธีมการลงทุนที่ยังแรงดีไม่มีตกก็คือ “ธีมการลงทุนแบบยั่งยืน” (ESG) นั่นเอง


ทั้ง 2 ธีมมีความน่าสนใจยังไง ตามทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthythai’ ไปอัพเดทมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญพร้อมกันได้เลย




“ดอกเบี้ยขาขึ้น” หนุน “
Term Fund-ตปท.” ผลตอบแทนดีขึ้น...ทางเลือกที่เหนือกว่า “เงินฝาก”  

โดย “ศรชัย สุเนต์ตา” ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Investment Office and Product และผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารฝ่าย SCB Chief Investment Office (SCB CIO) บมจ.ธนาคารไทยพาณิชย์ มองว่า จากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่เป็นขาขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้ผลตอบแทนของกองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศ ประเภทกำหนดอายุโครงการ (Term Fund) มีความน่าสนใจมากขึ้น แม้ว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำในตลาดจะปรับขึ้นตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น แต่ก็ยังน้อยกว่า เมื่อเทียบกับผลตอบแทนของกองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศ ประเภทเทอมฟันด์


(ศรชัย สุเนต์ตา)



“หากผู้ลงทุนที่มีเงินลงทุนสูง
(HNW: High Net  Worth Individuals ) ต้องการลงทุนเพื่อคาดหวังกระแสเงินสดที่ชัดเจน ตามระยะเวลาที่กำหนดและเป็นการลงทุนที่ไม่ผันผวนจนเกินไป กองทุนตราสารหนี้ประเภทเทอมฟันด์นับเป็นทางเลือกที่ดี ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับนักลงทุนได้อย่างต่อเนื่อง แม้ในช่วงที่ภาวะตลาดตราสารหนี้มีความผันผวนก็ตาม  เนื่องจากผู้จัดการกองทุนได้คัดเลือกตราสารหนี้ที่มีคุณภาพ เช่น ลงทุนในเงินฝากหรือตราสารหนี้ของสถาบันการเงินที่มีอันดับเครดิตอยู่ในระดับที่ลงทุนได้ (Investment Grade) และลดความเสี่ยงต่อการผิดนัดชำระหนี้จากตราสารที่เลือกลงทุน โดยเน้นตราสารที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตเรตติ้งอยู่ในระดับสูง”


สำหรับเงินฝากในต่างประเทศที่เครดิตดีและให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจ ตัวอย่างเช่น จีน, กาตาร์ เป็นต้น โดยกองทุนตราสารหนี้ประเภทเทอมฟันด์ อายุโครงการ 3 เดือน, 6 เดือน และ 12 เดือน ที่ลงทุนในช่วงนี้ คาดผลตอบแทนอยู่ที่ประมาณ 1.10%, 1.45% และ 1.75% ต่อปี ตามลำดับ ไม่เสียภาษีหัก  ณ ที่จ่าย ซึ่งสูงกว่าเมื่อเทียบกับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 3 เดือน, 6 เดือน และ 1 ปี ที่จะได้รับดอกเบี้ยประมาณ 0.62%, 0.70% และ 1.00% ต่อปี ตามลำดับ



“ธีม
ESG” แนวโน้มโตต่อเนื่อง…แรงหนุน “ความร่วมมือจากทั่วโลก” ที่พยายามต่อสู้กับสภาวะโลกร้อน

โดย “ชวินดา หาญรัตนกูล” กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงไทย มองว่า จากการที่ภูมิอากาศมีความแปรปรวนเพิ่มขึ้นทุกขณะ จึงทำให้เกิดความร่วมมือจากทั่วโลกที่พยายามต่อสู้กับสภาวะโลกร้อน รวมถึงความพยายามเพื่อที่จะสามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันที่จะรักษาอุณหภูมิโลกไม่ให้สูงขึ้นเกิน 2 องศาเซลเซียส ตามข้อตกลงปารีส (Paris Agreement 2015) ซึ่งอุตสาหกรรมพลังงานทั่วโลกจะเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญในอนาคต ส่งผลให้อุตสาหกรรมพลังงานต้องเร่งปฏิวัติเชิงโครงสร้างที่สำคัญ และเป็นโอกาสการลงทุนในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดที่มองว่ามีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง


(ชวินดา หาญรัตนกูล)



“การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ 1) การลดการใช้คาร์บอนในการผลิตกระแสไฟฟ้า 2) การหันมาใช้พลังงานจากกระแสไฟฟ้าเป็นหลัก และ 3) การเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ไฟฟ้า คือสิ่งสำคัญที่อุตสาหกรรมพลังงานต้องเร่งปฏิวัติ เนื่องจากมีการคาดการณ์ว่าความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นในอนาคต จึงทำให้เป็นจังหวะที่ดีสำหรับการลงทุนในบริษัทที่มีส่วนช่วยในการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานคาร์บอนต่ำ เพราะความต้องการเทคโนโลยีพลังงานสะอาดจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด นอกจากนี้ การที่ต้นทุนทางเทคโนโลยีและความต้องการของผู้บริโภคกำลังเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนที่สำคัญ ก็จะทำให้เม็ดเงินลงทุนในอุตสาหกรรมมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอีกมหาศาลในอนาคต โดยมีการคาดการณ์ว่าจะต้องมีการลงทุนอีกไม่น้อยกว่า 100 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ กระจายไปทั่วแต่ละห่วงโซ่อุปทาน ภายในปี 2050 (ที่มา: Schroders ข้อมูล ณ ก.. 22)


ซึ่งจะส่งผลดีต่อหุ้นในธีม ESG” โดยเฉพาะหุ้นทั่วโลกที่เกี่ยวข้องในการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานคาร์บอนต่ำ เช่น การผลิตพลังงานที่มีคาร์บอนต่ำ การจัดจำหน่าย การเก็บรักษา การขนส่ง และที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่อุปทาน ผู้จัดหาวัตถุดิบ และบริษัทเทคโนโลยี รวมถึงบริษัทที่มีส่วนสำคัญในกิจกรรมเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่าน เป็นต้น จึงเป็นอีกโอกาสการลงทุนที่น่าสนใจเช่นกัน


หลังจากต้องทนกับ “ดอกเบี้ยต่ำ” มานาน ปีนี้กลุ่ม “กองตราสารหนี้ระยะสั้น” และ “Term Fund” ก็นมีโอกาสจะสร้างผลตอบแทนที่ดีขึ้นกว่าในปีที่ผ่านมาในขณะที่ความเสี่ยงไม่ได้เพิ่มขึ้น ก็เป็นข่าวดีเล็กๆ สำหรับนักลงทุนที่ไม่ชื่นชอบความเสี่ยง “สายตราสารหนี้” เลยทีเดียว ส่วนใครรับความเสี่ยงได้สูงขึ้น ธีม “ESG” ก็ยังคงเป็นกระแสหลักในโลกการลงทุนที่แรงดีไม่มีตกเช่นเดียวกัน

โต๊ะกองทุน Wealthythai

Most Viewed
Stock of the Day
GUNKUL เซ็น PPA ใหม่ คว้าโรงไฟฟ้า 3 โครงการ หนุนพอร์ตพลังงานสีเขียวโตต่อ ดันกำลังผลิตรวมพุ่งแตะ 2,121 MW
Updated 18 hours ago
Stock of the Day
เปิดโผหุ้นรับอานิสงส์ 4 ยักษ์ใหญ่จีนลงทุนไทย อัดงบ 7 หมื่นล้าน ลุย EV-AI นิคม ยานยนต์ ชิ้นส่วน พลังงานเด่น
Updated 20 hours ago
Fun of Funds
มองครึ่งปีหลัง “สินทรัพย์เสี่ยง” ยังน่าสนใจ แต่ต้องเลือก... มองบวก “หุ้นไทย” ให้เป้าปีนี้ 1,630 – 1,660 จุด !!!
Updated 19 hours ago
Stock of the Day
ประเทศไทย จาก “Sick Man of Asia” สู่ศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทาน AI ดาวรุ่ง? Bloomberg ชี้โอกาสรับย้ายฐานผลิต หนุนไทยขึ้นแท่นฐานลงทุนโลก
Updated 1 day ago
News Highlight
แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ใช้กระป๋องน้ำอลูมิเนียมรีไซเคิลได้ 100%
Updated 21 hours ago
Follow Us