Official Update :

ชู “จีน-เอเชีย” โดดเด่น...ราคายังไม่แพง-กำไรเติบโตดี!!!

“เทรนด์การลงทุนตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก” ถือเป็นอีกหนึ่งในธีมการลงทุนอีกหนึ่งธีมที่หลากหลายผู้เชี่ยวชาญแนะนำการลงทุนในรูปแบบที่สามารถคาดหวังผลตอบแทนได้ดีพอสมควร


ด้วยปัจจัยสนับสนุนอย่างการแจกจ่ายวัคซีนต้านไวรัส COVID-19 ที่ได้เริ่มใช้ไปยังประเทศหลักที่เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจทั่วโลก ซึ่งจะสร้างประโยชน์ขนาดกลางไปจนถึงขนาดเล็ก


จึงทำให้นักลงทุนส่วนใหญ่จับตามอง “ดาวเด่น” ประเทศต่างที่จะสามารถสร้างผลตอบแทนและโอกาสการลงทุนใหม่ให้แก่พอร์ตการลงทุน


ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงมีอีกหนึ่งมุมมองการลงทุนในต่างประเทศจาก “บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย จำกัด” มาแชร์แก่ผู้ที่สนใจกันครั้งนี้



ภาพรวมเศรษฐกิจโลกปีนี้ฟื้นตัว...รับข่าวดีวัคซีนต้านไวรัส
COVID-19

โดย นาวิน อินทรสมบัติ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการลงทุนต่างประเทศ บลจ.กสิกรไทย จำกัด (KAsset) ให้มุมมองว่า ภาพรวมเศรษฐกิจทั่วโลกเริ่มฟื้นตัวหรือเติบโตได้ราว 5-6% จากจุดต่ำสุดในปีที่ผ่านมา โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากความสำเร็จในการผลิตและแจกจ่ายวัคซีน รวมไปถึงการดำเนินนโยบายผ่อนคลายทางการเงินและการใช้มาตรการอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบของธนาคารกลางต่างๆ ทั่วโลก ปัจจุบันทุกแห่งมีสภาพคล้ายกันคือ เงินเฟ้อ ยังไม่ขึ้น ยังไม่ถึงระดับเป้าหมายที่ตั้งไว้ อย่างสหรัฐเองเงินเฟ้อก็ยังไม่ถึง 2% ดังนั้นคงยังไม่ไปแตะดอกเบี้ยแต่ประการใด



(คุณนาวิน อินทรสมบัติ)

 


“ซึ่งนโยบายการเงินและนโยบายการคลังของประเทศต่างๆ ทั่วโลก คาดการณ์ว่ายังคงมีการทำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเทศสหรัฐฯ ที่ได้ประธานาธิบดีอย่าง โจ ไบเดนดำรงตำแหน่งเป็นปีแรก ซึ่งเม็ดเงินจากนโยบายหลักส่วนใหญ่ยังให้ความสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ การพัฒนาอินฟาซัคเจอร์ ,เทคโนโลยี และ Healthcare



แม้เศรษฐกิจโลกจะฟื้น...แต่ปัจจัยที่ต้องติดตามยังมี

สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตาม ประกอบไปด้วย 1) การแจกจ่ายของวัคซีนต้านไวรัส COVID-19 ว่าจะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้สำหรับ Herd Immunity และมีประสิทธิภาพตามที่คาดหวังเพียงใด, 2) อัตราเงินเฟ้ออาจเพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดการณ์ส่งผลต่อการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางทั่วโลก


3) การยกเลิกมาตรการการผ่อนคลายเชิงปริมาณ และการเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายเร็วกว่าที่คาดอาจก่อให้เกิดตอบสนองในเชิงลบจากตลาด และ 4) การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอาจเกิดขึ้นช้ากว่าที่คาด อาจส่งผลต่อคุณภาพสินทรัพย์ของบริษัทการลงทุน ภาคแรงงานและการบริโภคที่เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ซึ่ง 2 ปัจจัยสุดท้ายมีความเป็นไปได้ในการเกิดขึ้นค่อนข้างยาก


“ส่วนความเสี่ยงจากการกีดกันทางการค้าจะยังคงมีอยู่ แต่คาดการณ์ว่าจะไม่ได้มีความรุนแรงเท่ากับสมัย โดนัลล์ ทรัมป์หรือมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบไปเป็นประเด็นอื่นแทนหรือบางนโยบายมีการปรับลดลง”



 


มอง “กำไรบริษัทจดทะเบียน” ทั่วโลกปี 64...โตได้กว่า 30%

การเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนทั่วโลกในปีนี้คาดการณ์ว่าจะเติบโตได้ทุกตลาดเฉลี่ยอยู่ที่ 30% จากที่ส่วนใหญ่ติดลบในปีที่ผ่านมา จากปัจจัยสนับสนุนของวัคซีนต้านไวรัส COVID-19 ที่ช่วยให้เศรษฐกิจและผลการดำเนินงานฟื้นตัวขึ้นจากปีก่อนที่ทั่วโลกติดลบ ยกเว้นประเทศจีนที่มีการเติบโต แต่โดยภาพรวม P/E ของหุ้นแต่ละตลาดก็ปรับตัวสูงขึ้นด้วยโดยเฉพาะ สหรัฐและ อินเดีย



“บลจ.กสิกรไทย” ชี้
‘หุ้น’ ยังเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจและคุ้มเสี่ยง

โดยรวมบริษัทมีมุมมองเชิงบวกกับสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง “ตราสารทุน (หุ้น)” ยังคงน่าสนใจ เนื่องจากสภาวะที่เงินสดล้นตลาดโลก จากการอัดฉีดสภาพคล่องของธนาคารกลางๆ ทั่วโลก เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจจากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ,ดอกเบี้ยยังต่ำเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ จึงเป็นสินทรัพย์ที่คุ้มค่าการลงทุนเมื่อเทียบกับสินทรัพย์ประเภทอื่น



ชูตลาดที่น่าสนใจ “เอเชีย-จีน”...ราคายังไม่แพง-กำไรเติบโตดี

สำหรับกลุ่มประเทศที่น่าสนใจหรือคำแนะนำในการลงทุน ที่ให้นักลงทุนโฟกัสประเทศที่มูลค่าตลาดยังไม่สูงมากนักหรือ P/E ที่แพงเกินไป ในขณะที่ยังมีการเติบโตของกำไรที่ดี อย่าง “ตลาดหุ้นเอเชีย” ที่จะได้รับอานิสงค์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และ “ประเทศจีน” ที่มีข้อได้เปรียบตรงที่เป็นประเทศขนาดใหญ่และมีการบริโภคภายในประเทศที่ค่อนข้างสูงรวมถึงมีความเจริญก้าวหน้าทางด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี


แม้ว่าการลงทุนให้หุ้น จะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจที่สุดในภาวะเช่นนี้ แต่การจะลงทุนแต่ละครั้งก็มีความจำเป็นที่จะต้องคัดเลือกตลาดที่สามารถสร้างโอกาสและผลตอบแทนได้ดี ในครั้งนี้เราก็หวังว่ามุมมองจากทาง บลจ.กสิกรไทย จะช่วยให้นักลงทุนที่สนใจได้ประโยชน์อยู่บ้างไม่มากก็น้อย

กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา