Official Update :

“Infra Fund-ไทย” ดิ่งตามตลาดกดผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบ -10.28%... ดัน “อัตราเงินปันผล” พุ่งเป็น 6.67% “เป็นโอกาสลงทุน” !!!

สาระ Fund วันละนิด: วันนี้จะพามาส่องดูผลงานกลุ่ม “กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน” (Infrastructure Fund: Infra Fund) กันบ้าง


ปัจจุบัน “Infra Fund ของไทย” มีอยู่ 8 กอง ตั้งแต่ต้นปีมาผลตอบแทนด้านราคาร่วงตามภาวะตลาดหุ้นไทย ติดลบเฉลี่ย -10.28% ทำให้อัตราเงินปันผล 12 เดือนล่าสุดปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่เฉลี่ย 6.67% ซึ่งน่าสนใจเลยทีเดียว


ส่วน “Infra Fund ต่างประเทศ” มีอยู่ 23 กอง ผลงานดูฟื้นตัวตั้งแต่ต้นปีมาถึงปัจจุบันทำผลตอบแทนได้เฉลี่ย 2.0% ถือว่าทรงดูดีกว่า Infra Fund ในประเทศชัดเจน


ผลงานของกลุ่ม “Infra Fund” ตั้งแต่ต้นปีมาเป็นยังไงกันบ้างนั้น ตามทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ไปอัพเดทพร้อมๆ กันได้เลย


“
Infra Fund-ไทย” เลือดสาดตามตลาดหุ้น-ตั้งแต่ต้นปีติดลบ -10.28%...“EGATIF” แชมป์ผลตอบแทนสูงสุด +0.76%

“กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน” (Infrastructure Fund: Infra Fund) หนึ่งในการลงทุนทางเลือกที่เป็นคำตอบในการกระแสรายได้ที่สม่ำเสมอกลับมาให้ผู้ลงทุน ด้วย “จุดเด่น” ของกระแสเงินสดรับที่สม่ำเสมอจากรายได้ค่าเช่าตามสัญญาเป็นสำคัญ


จึงเป็นทางเลือกสำหรับนักลงทุนที่ต้องการรายได้ระหว่างการลงทุนที่ดีกว่าเงินฝากหรือตราสารหนี้และต่อสู้กับเงินเฟ้อได้เป็นอย่างดี และในยามที่ “ตลาดผันผวน” ก็จัดอยู่ในกลุ่ม Defensive ที่สามารถช่วยกระจายความเสี่ยงได้อีกด้วย




สำหรับนักลงทุนที่ถือลงทุนระยะยาวเพื่อรับเงินปันผลแล้ว ความผันผวนของ “ราคาตลาด” ในระหว่างทางก็คงไม่กระทบอะไร คล้ายกับการลงทุนใน “ตราสารหนี้” แล้วถือไปจนครบอายุในลักษณะเดียวกัน เพราะ Infra Fund ก็มีความเสี่ยงเรื่องราคาในตลาดรองเช่นเดียวกับหุ้นที่ซื้อขายในตลาดเช่นเดียวกัน


“ปีนี้ ‘หุ้นไทย’ ไม่ค่อยสดใสเท่าไรนัก ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 22 มิ.ย. 23) SET Index ร่วงไปแล้ว -9.55% กลุ่ม Infra Fund ของไทยทั้ง 8 กอง ก็ร่วงไปตามๆ กัน ทำผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบไป -10.28% มียืนเขียวเพียงกองเดียว ได้แก่ EGATIF บวกอยู่เล็กน้อย +0.76% ที่เหลืออีก 7 กอง ติดลบกันถ้วนหน้า ที่ติดลบเกิน 10% มี 4 กองด้วยกัน ได้แก่ JASIF -11.80%, SUPEREIF -17.39%, DIF -17.42% และ KBSPIF -18.85% ตามลำดับ”


แต่ราคาหุ้นของกลุ่ม Infra Fund ของไทยที่ปรับตัวลงมานั้น ก็ทำให้ “อัตราเงินปันผล” ปรับตัวสูงขึ้นจนน่าสนใจด้วยเช่นกัน โดยอัตราเงินปันผล 12 เดือนล่าสุดเฉลี่ยอยู่ที่ 6.67% นำมาโดย 1) JASIF 12.87%, 2) KBSPIF 9.50%, 3) DIF 9.43%, 4) SUPEREIF 7.43%, 5) TFFIF 5.25%, 6) EGATIF 4.95% และ 7) BRRGIF 3.95% ส่วน BTSGIF ปัจจุบันยังไม่สามารถกลับมาจ่ายปันผลได้เนื่องจากมีขาดทุนสะสมอยู่


“
Infra Fund-ตปท.” ฟื้นตัวกว่า 78% ผลงานเป็นบวก-ตั้งแต่ต้นปีทำได้เฉลี่ย 2%...“KKP GINFRAEQ-H-F” แชมป์ผลตอบแทนสูงสุด +3.91%

มาดูกลุ่ม “Infra Fund ต่างประเทศ” กันบ้าง ทั้งหมดเป็น “กองทุนรวม” ที่ไปลงทุนในธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลก ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้กับนักลงทุนไทยเพราะบางประเภทโครงสร้างพื้นฐานในไทยก็ยังไม่มีให้ลงทุน เช่น ท่าเรือ หรือระบบพลังงานหมุนเวียน เป็นต้น หรือโครงสร้างพื้นฐานเช่นเดียวกัน แต่อยู่ในตลาดที่มีโอกาสและศักยภาพที่น่าสนใจกว่า เช่น ทางด่วน, สนามบิน, ระบบขนส่งทางราง หรือโรงงานผลิตไฟฟ้า เป็นต้น



ปัจจุบันในอุตสาหกรรมมีทั้งหมด 23 กอง ให้ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีมาเฉลี่ย +2.08% มี 18 กอง คิดเป็น 78% ที่ผลตอบแทนเป็น ‘บวก’ ในขณะที่มี 5 กอง คิดเป็น 22% ที่ผลตอบแทนยัง ‘ติดลบ’ อยู่ โดยกองที่มีผลงาน ‘ดีสุด’ ทำได้ +3.91% ส่วนกองที่มีผลงาน ‘แย่สุด’ ติดลบ -5.04% หรือต่างกันอยู่ 8.95%


โดยกองทุนที่มีผลงานดีสุด 8 อันดับแรก (ไม่นับชนิดหน่วยลงทุนของกองทุนหลักเดียวกัน) ทำผลตอบแทนเฉลี่ยได้ +2.7% ในจำนวนนี้มีกองทุนที่ทำผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีได้มากกว่า 3% อยู่ 3 กอง ได้แก่

- “KKP GINFRAEQ-H-F” ของบลจ.เกียรตินาคินภัทร ทำได้ +3.91%

- “B-GLOB-INFRASSF” ของบลจ.บัวหลวง ทำได้ +3.68%

- “PRINCIPAL GIF” ของบลจ.พรินซิเพิล ทำได้ +3.31%


“ในภาวะที่ ‘ตลาดหุ้นผันผวน’ ตลอดจนความเสี่ยงที่เศรษฐกิจฝั่งสหรัฐและยุโรปจะถดถอย (Recession) กลุ่ม Infra Fund ยิ่งเหมาะเป็นทางเลือกในการกระจายการลงทุนด้วย ‘จุดเด่น’ ที่สำคัญไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นยังไง คนก็ยังจำเป็นต้องใช้เหมือนเดิม และธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานโดยปกติจะเป็นธุรกิจผูกขาดคู่แข่งเข้ามาได้ยาก นอกจากนี้ยังสามารถปรับขึ้นราคาได้จึงต้องสู้กับเงินเฟ้อได้เป็นอย่างดี”


กลุ่ม “Infra Fund” มีบุคลิกคล้าย “หุ้น Defensive” ที่สามารถสร้างรายได้ที่สม่ำเสมอได้ในทุกช่วงภาวะเศรษฐกิจ จึงเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจในพอร์ตการลงทุนเพื่อช่วยกระจายความเสี่ยงได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะ “Infra Fund ไทย” เอง ในช่วงที่ “หุ้นไทย” ร่วงแรงเช่นนี้ มองมุมกลับก็เป็นโอกาสในการลงทุนเช่นเดียวกัน


ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’

Most Viewed
Stock of the Day
CPF ปักธงฟู้ดอิสเมดิซีน ส่งยูฟาร์มลุยฟู้ดฟังก์ชัน จับ “Butterbear” เนรมิตวิ่งหมูหมี ลุยตลาดซูเปอร์พรีเมียม หนุนพอร์ตโต
Updated 1 day ago
Fun of Funds
“อสังหาฯ โลก” โอกาสลงทุนหลัง “ปรับฐาน” ครั้งใหญ่... พร้อมรับอานิสงส์วงจร “ดอกเบี้ยขาลง” !!!
Updated 1 day ago
Stock of the Day
ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคดี “บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง” ไม่ขัด รธน. โบรกฯ มองปลดล็อก Overhang การเมือง หนุนเสถียรภาพรัฐบาล หุ้นรับเหมาฯ-นิคมฯ เด่น
Updated 1 day ago
Stock of the Day
AKAM พุ่งรับดีล Anthropic! มูลค่า 1.16 หมื่นล้านดอลลาร์ ปูทางขึ้นแท่น AI Infrastructure ลุ้นปี 2028 ดันรายได้แตะ 1.7 พันล้านดอลลาร์
Updated 1 day ago
Stock of the Day
หุ้นไทยจ่อเปลี่ยนกลุ่มเล่น เงินเริ่มหมุนออกจากแบงก์ จับตาบอนด์ยิลด์สหรัฐฯ จ่อพีคเดือนต.ค. BGRIM-GPSC เด่น รับอานิสงส์ยีลด์ขาลง
Updated 9 hours ago
Follow Us