Official Update :

“หุ้นอินเดีย” โชว์เหนือ “แพงแล้ว-มีแพงกว่า” ดัชนีทำ “All Time High”... ส่ง “กองหุ้นอินเดีย” เขียวยกแผง Top5 บวกเฉลี่ย 7% !!!

สาระ Fund วันละนิด: “หุ้นอินเดีย” มาเงียบๆ เข้าตำราแพงแล้ว มีแพงกว่า เป็นตลาดที่พื้นฐานแกร่งอีกตลาดหนึ่ง แต่มักถูกติที่ราคาสูงไปหน่อย


เผลอแป่บเดียว วันนี้ (28 มิ.ย. 23) “ดัชนีหุ้นอินเดีย” (SENSEX) ก็ขยับมาสู่ระดับ 64,000 จุด ทำระดับ “All Time High” เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่ต้นปีก็บวกมาแล้ว 4.6% ย้อนหลัง 1 ปี บวกไป 20%


ทำให้กลุ่ม “กองหุ้นอินเดีย” ปีนี้เขียวยกแผง ทำผลตอบแทนเฉลี่ยได้กว่า 4% แบบเงียบๆ


ผลงาน “กองหุ้นอินเดีย” ในปีนี้เป็นยังไงบ้างนั้น ทางทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ได้รวบรวมเอาไว้ให้แล้ว ตามไปดูพร้อมๆ กันได้เลย


“หุ้นอินเดีย” มาเงียบๆ ดัชนีแตะ 64,000 จุด ทำ “
All Time High”…พื้นฐานแกร่ง-ติดที่ราคาแพง

“อินเดีย” ถือเป็นอีกหนึ่งมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของเอเชีย เคียงคู่มากับ “จีน” แต่ในมุมการลงทุน “หุ้นจีน” ดูดึงดูดกว่าถูกและมีศักยภาพในการเติบโต ในขณะที่ “หุ้นอินเดีย” มักติดอยู่ตรงราคาแพง มี P/E 12เดือนข้างหน้ากว่า 20 เท่า ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยระยะยาวในอดีต แม้พื้นฐานจะดีไม่แตกต่างกันก็ตาม แต่ไปๆ มาๆ ที่แพง...กลับมีแพงกว่า จนล่าสุด “ดัชนีหุ้นอินเดีย” (SENSEX) ก็ขยับแตะระดับ 64,000 จุด ทำระดับ “All Time Hugh” ไปที่เรียบร้อยแล้ว





เศรษฐกิจอินเดียเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ทาง “กองทุนการเงินระหว่างประเทศ” (IMF) คาดว่าเศรษฐกิจจะมีการเติบโตต่อเนื่องได้โดยจะโต 5.9% และ 6.3% ในปี23 และ 24 ตามลำดับ ไม่เพียงเท่านี้ทาง “กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ” (UNFPA) ยังคาดว่าประชากรอินเดียจะขยับแตะ 1.42 พันล้านคน แซงหน้าจีนในช่วงกลางปีนี้อีกด้วยและจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลาหลายทศวรรษ


“ทางบลจ.อเบอร์ดีนเองมอง ‘อินเดีย’ เป็นอีกประเทศที่น่าสนใจลงทุนนอกจาก ‘จีน’ เพราะบจ.มีงบดุลแข็งแกร่ง เงินเฟ้อต่ำ รัฐมีศักยภาพในการกระตุ้นเศรษฐกิจได้อีกมาก การบริโภคจะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญของอินเดีย เพราะปัจจุบันอินเดียมีชุมชนเมืองแค่ 30% เท่านั้น เทียบกับจีนที่ 50% และสหรัฐที่มากกว่า 50% Story จะคล้ายๆ จีน ยังมีรูมให้โตได้อีกมาก”


"กองหุ้นอินเดีย" เขียวยกแผง Top5 โชว์ผลงานปีนี้เฉลี่ย 7%...“
B-INDIAMRMF” แชมป์กลุ่มทำได้ +8.34% !!!

ปัจจุบันมี “กองหุ้นอินเดีย” 29 กอง ให้ผลตอบแทนตั้งแต่ 0.48 – 8.34% เฉลี่ยตั้งแต่ต้นปีมาเฉลี่ย 3.9% เขียวยกแผง แม้จะลงทุนใน “หุ้นอินเดีย” เหมือนกัน แต่ผลงานก็แตกต่างกันไปขึ้นกับกองทุนปลายทางที่ไปลงทุนตอลดจนนโยบายลงทุนเป็นสำคัญ โดยกองทุนที่มีผลงานดีสุด 5 อันดับแรก (ไม่นับชนิดหน่วยลงทุนที่มีกองทุนหลักเหมือนกัน) ทำผลตอบแทนเฉลี่ยได้ 7% นำมาโดย


อันดับ1) “B-INDIAMRMF” ของบลจ.บัวหลวง ทำผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีได้ +8.34% เป็น Feeder Fund ลงทุนผ่านกองทุนหลัก ‘Kotak Fund - India Midcap Fund, Class J Acc’ ที่เน้นลงทุนในหุ้นขนาดกลาง (Mid Cap) ของบริษัทที่จัดตั้งหรือดำเนินธุรกิจในประเทศอินเดีย บริหารจัดการโดย Kotak Mahindra Asset Management (Singapore) Pte. Ltd. (KMAMS)




2)
“TISCOINA-A” ของบลจ.ทิสโก้ ทำผลตอบแทนได้ +7.80% เป็น Fund of Funds เน้นลงทุนในหุ้นบริษัทที่จดทะเบียนจัดตั้งในอินเดีย หรือบริษัทที่มีรายได้หลักจากการประกอบกิจการในประเทศอินเดียผ่านกองทุนตั้งแต่ 2 กอง ขึ้นไป


3) “KT-INDIA-A” ของบลจ.กรุงไทย ทำได้ +6.39% เป็น Feeder Fund ลงทุนผ่านกองทุนหลัก ‘Invesco India Equity Fund – Class A’ ที่เน้นการเติบโตของเงินทุนในระยะยาว โดยลงทุนในหุ้นหรือตราสารที่คล้ายคลึงกันของบริษัทอินเดีย บริหารจัดการโดย Invesco Management S.A.


4) “KWI INDIA-A” ของบลจ.เคดับบลิวไอ ทำได้ +6.14% เป็น Feeder Fund ลงทุนผ่านกองทุนหลัก ‘Manulife Global Fund –India Equity Fund (Class I2)’ เน้นลงทุนในหุ้นและหลักทรัพย์ที่อ้างอิงกับหุ้นของบริษัท ซึ่งครอบคลุมกลุ่มอุตสาหกรรม (sector) ต่างๆ ของเศรษฐกิจในประเทศอินเดีย  บริหารจัดการโดย Manulife Investment Management (Hong Kong) Ltd.


ปิดท้ายกันดัวย อันดับ5) “ABIG” ของบลจ.อเบอร์ดีน ทำได้ +6.12% เป็น Feeder Fund ลงทุนผ่านกองทุนหลัก ‘Aberdeen Standard SICAV I- Indian Equity Fund’ ที่เน้นลงทุนในหุ้นหรือที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุนของบริษัทที่จดทะเบียนจัดตั้งหรือประกอบกิจการในประเทศอินเดีย บริหารจัดการโดย abrdn Investments Luxembourg S.A.


สำหรับ “หุ้นอินเดีย” Story มาคล้ายๆ กับ “หุ้นจีน” พื้นฐานแข็งแกร่งรองรับ ที่ผ่านมาติดอยู่เรื่องที่ดูแพงกว่าตลาดอื่นโดยเปรียบเทียบเท่านั้นเอง ยิ่งตอนนี้ หลายคนอาจจะหวั่นจะไปติดดอยสูงเอา (ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก) แต่ถ้าใครจะแบ่งเงินไว้กระจายความเสี่ยง มีไว้ติดพอร์ต เก็บช่วงตลาดย่อ แล้วมองยาวๆ “กองหุ้นอินเดีย” ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจเลยทีเดียว


ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’

Most Viewed
Stock of the Day
TIPAK ปลื้ม IPO กระแสแรง จ่อเข้าเทรด SET 5 ต.ค.นี้ ปรับเพิ่มนโยบายปันผลเป็น 50% ทุ่ม 100 ลบ. อัปเกรดโรงงานหนุนโต
Updated 1 day ago
Stock of the Day
EA ปั้น PCM จากปาล์มน้ำมัน ตั้งเป้า 3 ปี รายได้แตะ 100 ลบ. เดินหน้ารุกตลาดต่างประเทศ จับตาโครงการใหม่ทยอยรับรู้ปี 70
Updated 1 day ago
Wealth EZ
รัฐบาลก็ผิดนัดชำระหนี้ได้ 3 บทเรียนจาก Argentina, Russia และ Greece
Updated 1 day ago
News Highlight
ก.ล.ต. ใช้มาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิด 3 ราย กรณีร่วมกันสร้างราคาหรือปริมาณการซื้อขาย หุ้น F&D
Updated 1 day ago
News Highlight
อินฟินีออนปักหมุดไทย เปิดฐานการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ Backend แห่งใหม่ เสริมความยืดหยุ่น และขีดความสามารถของเครือข่ายการผลิตระดับโลก
Updated 1 day ago
Follow Us