“ทองคำ” ทิศทางสดใส หลัง “Bond Yield” ชะลอตัว + “สงคราม” ส่อขยายวง... แนะใช้ “กระจายความเสี่ยง” ลุ้นปีหน้าราคาทะลุ 2,100 ดอลล์!!!
ลายแทงกองทุน: หลัง “กลุ่มฮามาส” เปิดฉากสงครามกับ “อิสราเอล” เมื่อวันเสาร์ที่ 7 ต.ค. ที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคาทองโลกปรับตัวขึ้นจาก 1,815.02 ดอลลาร์/ทรอยออนซ์มาแล้วประมาณ 5% สู่ระดับ 1,909 ดอลลาร์/ทรอยออนซ์ ซึ่งใกล้เคียงกับผลตอบแทนของปีนี้ตั้งแต่ต้นปีก็ปรับตัวขึ้นมาประมาณ 5% เช่นเดียวกัน จากระดับ 1,823.53 ดอลลาร์/ทรอยออนซ์
นั่นจึงไม่น่าแปลกใจว่า...ทำไมผลงานของ “กองทุนทองคำ” ในปีนี้จึงไม่โดดเด่นเท่าไร ทำผลตอบแทนได้ตั้งแต่ -1.88% ถึง +10.02% หรือเฉลี่ย +1.49% โดยมี 39% (20 กอง) ที่ผลตอบแทนเป็น “บวก” ในขณะที่ 61% ที่เหลือ (31 กอง) มีผลตอบแทน “ติดลบ”
อย่างไรก็ตาม “สงคราม” ที่ยังไม่มีวี่แววว่าจะยุติและส่อเค้าอาจจะลุกลามขยายวงออกไปได้นั้น ดูจะเป็นปัจจัยหนุนราคา “ทองคำ” ในช่วงสั้นได้เป็นอย่างดี
แต่ด้วยพื้นฐานของทองคำเองก็มีปัจจัยบวกที่คอยหนุนอยู่แล้วหลัง Bond Yield สหรัฐมีแนวโน้มผ่านจุดสูงสุดไปแล้วและจะชะลอตัวได้ในอนาคต มองไปจากนี้ถึงปีหน้าตลาดมองราคาทองคำค่อนข้างบวกให้เป้าหมายกันระดับเฉลี่ย 2,000-2,100 ดอลลาร์/ทรอยออนซ์ หรือยังมีอัพไซด์จากราคาปัจจุบันประมาณ 5 – 10% เลยทีเดียว !!!
ดังนั้น การมี “กองทุนทองคำ” ติดพอร์ตไว้ช่วยกระจายความเสี่ยง ยังคงเป็นทางเลือกที่ “สร้างสมดุล” ให้พอร์ตการลงทุนได้เป็นอย่างดีในฐานะของ “สินทรัพย์ทางเลือก” หนึ่งที่ทั่วโลกยอมรับ
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealth yhai’ ได้คัดเอา 4 “กองทุนเด่น” ในธีมทองคำที่น่าสนใจมาฝากกัน
เปิด 4 "กองทุนเด่น" ธีมทองคำ-ติดไว้ "กระจายความเสี่ยง"…รับ “สงคราม” อิสลาเอล-ฮามาสลุกลามขยายวง
สำหรับ “กองทุนทองคำ” ในไทยทั้งหมด เน้นลงทุนใน “ทองคำแท่ง 99.99%” ซึ่งเป็นมาตรฐานโลก โดยส่วนใหญ่มากกว่า 90% เป็นรูปแบบ Feeder Fund ที่จะไปลงทุนผ่านกองทุนหลัก “SPDR Gold Trust” กองทุนทองคำที่ใหญ่ระดับโลก ซึ่งกองทุนดังกล่าวจัดตั้งและจัดการโดย World Gold Trust Services, LLC และได้จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ถึง 4 แห่ง ได้แก่ ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก, ตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ ,ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง และตลาดหลักทรัพย์ญี่ปุ่น
“แต่ก็มีสวนน้อยที่เลือกไปลงทุนเองโดยตรงในทองคำแท่ง 99.99% นอกจากนี้ยังมีกองทุนประเภท Fund of Funds ที่เข้าไปลงทุนในกองทุนทองคำตั้งแต่ 2 กองขึ้นไปด้วยเช่นกัน”
สำหรับ 4 “กองทุนเด่น” ที่คัดมาในครั้งนี้จะมีครบทุกรูปแบบกันเลย เริ่มกันที่

-“TGoldBullion-UH: กองทุนเปิดธนชาตทองคำแท่ง-UH” ของบลจ.อีสท์สปริง กองทุนนี้เป็นกองทุนที่ไปลงทุนโดยตรงในทองคำแท่ง 99.99% ซึ่งทองคำที่ลงทุนนั้นเป็นทองคำที่ผลิตโดยผู้ผลิตที่ผ่านการรับรอง (acceptable refiners) จาก London Bullion Market Association (LBMA) ซึ่งมีมาตรฐานความบริสุทธิ์ของทองคำไม่ต่ำกว่า 99.5%
-“SCBGOLD: กองทุนเปิดไทยพาณิชย์โกลด์” ของบลจ.ไทยพาณิชย์ เป็น Feeder Fund ลงทุนในทองคำแท่ง 99.99% ผ่านกองทุนหลัก ‘SPDR Gold Trust’

-“BCAP-GOLD: กองทุนเปิดบีแคป โกลด์” ของบลจ.บางกอกแคปปิตอล เป็น Fund of Funds ที่เน้นลงทุนในทองคำแท่ง 99.99% ผ่านกองทุนรวม/ETF ที่มีนโยบายลงทุนในทองคำดังกล่าวตั้งแต่ 2 กองขึ้นไป
- ปิดทายกันด้วย “PGOLD: กองทุนเปิด ฟิลลิป ทองคำ” ของบลจ.ฟิลลิป เป็น Feeder Fund ที่เน้นลงทุนในทองคำแท่ง 99.99% ผ่านกองทุนหลัก ‘SPDR Gold Trust’
“การลงทุนในทองคำผ่านรูปแบบของ ‘กองทุนรวม’ ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุน เพราะกองทุนเข้าไปลงทุนในทองคำแท่ง 99.99% มาตรฐานโลกจริงๆ สะดวกในการซื้อขายง่ายๆ และใช้เงินลงทุนขั้นต่ำไม่มากหลักร้อยก้ลงทุนได้แล้ว บางแห่งเริ่มต้นขั้นต่ำเพียง 1 บาท เท่านั้น”
“Goldman Sachs” & “JPMorgan” คาดราคาทองคำปีหน้าทะลุ 2,100 ดอลล์...ส่วน “World Bank” & “IMF” มองต่างให้ราคาเฉลี่ยที่ 1,700-1,775 ดอลล์ เท่านั้น
ด้านมุมมองราคาทองคำในปี24 นั้น ทาง “World Bank” และ “IMF” ให้ไว้เฉลี่ยทั้งปีที่ 1,700 และ 1,775 ดอลลาร์/ทรอยซ์ออนซ์ ตามลำดับ
ส่วน “City Group” มองเป้าหมายปีหน้าไว้ที่ 2,040 ดอลลาร์/ทรอยออนซ์
ในขณะที่ “Goldman Sachs” คาดว่าราคาทองในปีหน้าจะแตะ 2,133 ดอลลาร์/ทรอยออนซ์ เช่นเดียวกันกับ “JPMorgan Chase & Co.” ที่คาดว่าราคาทองปีหน้าจะอยู่ที่ระดับ 2,175 ดอลลาร์/ทรอยออนซ์ เช่นเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม “ทองคำ” เองจัดเป็นสินทรัพย์ทางเลือกหนึ่ง ไม่ใช่สินทรัพย์หลักที่จะเอาไว้เป็น “Core Port” เพื่อสร้างผลตอบแทนในระยะยาวแต่ประการใด หากแต่มีไว้เพื่อกระจายความเสี่ยงสร้างสมดุลและเสริมสุขภาพให้กับพอร์ตลงทุนได้เป็นอย่างดี คำแนะนำทั่วไปก็มีไว้ได้ไม่ควรเกิน 10-15% ในยามที่เกิดภาวะบางอย่าง เช่น “สงคราม” สินทรัพย์อื่นอย่างหุ้นอาจร่วงแรง แต่ถ้ามีทองคำติดไว้ก็ช่วยค้ำยันพอร์ตเอาไว้ได้ในระดับหนึ่งเลยทีเดียว
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
