Official Update :

“น้ำมันพุ่ง” ไม่ช่วยหนุน “หุ้นพลังงานทางเลือก”... กดผลงานทั้งกลุ่ม “แดงเดือด” ตั้งแต่ต้นปีติดลบเฉลี่ย -16% !!!

สาระ Fund วันละนิด: วันนี้ จะพามาส่องผลงานของกลุ่ม “กองทุนพลังงานทางเลือก” (Alternative Energy) กันบ้าง ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งใน Megatrend ของโลกการลงทุนเช่นเดียวกัน


ปีนี้ราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวขึ้นมากว่า +8.8% สู่ระดับ 88.20 ดอลลาร์/บาเรล และความกังวลของโลกที่มีต่อทิศทางราคาน้ำมันจาก “สงคราม” อิสลาเอล-ฮามาส ที่อาจจะผลักราคาน้ำมันให้ทะยานไปไกลกว่านั้นได้


ซึ่งปกติแล้วเมื่อราคาน้ำมันดิบในรูปแบบเก่าพุ่งขึ้น มักจะส่งผลดีต่อ “พลังงานทางเลือก” ทั้งหลาย


แต่ “ผิดคาด” !...ในปีนี้กลุ่ม “กองทุนพลังงานทางเลือก” แดงกันถ้วนหน้ามีเขียวเพียง 1 กอง ทำผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบ -16% !!!


ผลงานกลุ่ม “กองทุนพลังงานทางเลือก” ปีนี้เป็นยังไงบ้างนั้น ทางทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ได้รวบรวมเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้ว ไปดูพร้อมๆ กันได้เลย


"กองพลังงานทางเลือก" ปีนี้กว่า 83% แดงเดือด ผลตอบแทนติดลบเฉลี่ย -16%
...KWI SENERGY-A” แชมป์ผลตอบแทนสูงสุด +2.21%

ปัจจุบันมี “กองทุนพลังงานทางเลือก” ทั้งหมด 15 กอง ที่มีผลงานตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน แต่ถ้าไม่นับชนิดหน่วยลงทุนที่มีกองทุนหลักเหมือนกันจะเหลือเพียง 6 กอง ซึ่งเป็น Feeder Fund ที่ไปลงทุนในกองทุนหลักจาก 5 กอง ด้วยกัน ซึ่งทั้งหมดเน้นลงทุนใน “พลังงานทางเลือก” เป็นสำคัญ


“จาก 6 กอง ทำผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีได้เฉลี่ยติดลบ -16% โดยกองที่มีผลงานดีสุดทำได้ +2.21% ส่วนกองที่มีผลงานแย่สุดติดลบ -31.43% มีถึง 83% จากทั้งหมดที่ผลตอบแทนติดลบ


สำหรับทั้ง 6 กองทุน ประกอบไปด้วย

1) “KWI SENERGY-A: กองทุนเปิดเคดับบลิวไอ สมาร์ท เอนเนอร์จี้ อิควิตี้ เอฟไอเอฟ ของบลจ.เคดับบลิวไอ ทำผลตอบแทนได้ +2.21% ลงทุนในกองทุนหลัก ‘Robeco Capital Growth Funds – RobecoSAM Smart Energy Equities Class I USD’ ที่เน้นลงทุนในหุ้นของบริษัททั่วโลกที่มีศักยภาพในการเติบโตสูงเกี่ยวกับการจัดหาเทคโนโลยีสำหรับการผลิตพลังงานสะอาด/การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ (Smart Energy) รวมทั้งบริษัทที่มีการยกระดับด้านความยั่งยืน บริหารจัดการโดย Robeco Institutional Asset Management B.V.


“โดย 5 กลุ่มอุตสาหกรรมที่กองทุนหลักลงทุนมากสุด (ณ 30 ก.ย. 23) ได้แก่ Semiconductors & Semiconductor Equipment 35.2%, Electrical Equipment 22.6%, Electric Utilities 8.0%, Building Products 6.4% และ Chemicals 6.2%



2)
MRENEW-A: กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี รีนิวเอเบิล เอนเนอร์จ ชนิดผู้ลงทุนทั่วไปที่ไม่รับเงินปันผล” ของบลจ.เอ็มเอฟซี ผลตอบแทนติดลบ -5.32% ลงทุนในกองทุนหลัก ‘BGF Sustainable Energy Fund’ บริหารจัดการโดย BlackRock (Luxembourg) S.A. ที่เน้นลงทุนในบริษัทที่มีการพัฒนาพลังงานที่ยั่งยืน (sustainable energy companies) ทั่วโลก


3) T-ES-GGREEN: กองทุนเปิดธนชาต อีสท์สปริง Global Green Energy ของบลจ.อีสท์สปริง -16.34% ลงทุนผ่านกองทุนหลัก ‘KBI Global Energy Transition Class E USD’ ที่เน้นลงทุนในพลังงานหมุนเวียนและโครงสร้างพื้นฐานแบบยั่งยืน บริหารจัดการโดย Brookfield Public Securities Group LLC


4) “SCBCLEAN(E): กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Global Clean Energy (ชนิดช่องทางอิเล็กทรอนิกส์)” ของบลจ.ไทยพาณิชย์ -21.35% ลงทุนผ่านกองทุนหลัก ‘BNP PARIBAS ENERGY TRANSITION’ Class I Capitalisation สกุลเงินยูโร (EUR) ที่เน้นลงทุนในหุ้นที่ออกโดยบริษัทต่างๆ ทั่วโลกที่มีส่วนร่วมกับการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ธุรกิจด้านพลังงานทดแทนและการเปลี่ยนถ่ายพลังงาน การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ระบบขนส่งอย่างยั่งยืน อาคารและโครงสร้างพื้นฐานที่คำนึงถึงการใช้พลังงาน บริหารโดย BNP PARIBAS ASSET MANAGEMENT


5) “DAOL-TENERGY: กองทุนเปิดดาโอ นิว ทรานซิชั่น เอนเนอร์จี” ของบลจ.ดาโอ -24.12% ลงทุนผ่านกองทุนหลัก ‘BNP Paribas Funds Energy Transition’ Class I CAP (EUR) ในสกุลเงินยูโร ที่เน้นลงทุนเพื่อเพิ่มมูลค่าของสินทรัพย์ในระยะกลาง โดยลงทุนในหุ้นบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานแนวใหม่ทั่วโลก (Energy Transition) รวมถึงกลุ่มพลังงานทางเลือก กลุ่มพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน กลุ่มโครงสร้างพื้นฐานที่สร้างความยั่งยืน เช่น การขนส่งและอาคารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม บริหารโดย BNP PARIBAS ASSET MANAGEMENT


6) ปิดท้ายกันด้วย PRINCIPAL GCLEAN-A: กองทุนเปิดพรินซิเพิล โกลบอล คลีน เอ็นเนอร์จี ชนิดสะสมมูลค่า” ของบลจ.พรินซิเพิล ผลตอบแทนติดลบ -31.43% ลงทุนผ่านกองทุนหลัก ‘iShares Global Clean Energy UCITS ETF’ ชนิดหน่วยลงทุน (Share Class) USD (Dist) บริหารจัดการลงทุนโดย BlackRock Advisors (UK) Limited. ที่เน้นลงทุนในหุ้นที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี S&P Global Clean Energy ซึ่งเป็นสไตล์ Passive Fund ในกลุ่มเพียงกองทุนเดียว


“โดย 5 กลุ่มอุตสาหกรรมที่กองทุนหลักลงทุนมากสุด (ณ 16 ต.ค. 23) ได้แก่ Utilities 52.15%, Information Technology 25.08%, Industrials 18.68%, Energy 2.02% และ Materials 1.63


“พลังงานทางเลือก” ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นพลังงานลม, แสงแดด, น้ำ เป็นต้น ถือเป็น “พลังงานแห่งอนาคต” เป็นพลังงานยุคใหม่ที่จะก้าวเข้ามาแทนที่ “พลังงานยุคเก่า” อย่าง น้ำมัน เป็นต้น อย่างไม่ต้องสงสัย จนถูกจัดเป็นหนึ่งใน Megatrend หนึ่งของโลก หากแต่ในระยะสั้น “ความผันผวน” ยังเป็นสิ่งที่ยากจะเลี่ยงได้ แต่สำหรับนักลงทุนระยะยาวก็อาจเป็นจังหวะที่ดีในการทยอยเข้าลงทุนได้เช่นเดียวกัน


ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวม มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน 

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’