อยาก “จับจังหวะ” ลงทุน “น้ำมันโลก” ช่วงสงครามตึงเครียด... “กองทุนน้ำมัน” ทางเลือกที่ตอบโจทย์ ถ้า “เข้าใจ-รับความเสี่ยงได้สูง” !!!
ลายแทงกองทุน: ปีนี้ “น้ำมันดิบ WTI” บวกขึ้นมาแล้วกว่า +9.1% มาอยู่ที่ระดับ 84.24 ดอลลาร์/บาเรล ในท่ามกลางภาวะ “สงคราม” อิสลาเอล-กลุ่มฮามาส ที่โลกกำลังจับตาดูว่าจะขยายวงเป็นสงครามภูมิภาคหรือไม่? นั่นอาจจะทำให้ระดับราคาน้ำมันโลกพุ่งทะยานทะลุ 100 ดอลลาร์/บาเรล ได้เช่นกัน
จึงไม่น่าแปลกใจว่ากลุ่ม “กองทุนน้ำมัน” หรือ “Oil Fund” ในปีนี้ ซึ่งปัจจุบันมีเพียง 9 กอง จะทำผลตอบแทนได้เขียวยกแผงเฉลี่ย +9.81% ทำผลตอบแทนได้ตั้งแต่ 6.45 – 15.45%
ล่าสุด ทาง EIA (U.S. Energy Information. Administration) ได้คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบ WTI ในปี24 ไว้สูงขึ้นเป็นเฉลี่ยทั้งปีที่ 90.91 ดอลลาร์/บาเรล
กลุ่ม “กองทุนน้ำมัน” หรือ “Oil Fund” เป็นหนึ่งในทางเลือกที่ตอบโจทย์นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง ที่ต้องการ “จับจังหวะ” เข้าลงทุนในราคาน้ำมันดิบ WTI แม้ว่าราคากองทุนกับราคาน้ำมันอาจจะไม่ได้เคลื่อนไหวใกล้เคียงกันทั้ง 100% ก็ตาม เพราะเป็นการลงทุนใน “สัญญาซื้อฟิวเจอร์ส” นั่นเอง
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ได้คัดเอา 4 “กองทุนเด่น” ในธีมน้ำมันที่น่าสนใจมาฝากกัน

เปิด 4 "กองทุนเด่น" ธีมน้ำมัน...โอกาส “จับจังหวะลงทุน” ช่วง “สงคราม” อิสลาเอล-ฮามาส ทำ Upside เปิด
สำหรับ “กองทุนน้ำมัน” (Oil Fund) ในไทยนั้น ปัจจุบันมีเพียง 9 กอง และยังเป็นกองทุนรวมที่เข้าไปลงทุนใน “สัญญาซื้อขายล่วงหน้า” น้ำมันดิบ West Texas Intermediate-Light Sweet Crude Oil (WTI) ทุกกอง นั่นจึงทำให้ราคาของกองทุนเองจะไม่ได้เคลื่อนไหวตามราคาน้ำมันดิบ WTI ซึ่งเป็นสัญญาฟิวเจอร์ไปทั้ง 100% ขึ้นกับอายุของสัญญาและราคาที่กองทุนนั้นๆ ถือลงทุนอยู่เป็นสำคัญ
โดยกลุ่ม “กองทุนน้ำมัน” จะไปลงทุนผ่านกองทุนหลักในต่างประเทศอยู่ 2 กอง ได้แก่
- “Invesco DB Oil Fund” (DBO) เป็นกองทุน ETF ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก บริหารและจัดการโดย Invesco Capital Management LLC เน้นลงทุนในสัญญาซื้อขายน้ำมันดิบล่วงหน้า WTI ที่หมดอายุใน ‘เดือนใกล้ที่สุด’
- “United States Oil Fund” (USO) เป็นกองทุน ETF ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก บริหารและจัดการโดย United States Commodity Funds, LLC เน้นลงทุนในสัญญาซื้อขายน้ำมันดิบล่วงหน้า WTI ที่หมดอายุ ‘เดือนไหนก็ได้’
“โดยกองทุนหลักทั้ง 2 กอง จะซื้อสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบแล้วถือจนครบกำหนดอายุ เมื่อครบอายุกองทุนจะมีการปิดสัญญาและเปลี่ยนไปลงทุนสัญญาของเดือนถัดไป เป็นการ Roll สัญญา หรือ Roll Yield ไปเรื่อยๆ นั่นเอง”

สำหรับ 4 “กองทุนเด่น” ที่คัดมาในครั้งนี้จะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ตามกองทุนหลักที่ไปลงทุน โดย 3 กองแรกนี้ ไปลงทุนใน “Invesco DB Oil Fund” (DBO) ได้แก่
-
“TMBOIL: กองทุนเปิดทหารไทย ออยล์ฟันด์” ของบลจ.อีสท์สปริง
-
“KT-OIL: กองทุนเปิดเคแทม ออยล์ ฟันด์” ของบลจ.กรุงไทย
-
“TISCOOIL: กองทุนเปิด ทิสโก้ ออยล์ ฟันด์” ของบลจ.ทิสโก้
ปิดท้ายกันด้วยกองที่ไปลงทุนใน “United States Oil Fund” (USO) ได้แก่
-
“I-OIL: กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี อินเตอร์เนชั่นแนล ออยล์ ฟันด์” ของบลจ.เอ็มเอฟซี
“สำหรับกองทุนน้ำมันไม่ได้เหมาะกับนักลงทุนทุกคน และไม่เหมาะสำหรับการถือยาวด้วยเพราะเป็นการซื้อขายสัญญาฟิวเจอร์ ที่มีความผันผวนของราคาสูง แต่สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ มีความเข้าใจ อยากจะจับจังหวะเพื่อลงทุน ก็ควรเป็นโอกาสที่ Upside เปิดมากกว่า Downside และควรจำกัดการลงทุนในพอร์ตไว้ด้วย นี่เป็น ‘สินทรัพย์ทางเลือก’ ที่มีความเสี่ยงสูง ไม่ใช่สินทรัพย์หลักที่จะใช้เป้น Core Port ได้แต่ประการใด”
แม้ตลาดจะมีมุมมองเชิงบวกต่อ “ราคาน้ำมันโลก” และหาก “สงคราม” ลุกลามขยายวงอาจส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นทะลุ 100 ดอลลาร์/บาเรล ได้ก็ตาม แต่นี่คือสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูง นักลงทุนที่สนใจจึงควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง เพราะนี่เป็นกองทุนที่มีระดับ “ความเสี่ยงที่สูงมาก” นั่นเอง
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
