“หุ้นเอเชีย” ภูมิภาคแห่งการเติบโต...คุ้มค่ากับการลงทุน !!!
Fun of Funds: ในขณะที่เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอตัว โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วทั้งสหรัฐ, ยุโรป และญี่ปุ่น ภาพของ “เอเชีย” (ไม่รวมญี่ปุ่น) กลับแตกต่างออกไปเพราะเป็นภูมิภาคที่ยังมีการเติบโตต่อเนื่อง จะเป็นพลังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกข้างหน้า
แม้ปัจจุบันจะเต็มไปด้วย “ความผันผวน” จากสารพัดปัจจัยที่เข้ามากระทบ แต่ในทุกครั้งที่มี “วิกฤติ” ย่อมมี “โอกาส” การลงทุนอยู่เสมอ
แม้ในช่วงที่ผ่านมา ภาพรวมอาจจะดู Underperform ทางฝั่งตลาดพัฒนาแล้วอย่าง “สหรัฐ” ไปบ้างก็ตาม แต่ด้วยพื้นฐานของ “เอเชีย” ยังคงแข็งแกร่งและพร้อมจะขับเคลื่อนตลาดหุ้นให้ทะยานไปข้างหน้าอย่างไม่ต้องสงสัย
ทำไม?...“ภูมิภาคเอเชีย” จึงน่าสนใจ ตามทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthy Thai’ ไปไขปริศนานี้กับผู้เชี่ยวชาญในแวดวงการลงทุนพร้อมๆ กันได้เลย

“หุ้นเอเชีย” โอกาสลงทุน...ท่ามกลางความผันผวน
โดย “พีรพงศ์ จิระเสวีจินดา” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.บัวหลวง มองว่า ภายหลังที่ Covid-19 ผ่านพ้นไป พวกเรากลับมาใช้ชีวิตปกติ ทั่วโลกกลับมาเปิดประเทศ การเดินทางเพื่อการท่องเที่ยวรวมถึงการทำธุรกิจกลับมาคึกคักแล้วอีกครั้ง ตั้งแต่ต้นปีนี้นักลงทุนก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวังและมองโลกในแง่ดีสำหรับในการลงทุน ไม่นานที่ผ่านมานี้เอง พวกเราได้ยินแต่คำว่า “Lower for longer” มาถึงวันนี้มีแต่ผู้คนพูดว่า “Higher for longer” และเป็นที่น่าตกใจอย่างยิ่งเมื่อเห็นอัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้ (Yield) ที่ปรับขึ้นมาระดับสูงสุดในรอบ 16 ปี นักลงทุนรุ่นใหม่อาจจะไม่เคยได้ยินคำว่า Coupon Clipping ด้วยซ้ำ เพราะเนื่องจากทศวรรษที่ผ่านมาก็ไม่มี Coupon ให้ Clip เลย ต้องยอมรับว่า ณ วันนี้ ผลตอบแทนที่ลงทุนในตลาดเอเชียในหลายๆประเทศไม่ได้เป็นไปตามคาด และยังทำให้นักลงทุนผิดหวังด้วยซ้ำ

(พีรพงศ์ จิระเสวีจินดา)
“ปีนี้ตลาดเอเชียเต็มไปด้วยความผันผวน ความสับสน และความไม่แน่นอนมากมาย บางตลาดถึงขั้นปรับตัวลงเข้าสู่ Bear Market แต่สำหรับนักลงทุนสถาบัน และผู้จัดการกองทุน มองว่าเป็นโอกาสที่จะหา idea การลงทุนใหม่ๆ และเป็นโอกาสในการแสวงหา Alpha จากการลงทุนใน ‘หุ้นเอเชีย’ นั่นเอง”
“หุ้นเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น)” ราคาถูกและมีพื้นฐานหนุน “ราคาหุ้น” ให้สูงขึ้นได้
เช่นเดียวกันกับ “Ken Lin” Head of Hong Kong and Southeast Asia Intermediary Business, Invesco ltd. ที่มองว่า “หุ้นเอเชีย” (ไม่รวมญี่ปุ่น) ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา ผ่าน “วิกฤติ” มามากมาย ที่ทำให้นักลงทุนตกใจ แต่ถ้าเราลงทุนในช่วง “วิกฤติ” นั้น จะเป็นจังหวะที่ดีในการทำกำไรก้อนใหญ่ ถ้าคุณลงทุนในกองทุน “Invesco Asian Equity Fund” ตั้งแต่ปี1998 ถึง 30 ก.ย. 23 สามารถสร้างผลตอบแทนได้ +10.7% ต่อปี สูงกว่าดัชนีชี้วัดซึ่งทำได้ +5.8% ต่อปี ในช่วงเวลาเดียวกัน

(Ken Lin)
“เอเชียเป็นภูมิภาคที่ภาพต่างไปจากฝั่งสหรัฐหรือยุโรป มีเงินเฟ้อต่ำ ประชากรชนชั้นกลางมีรายได้ที่จับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น รัฐบาลพร้อมออกมาตรการในการกระตุ้นเศรษฐกิจ หนุนเศรษฐกิจเอเชียให้เติบโต ‘หุ้นเอเชีย’ เมื่อเทียบกับ ‘หุ้นโลก’ ปัจจุบันราคาถูก มีพื้นฐานรองรับ ที่สนับสนุนให้ราคาหุ้นสามารถปรับตัวเพิ่มขึ้นได้อีก”
“หุ้นญี่ปุ่น” คุ้มค่ากับการลงทุน... “หุ้นถูก-กำไรโตดี”
หันมาดูตลาดหุ้นญี่ปุ่นกันบ้าง ทางด้าน “Ken Nagano” Head of Japan Equity Active Growth Team, of the Active Japanese Equity Group, Normura Asset Management (NAM) Tokyo ยอมรับว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่นติดกับดัก “เงินฝืด” มานานนับทศวรรษ จนตลาดหุ้นเองไม่ไปไหน และกลายเป็นหนึ่งในตลาดที่ถูกลืม แม้ว่าราคาจะถูกมากในช่วงที่ผ่านมาก็ตาม แต่ก็ไม่มีนักลงทุนสนใจที่จะเข้ามาลงทุน ทั้งที่ “หุ้นญี่ปุ่น” เป็นตลาดที่คุ้มค่ากับการลงทุน ราคาถูก-กำไรโตดีไม่แพ้หุ้นสหรัฐ หลัง “วอร์เรน บัฟเฟตต์” กลับมาลงทุนหุ้นญี่ปุ่น ก็ทำให้นักลงทุนทั่วโลกสนใจหุ้นญี่ปุ่นอีกครั้ง

(Ken Nagano)
“ทำไม ‘หุ้นญี่ปุ่น’ จังน่าสนใจลงทุน 1) เศรษฐกิจของญี่ปุ่นกำลังเปลี่ยนจาก ‘เงินฝืด’ มาสู่ ‘เงินเฟ้อ’ 2) เป็นตลาดที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์น้อย 3) บริษัทจดทะเบียนญี่ปุ่นได้รับประโยชน์จากการมีธรรมาภิบาล ซึ่งเปิดกว้างมากขึ้นตามนิยามของสากล ทั้งที่เรื่องของการทำธุรกิจโดยคำนึงถึงผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมีมานานตั้งแต่สมัยเอโด๊ะแล้วก็ตาม และ 4) องค์กรธุรกิจกำลังเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง จึงเป็นโอกาสที่จะกลับไปลงทุนใน ‘หุ้นญี่ปุ่น’ อีกครั้ง”

“หุ้นจีน” ราคาถูก-ศก.โตดี...สินทรัพย์ที่ควรมีติดพอร์ต
ส่งท้ายกันด้วย “Sarah Lien” Senior Product Specialist Allianze Global Investors ต่อมุมมอง “ตลาดหุ้นจีน” ซึ่งเธอมั่นใจว่า เศรษฐกิจจีนจะไม่ซ้ำรอยญี่ปุ่นที่เข้าสู่กับดักเงินฝืดนับทศวรรษอย่างแน่นอน แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัญหาในภาอสังหาริมทรัพย์ในจีน ตลอดจนการคุมเข้มบริษัทเทคโนโลยีในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนเองด้วย แม้ภาครัฐจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมากกว่า 200 มาตรการแต่ก็ดูเหมือนตลาดจะไม่ตอบรับสักเท่าไร อย่างไรก็ตามมาตรการต่างๆ ที่รัฐออกมาแก้ไขปัญหานั้นเราเชื่อมั่นว่าได้เดินมาถูกทางแล้ว

(Sarah Lien)
“รัฐบาลเองพร้อมดูแล ‘ตลาดหุ้นจีน’ สร้างความเชื่อมั่น เพื่อดึงเงินต่างชาติกลับมาลงทุนอีกครั้ง ‘หุ้นจีน’ มีหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรมให้เลือกลงทุน มีหุ้นเกรด A และบริษัทดีๆ ในแต่ละอุตสาหกรรมจำนวนมาก จึงเป็นอีกหนึ่งสินทรัพย์ที่ควรมีติดพอร์ตไว้ ในปัจจุบันราคาก็ถูกและมีศักยภาพในการเติบโตในระยะยาว”
สำหรับใครที่กำลังมองหาโอกาสการลงทุนในระยะยาว ปีนี้ ปีหน้า เชื่อว่า “หุ้นเอเชีย” ยังเป็นภูมิภาคที่ไม่ควรละเลยและควรมีติดพอร์ตไว้เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโต “ภูมิภาคแห่งการเติบโต” นั่นเอง
