Official Update :

“KT-JAPANSM-D”...เสริมแกร่งให้พอร์ตด้วย “หุ้นญี่ปุ่น-ไซส์เล็ก” !!!

กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง กองทุนติดดาว กองทุนที่ได้เรทติ้ง Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก


ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม Japan Equity” ที่มีจุดเด่นเน้นลงทุนใน “หุ้นหุ้นญี่ปุ่น-ขนาดเล็ก” ที่มีมูลค่าตลาดต่ำที่สุด 25% ของตลาดหุ้นญี่ปุ่น


ในปีที่ผ่านมาตลาดหุ้นหลายประเทศได้ให้ผลตอบแทนเป็นลบหรือขาดทุนอยู่จำนวนไม่น้อยโดยเฉพาะในกลุ่มเอเชีย แต่ในขณะเดียวกันก็ตลาดอีกไม่น้อยที่ทำผลตอบแทนได้อย่างโดดเด่น


แน่นอนว่า “ตลาดหุ้นญี่ปุ่น” ก็ถือเป็นตลาดที่ติดอันดับหนึ่งในการสร้างผลตอบแทนได้อย่างโดดเด่นที่สุดในกลุ่ม ปี23 บวกไปกว่า +28% ทำให้นักลงทุนหลายคนที่จะเริ่มเบนเข็มหรือมาให้ความสนใจในตลาดหุ้นดังกล่าวมากขึ้น


ดังนั้น ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงขอใช้โอกาสนี้ในหยิบยกพร้อมกับนำเสนอ “กองทุนรวมหุ้นญี่ปุ่น” ที่น่าสนใจ มาแชร์ให้แก่ผู้อ่านและนักลงทุนกัน



“KT-JAPANSM-D” เฟ้น “หุ้นญี่ปุ่น-ไซส์เล็ก” สร้างความมั่งคั่งระยะยาว

โดยกองทุนที่เราหยิบขึ้นนั้น มีชื่อว่า “กองทุนเปิดเคแทม Japan Small Cap Equity (ชนิดจ่ายเงินปันผล)” หรือ KT-JAPANSM-D ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) และด้วยการจัดการที่โดดเด่นยังเป็นกองทุนที่ได้รับการอันดับจาก “มอร์นิ่งสตาร์” ให้เป็นกองทุน “5 ดาว” อีกด้วย


สำหรับรายละเอียดอื่นของกองทุน ด้วยประเภทกองฟีดเดอร์จึงมีการลงทุนในกองทุนต่างประเทศเป็นหลักเพียงกองเดียว โดยได้มีการจัดตั้งหรือจดทะเบียนขึ้นในวันที่ 31 พฤษภาคม 2559 จนถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 11 มกราคม 2567) มีมูลค่าสินทรัพย์อยู่ที่ 40,222,831 บาท และมูลค่าหน่วยลงทุนที่ 16 บาท


“ขณะที่นโยบายการลงทุนหรือกองทุนหลักก็คือ ‘Henderson Horizon Fund – Japanese Smaller Companies Fund – Class A2 โดยวัตถุประสงค์ของกองทุนดังกล่าว คือ การบรรลุเป้าหมายการเติบโตของเงินทุนในระยะยาว โดยลงทุนไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของสินทรัพย์รวมของกองทุนในบริษัทญี่ปุ่นที่มีขนาดเล็ก”



หน้าตาพอร์ต...สไตล์ “หุ้นขนาดเล็ก” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นเติบโต” และ “หุ้นคุณค่า”

จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของกอง ‘KT-JAPANSM-D’ มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นขนาดเล็ก” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นเติบโต” (Growth) และ “หุ้นคุณค่า” (Value) เป็นสำคัญ


ทั้งนี้ หน้าตากองทุนหลัก (ณ วันที่ 30 พ.ย.23) ได้มีการจัดสรรและกระจายเงินลงทุนใน 5 อุตสาหกรรมที่มีมูลค่าลงทุนสุงสุด ประกอบไปด้วย

-กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม                  28.10%

-กลุ่มเทคโนโลยี                             15.23%

-กลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย                       12.58%

-กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมขั้นพื้นฐาน    9.67%

-กลุ่มสินค้าจำเป็น                           9.37%



“ด้านผลการดำเนินงานของ ‘KT-JAPANSM-D’ ตั้งแต่จัดตั้งกอง (ข้อมูล ณ วันที่ 30 พ.ย. 23) มีผลการดำเนินงานทำได้ดีอย่างสม่ำเสมอเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 5.90% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 5.21% ต่อปี) ส่วนความผันผวนของผลการดำเนินงานที่เฉลี่ยอยู่ 18.73% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 17.38% ต่อปี) แต่อย่างไรก็ดีในช่วง 5 ปี ที่ผ่านมากองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -35.58%


แต่นอกจากผลการดำเนินงานที่มีโดดเด่นนั้น ด้วยนโยบายการ “จ่ายปันผล” ของกองทุน ก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการสร้างผลตอบแทนเพิ่มเติมให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการจ่ายปันผลที่จะจ่ายไม่เกินปีละ 4 ครั้ง และตั้งแต่จัดตั้งกองทุนมาก็ได้ปันผลไปแล้วทั้งสิ้น 3 ครั้ง รวมเป็นเงิน 1.35 บาท


เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” เพียง 1,000 บาท เท่านั้น

สำหรับใครที่สนใจในกองทุนดังกล่าวที่ก็สามารถลงทุนได้ง่ายๆ อย่างเงื่อนไขลงทุนหรือการซื้อขั้นต่ำใน “การซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” อยู่ที่ 1,000 บาท ในส่วนของการขายก็สามารถทำได้โดยไม่มีข้อกำหนดเช่นเดียวกันกับการขายคืน แต่ก็ยังมีเงื่อนไขการได้รับเงินค่าขายคืนอยู่ที่ 5 วันทำการนับจากวันคำนวณ NAV (T+5)



ส่วนรายละเอียดการซื้อขายในปัจจุบันจะสามารถทำได้ทั้งผ่านช่องทางออฟไลน์อย่าง สาขาธนาคารกรุงไทยและตัวแทนสนับสนุนการซื้อขายหน่วยลงทุนอื่นๆ หรือช่องทางออนไลน์ผ่าน ผ่านระบบ Internet Trading : KTAM SMART TRADE (www.ktam.co.th)


ข้อมูลกองทุนที่เราหยิบขึ้นมาเสนอในครั้งนี้เป็นเพียงบางส่วนของกองทุน แต่ด้วยนโยบายการลงทุนของกองทุนที่โฟกัสใน หุ้นญี่ปุ่นขนาดเล็ก ก็ถือว่ามีความน่าสนใจไม่น้อย ด้วยศักยภาพการเติบโตที่ค่อนข้างสูงและยังคาดหวังการขยายของธุรกิจในอนาคตได้ดีอีกด้วย


ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา

นักข่าวเลือดใหม่ “สายกองทุน” ที่พร้อมจะนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร สาระที่เป็นประโยชน์ มีสีสัน สนุกและเข้าใจง่าย ตอบโจทย์นักลงทุนทุก Generation ให้เข้าถึงโลกของการลงทุนได้อย่างเท่าเทียม