Official Update :

5 “กองทุนหุ้นสหรัฐ” ฟอร์มเด่นปีนี้ ขนขบวนลุย “หุ้นใหญ่” โชว์ผลตอบแทนเฉลี่ย +14.43% ส่วน “หุ้นแบงก์” & “หุ้นไซส์เล็ก” ยังเร่งไม่ขึ้นอยู่ท้ายตาราง “ผลงานติดลบ” !!!

สาระ Fund วันละนิด: ไม่มีเซอร์ไพรส์อะไร สำหรับการประชุม “ธนาคารกลางสหรัฐ” (Fed) ที่ผ่านมา ทุกอย่างเป็นไปตามตลาดคาดไว้ โดยยังคงดอกเบี้ยที่ระดับ 5.25%-5.50% และส่งสัญญาณจะลดดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้


พร้อมกับเพิ่มคาดการณ์ GDP ปีนี้โตสูงขึ้นเป็น 2.1% จากเดิม 1.4% และปีหน้าโต 2.0% จากเดิม 1.8% ส่วน Core PCE ปรับขึ้นเป็น 2.6% จากเดิมที่มองไว้ 2.4% แต่ Fed ก็ไม่ได้กังวลอะไรเพราะตัวเลขเงินเฟ้อยังคงอยู่ในทิศทางที่ชะลอตัวลงนั่นเอง


การคงดอกเบี้ยของ Fed ในครั้งนี้ ช่วยให้ตลาดผ่อนคลายและหนุนให้ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นต่อ โดยในปีนี้ “หุ้นสหรัฐ” ทั้ง S&P500 และ Nasdaq-100 ก็บวกขึ้นมาต่อเนื่องกว่า +10%


ทำให้ผลงานกลุ่ม “กองทุนรวมหุ้นสหรัฐ” ในภาพรวมปรับตัวดีขึ้นเช่นกัน ส่วนใหญ่กว่า 94% มีผลตอบแทนเป็นบวก โดยให้ผลตอบแทนเฉลี่ยในปีนี้ +7.46%


ส่วนกองทุนที่มีผลงาน “ดีสุด” และ “แย่สุด” 5 อันดับในกลุ่มนี้ เป็นกองทุนอะไรบ้างนั้น ทางทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ได้สรุปเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้ว ตามไปดูพร้อมๆ กันได้เลย


“หุ้นสหรัฐ” ไม่ถูก แต่ยังไปต่อได้...หลัง
Fed “คงดอกเบี้ย” หนุนตลาดผ่อนคลาย

“ตลาดหุ้นสหรัฐ” ปัจจุบันถือว่าไม่ถูก หลังจากในปีที่ผ่านมาทั้ง S&P500” และ Nasdaq-100” ปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรง +36.145 และ 45.78% ตามลำดับ ในปีนี้ก็ยังบวกขึ้นมาแล้วกว่า +10% ทั้ง 2 ตลาด ทำให้ Forward P/E12 M ของดัชนี S&P500 ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 20.5 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปี ที่ 17.9 เท่า (ที่มา: Bloomberg, วันที่ 15 มี.ค. 24)


แต่ตลาดยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อทิศทางของ “หุ้นสหรัฐ” ว่ายังมีโมเมนตัมที่จะเดินหน้าต่อไปได้ โดยเฉพาะหลังจากที่ Fed คงดอกเบี้ยและส่งสัญญาณจะลดดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้ ช่วยให้ตลาดผ่อนคลายและหนุนตลาดหุ้นให้ปรับตัวขึ้นต่อได้เช่นกัน



TUSEQ-UH” แชมป์ผลตอบแทนสูงสุด +15.32%...ส่วน “KWI USBANK-A” ร่วงหนักสุดติดลบ -6.07%

สำหรับกลุ่ม “กองทุนหุ้นสหรัฐ” ทั้ง 106 กองนั้น ผลงานตั้งแต่ต้นปีทำได้เฉลี่ย +7.46% มี 67 กอง คิดเป็น 63% ที่ทำผลงานได้ดีกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่ม ในขณะที่อีก 39 กอง คิดเป็น 37% แพ้ค่าเฉลี่ยของกลุ่ม ในจำนวนนี้มีอยู่ 6 กองที่ผลงาน “ติดลบ”


โดย 5 “กองทุนหุ้นสหรัฐ” ที่มีผลงานดีสุดในปีนี้ (ไม่นับชนิดกองทุนที่ลงทุนในกองทุนหลักเดียวกัน) ทำผลตอบแทนเฉลี่ยได้ +14.43% ซึ่งส่วนใหญ่เน้นลงทุนใน “หุ้นขนาดใหญ่” เป็นสำคัญ มีทั้งที่เป็น Active Fund และ Passive Fund นำมาโดย

  • TUSEQ-UH ของบลจ.ทิสโก้ +15.32% เน้นลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนของกองทุนให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี S&P 500

  • B-USALPHA ของบลจ.บัวหลวง +14.55% เน้นลงทุนในหุ้นที่มีแนวโน้มเติบโต (Growth Style) ของบริษัทที่จัดตั้งหรือทำธุรกิจหลักในสหรัฐ

  • KT-US RMF ของบลจ.กรุงไทย +14.43% ที่เน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทสหรัฐที่มีขนาดใหญ่ (Large capitalization companies) เป็นหลัก

  • KKP NDQ100-UH ของบลจ.เกียรตินาคินภัทร +13.94% เน้นลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนี NASDAQ-100 Index

  • MEGA10-A ของบลจ.ทาลิส +13.89% เน้นลงทุนบริษัทที่เน้นความเป็นผู้นำในด้านตราสินค้า (Brand Value) จากการจัดอันดับโดยสถาบันจัดอันดับตราสินค้า (Brand) ระดับสากล และคัดเลือกจากมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) และที่มีสภาพคล่องสูงสุด 10 บริษัทแรก


“ส่วน กองทุนหุ้นสหรัฐ ที่ผลงานติดลบนั้น รวมถึงกลุ่มท้ายตารางจะเป็น หุ้นขนาดกลาง-เล็ก รวมถึงหุ้นกลุ่มแบงก์เป็นหลัก ประกอบด้วย ‘KWI USBANK-A’ ของบลจ.เคดับบลิวไอ -6.07%, ‘SCBUSSMP’ ของบลจ.ไทยพาณิชย์ -2.65%, ‘ABAGS-SSF’ ของบลจ.อเบอร์ดีน -1.04% และ ‘TUSMS’ ของบลจ.ทิสโก้ ติดลบไป -0.78% ตามลำดับ”


สำหรับ “หุ้นสหรัฐ” ปัจจุบันไม่ใช่ตลาดที่ถูก แต่ก็เป็นตลาดที่มีพื้นฐานรองรับ และยังมีปัจจัยบวกจากทิศทางดอกเบี้ยที่ผ่านจุดสูงสุดไปแล้วและกำลังจะปรับตัวลง หนุนให้ตลาดหุ้นยังเดินหน้าต่อไปได้ แม้ว่าคงไม่ร้อนแรงเช่นในปีที่ผ่านมาก็ตาม ก็ถือเป็นอีกหนึ่งตลาดที่สามารถกระจายลงทุนไว้ในพอร์ตได้เช่นกัน

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’