ชู “หุ้นเอเชีย” มูลค่าน่าสนใจ รับเงินทุนไหลกลับ... มอง “หุ้นไทย” ปี24 ยังไปได้ ให้เป้าดัชนีที่ 1,480 จุด !!!
Fun of Funds: ในปี2023 ที่ผ่านมา ภาพรวมของอุตสาหกรรมกองทุนกลับมาเติบโตได้อีกครั้งประมาณ 5% แต่ก็มีเพียงไม่กี่บลจ.ที่สามารถโตได้มากกว่าอุตสาหกรรม หนึ่งในนั้นก็คือ “บลจ.ยูโอบี” บลจ.ยักษ์ใหญ่ระดับภูมิภาคเอเชีย
มีสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหาร (AUM) ที่ 2.48 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% โดยเป็นการเติบโตในทุกกลุ่มธุรกิจทั้ง “กองทุนรวม” +5%, “กองทุนส่วนบุคคล” +25% และ “กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ” +8%
ในปี2024 นี้ ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์การลงทุนที่สามารถตอบโจทย์ให้กับลูกค้าทุกกลุ่ม ครอบคลุมลูกค้าสถาบัน นิติบุคคลและรายบุคคล ก็ยังเชื่อมั่นว่าจะรักษาการเติบโตระดับ 10% เอาไว้ได้ และยังคงเป็นการโตมากกว่าอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่องอีกปีหนึ่ง
ทิศทางธุรกิจและมุมมองการลงทุนใน “ปีมังกร-2024” นี้จะเป็นเช่นไร ตามทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthy Thai’ ไปอัพเดทพร้อมๆ กันได้เลย
“บลจ.ยูโอบี” ผู้นำการลงทุนอย่างยั่งยืน
โดย “วนา พูลผล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ยูโอบี บอกว่า บลจ. ยูโอบี มีความมุ่งมั่นให้คำปรึกษาจัดการลงทุนกับนักลงทุนไทย ด้วยความเชี่ยวชาญ พร้อมศักยภาพภายใต้เครือข่ายของกลุ่มยูโอบีในภูมิภาคเอเชีย และพันธมิตรการลงทุนทั่วโลก ส่งผลทำให้สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์การลงทุนที่ตอบโจทย์การลงทุนในแต่ละภาวะตลาดได้อย่างเหมาะสม ให้กับกลุ่มลูกค้าสถาบันและลูกค้ารายบุคคล และริเริ่มนำเอาปัจจัยสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) เข้ามาสู่กระบวนการลงทุนแบบครบวงจร ตลอดจนนำแนวทางระดับสากลของ PRI (Principles for Responsible Investment) มาปรับใช้ในทุกมิติขององค์กร ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความมุ่งมั่นที่ “UOB Group” ในฐานะผู้นำการลงทุนอย่างยั่งยืน จนได้รับ 3 รางวัลด้าน ESG จากสถาบันทั้งในและต่างประเทศ ได้แก่

-
Best Asset Management Company Awards : ESG, SET award จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้รับเมื่อ ปี 2023
-
Best Sustainable Investments Thailand จาก Citywire Asia ได้รับเมื่อ ปี 2023
-
Best ESG Manager (Thailand), จาก Asia Asset Management ได้รับเมื่อ ปี 2023
“จุดต่างของ ‘บลจ.ยูโอบี’ คือ 1) UOB Group ทั้ง 9 ประเทศ มีการนำเทคโนโลยี ‘AI: Artificial Intelligence (AI)’ มาใช้ร่วมกับ ‘คน’ อย่างเหมาะสมเพื่อเพิ่มผลตอบแทนในระยะยาว แม้จะมีหลายบลจ.ที่มีการนำ AI มาใช้ แต่ก็ต้องดูด้วยว่าเขาเอามาใช้ยังไง? และ 2) นำปัจจัยเรื่อง ‘ESG’ ที่เป็นสากลมาช่วยให้การตัดสินใจลงทุนเรื่อง ESG ทำได้ดียิ่งขึ้น เพื่อก้าวสู่ผู้นำการลงทุนอย่างยั่งยืนอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นสิ่งที่เราจะทำมากขึ้นในปีนี้”
“Beyond Investment” เป็นพันธมิตรที่ตอบโจทย์ครอบคลุมทุกการลงทุนและเหนือกว่า
เช่นเดียวกับ “รัชดา ตั้งหะรัฐ” กรรมการผู้จัดการอาวุโส สายพัฒนาธุรกิจ บลจ.ยูโอบี ที่บอกว่า การเติบโตที่ดีในปีที่ผ่านมาเป็นผลมาจากการนำเสนอโพรดักท์ที่ตรงใจลูกค้าและสามารถบริหารกองทุนให้มีผลงานที่ดีนั่นเอง ทำให้นักลงทุนเก่า ลงทุนเพิ่มขึ้น ส่วนนักลงทุนใหม่ก็มีเพิ่มเข้ามา ซึ่งยังจะเป็นกลยุทธ์หลักที่เราจะใช้ในปีนี้เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง การนำ “AI” มาใช้ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาสะท้อนอยู่ใน Performance ที่ดี โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้ากองทุนส่วนบุคคล ทั้งสหกรณ์ออมทรัพย์, สหกรณ์, รัฐวิสาหกิจ และประกัน เมื่อผลตอบแทนดีเขาก็พร้อมจะเพิ่มวงเงินในการบริหารมาให้เพิ่มเติม รวมถึงเป็นการบอกกันปากต่อปากทำให้มีลูกค้าใหม่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง
“และด้วยเครือข่ายของกลุ่มยูโอบี ทำให้เราให้มากกว่าเรื่องของการลงทุน (Beyond Investment) สามารถขยายขีดความสามารถการให้บริการที่ไม่ได้จำกัดแต่เพียงมิติของการลงทุนเท่านั้น แต่ยังสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินได้อย่างครอบคลุมด้วย ทั้งนี้ เพื่อยกระดับการให้บริการการลงทุนที่ครบวงจรมากขึ้น ตัวอย่างเราผนึกกำลังกับพันธมิตร “ธนาคารยูโอบี” (UOB BANK) เพื่อนำเสนอบริการที่ดีกว่าให้กับกลุ่มลูกค้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เช่น เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำกว่าทั่วไป หรือเงินฝากที่ดอกเบี้ยสูง เป็นต้น”
ล่าสุดด้วยความร่วมมือกันภายใต้เครือข่าย UOB Group เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้ารายบุคคลของ UOB BANK จึงร่วมกับทีม “UOB Private Banking CIO” ของสิงคโปร์ นำเสนอ 2 เป้าหมายการลงทุนผ่าน “CIO Funds” ได้แก่ UIFT-N (สร้างรายได้ที่สม่ำเสมอ (Income)) และ UGFT (สร้างโอกาสเติบโตของเงินลงทุน) ซึ่งปกติมีไว้สำหรับลูกค้า High Net Worth ที่มีความมั่งคั่งลงทุน ก็นำมาให้นักลงทุนรายย่อยสามารถลงทุนได้ โดยลงทุนได้ผ่าน 2 ช่องทาง คือ บลจ.ยูโอบี และธ.ยูโอบีเท่านั้น

“หุ้นเอเชีย” มูลค่าน่าสนใจ-เม็ดเงินไหลกลับ...ส่วนหุ้นไทยปีนี้ให้เป้า 1,480 จุด
ส่วนมุมมองการลงทุนนั้น “วรรณจันทร์ อึ้งถาวร รองกรรมการผู้จัดการ สายการลงทุน บลจ.ยูโอบี มองว่า “เศรษฐกิจโลก” ไม่แย่ ยังโตได้แต่เป็น Late Stage เช่นเดียวกับ “เศรษฐกิจสหรัฐ” ก็ยังโตได้ ภาคการผลิตและการจ้างงานยังดูดี เศรษฐกิจสหรัฐไม่น่าจะ Recession อาจจะเป็นแค่ Soft Landing คาด “ธ.กลางสหรัฐ” จะลดดอกเบี้ย 2 – 3 ครั้งหลังเดือนมิ.ย. เป็นต้นไป “หุ้นเอเชีย” มูลค่าน่าสนใจ เงินลงทุนมีแนวโน้มไหลกลับ หลังดอกเบี้ยและเงินเฟ้อผ่าน “จุดสูงสุด” ไปแล้ว แต่การจะโฟกัสเพียง “จีน” ประเทศเดียวอาจมีความเสี่ยงเพราะภาคอสังหาริมทรัพย์ยังไม่ฟื้นตัว ธนาคารพาณิชย์ยังมีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) สูงแม้ตัวเลขจะดูดีขึ้นก็ตาม เศรษฐกิจจีนเองก็ไม่ได้โดตร้อนแรงเหมือนในอดีต ตลาดมองกันตัวเลข 4.5-5.0% ดังนั้นการกระจายลงทุนไปทั่วเอเชียน่าจะดีกว่า
“ส่วนหุ้นไทยปีนี้ มองเป้าดัชนีที่ 1,480 จุด ที่กำไรบจ. 93 บาท/หุ้น ระดับ P/E 15.9 เท่า โดยหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์, นโยบายภาครัฐ , EV และพลังงานทดแทนยังน่าสนใจ”
“กระจายพอร์ตออกจากเงินบาท”: มองหาโอกาสการลงทุนที่น่าสนใจในต่างประเทศ
โดย “กุลฉัตร จันทวิมล” รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายพัฒนาธุรกิจ บลจ.ยูโอบี แนะนำว่า ช่วงครึ่งแรกของปี24 นี้ โอกาสของ “Term Fund” ยังมีอยู่ ล็อกผลตอบแทน 6 เดือน – 1 ปี ยังให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจและดีกว่าเงินฝาก แต่ก้มีแนวโน้มที่แบงก์ชาติจะลดดอกเบี้ยลงได้ในช่วงครึ่งปีหลัง การจัดสรรเงินลงทุนนักลงทุนควรกระจายการลงทุนออกจาก “เงินบาท” ในปีนี้ และเติมสินทรัพย์ที่เป็น “ดอลลาร์” เข้ามาในพอร์ต และหลังจากที่ดอกเบี้ยผ่าน “จุดสูงสุด” และเงินเฟ้อเริ่มชะลอตัวลง แนวโน้มของค่าเงินดอลลาร์ก็มีแนวโน้มจะอ่อนค่าลง ดังนั้น การลงทุนในต่างประเทศหลังจากนี้ก็อาจจะไม่จำเป้นต้องป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน (Unhedged) นั่นเอง
“ทิศทางดอกเบี้ยในอนาคตหากมีการปรับตัวลง ก็อาจจะเป็นโอกาสสำหรับการลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือกอย่าง ‘กองทุนอสังหาริมทรัพย์ต่างประเทศ’ ซึ่งในช่วงกลางปีอาจจะมีความน่าสนใจมากขึ้น นอกจากนี้นักลงทุนอาจจะต้องกระจายการลงทุนออกจาก Public Asset ไปสู่สินทรัพย์ที่เป็น Private Equity เพื่อโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่น่าสนใจกว่ามากขึ้นด้วยเช่นกัน”

“ตราสารหนี้โลกน่าสนใจ” หลังดอกเบี้ยผ่าน “จุดสูงสุดไปแล้ว”
เช่นเดียวกับ “อรพรรณ ตัณฑประศาสน์” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์และพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุน บลจ.ยูโอบี ที่มองว่า หลังดอกเบี้ยผ่าน “จุดสูงสุด” ไปแล้ว การลงทุนในตราสารหนี้โลกน่าสนใจ และน่าจะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าในปีที่ผ่านมา ทั้งจากอัตราผลตอบแทนที่ดีขึ้นและโอกาสได้กำไรจากราคาที่สูงขึ้นเมื่อดอกเบี้ยปรับตัวลดลง กองทุนเด่นที่แนะนำ ได้แก่ UGIS และ UDB ในส่วนของ “หุ้นโลก” แนะนำเน้นหุ้นคุณภาพ มีการเติบโตที่โดดเด่นในระยะยาวแม้ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกชะลอตัวก็ตาม นอกจากนี้ “หุ้นเอเชีย” เองก็มีมูลค่าที่น่าสนใจ ส่วน “หุ้นไทย” เราก็เป็นผู้นำการลงทุนอย่างยั่งยืน มีกองทุนที่น่าสนใจ คือ UTSEQ-THAIESG ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งการพัฒนาการของ ESG ในตลาดทุนไทย
“ที่สำคัญการนำ AI มาใช้ร่วมกับคนอย่างเหมาะสมช่วยทำให้ผลตอบแทนของกองทุนภายใต้การบริหารของบริษัทดีขึ้นอย่างชัดเจน สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ลงทุนได้ ช่วยลดจุดบอดที่มนุษย์มองไม่เห็นและเพิ่มศักยภาพในการบริหารกองทุนได้ดียิ่งขึ้น ก็น่าจะทำให้ได้รับการตอบรับจากนักลงทุนดียิ่งขึ้นด้วยเช่นกัน”
ทั้งหมดนี้เป็นทิศทางการย่างก้าวของ “บลจ.ยูโอบี” บลจ.ยักษ์ใหญ่ระดับภูมิภาคเอเชียที่พร้อมจะใช้เครือข่ายที่มีมาตอบโจทย์ลูกค้านักลงทุนคนไทยในทุกมิติ ไม่ใช่เฉพาะในเรื่องของการลงทุนเท่านั้น รวมถึงบริการต่างๆ ด้วยเช่นกัน และการมุ่งสู่องค์กรที่เป็นผู้นำในเรื่องการลงทุนอย่างยั่งยืนก็คือวิถีในการก้าวเดินจากนี้ไปด้วยเช่นกัน
