จับตา “ดอกเบี้ยขาลง” แรงหนุน “หุ้นสหรัฐ” ให้ไปต่อ... แม้ราคาจะ “แพง” แต่ยังแรงไม่หยุด เหตุ “กำไร” โตดี !!!
ลายแทงกองทุน: ทั่วโลกกำลังจับตาผลการประชุม “ธนาคารกลางสหรัฐ” ในวันพุธที่ 12 มิ.ย. นี้ ต่อทิศทางดอกเบี้ยว่าจะปรับลดในช่วงไหน ซึ่งตลาดคาดว่ามีโอกาสปรับลดลง 2 – 3 ครั้งในปีนี้
เป็นที่แน่นอนว่าดอกเบี้ยผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว และกำลังจะเข้าสู่วงจรดอกเบี้ยขาลง แค่จะเริ่มต้นเมื่อไรเท่านั้นเอง ซึ่งนั่นก็เป็นปัจจัยบวกต่อ “หุ้นเติบโต” (Growth) ด้วยเช่นกัน
สำหรับ “ตลาดหุ้นสหรัฐ” ถือเป็นหนึ่งในตลาดที่ “แพง” แต่ก็ยังแรงไม่หยุด ปีนี้ดัชนี “S&P500” +12.74%, ดัชนี “Nasdaq-100” +14.85% (ที่มา: Google Finance, วันที่ 7 มิ.ย. 24)
โดยมี Forward 12M P/E ของ “S&P500” ขยับมาอยู่ที่21.56 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 18.59 เท่า ส่วน “Nasdaq-100” อยู่ที่ 26.74 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 22.38 เท่า แต่ตลาดก็ยังคาดการณ์กำไรของทั้ง 2 ตลาดยังเติบโตได้ระดับ +13.41% และ 19.54% ตามลำดับ (ที่มา: Bloomberg, วันที่ 7 มิ.ย. 24)
นั่นจึงทำให้ “หุ้นสหรัฐ” เองยังเป็นธีมที่ถูกมองว่ายังมีโมเมนตัมที่จะไปต่อได้ แม้อาจจะไม่ร้อนแรงเหมือนช่วงที่ผ่านมาก็ตาม
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ได้คัดเอา 4 “กองทุนเด่น” ในธีม “หุ้นสหรัฐ” ที่น่าสนใจมาฝากกัน
เปิด 4 "กองทุนเด่น" ธีม "หุ้นสหรัฐ"...ตลาดที่แพง-แต่ยังแรงไม่หยุด
สำหรับ 4 “กองทุนเด่น” ที่คัดมาในครั้งนี้ เป็น Passive Fund 3 กอง และ Active Fund อีก 1 กอง โดยโฟกัส “หุ้นสหรัฐ” ที่แตกต่างกันออกไป ประกอบด้วย
-“ASP-MAG7-AI: กองทุนเปิดแอสเซท พลัส แมกนิฟฟิเซิน เซเว่น ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย” ของบลจ.แอสเซท พลัส ซึ่งอยู่ระหว่างยื่นจัดตั้งเพื่อเสนอขายกับทาง ‘สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์’ (ก.ล.ต.) เป็นกลุ่ม “US Equity” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) เป็น Passive Fund เน้นลงทุน “หุ้น 7 นางฟ้า” (Magnificent 7) ได้แก่ Apple, Amazon, Alphabet, Meta, Microsoft, Nvidia และ Tesla ซึ่งถือเป็นกองทุนแรกในไทยที่โฟกัสลงทุนใน “หุ้น 7 นางฟ้า” นี้อีกด้วย โดยจะให้น้ำหนักการลงทุนตาม Market Cap. Weight เป็นสำคัญ
“ทั้ง 7 บริษัทนี้ เป็นบริษัทที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง มี Free Cash Flow เป็นบวก กระแสเงินสดเยอะ หนี้น้อย รายได้ก็ค่อนข้างมั่นคง นั่นจึงทำให้ ‘หุ้น 7 นางฟ้า’ สามารถเทรดบน P/E ที่สูงได้”

- ถัดมาเป็น “AIA-US500: กองทุนเปิด เอไอเอ ยูเอส 500 อิควิตี้ ฟันด์” ของบลจ.เอไอเอ อยู่ในกลุ่ม “US Equity” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) เป็น Passive Fund ที่เน้นลงทุนใน “หุ้นสหรัฐ” ให้มีผลตอบแทนตามดัชนี S&P500 ซึ่งประกอบด้วยหุ้นชั้นนำขนาดใหญ่ของสหรัฐทั้ง 500 ตัว ผ่านกองทุนหลัก ‘iShares Core S&P 500 ETF’ ที่บริหารจัดการโดย BlackRock Fund Advisors
- มาต่อกันด้วย “K-USXNDQ-A(A): กองทุนเปิดเค หุ้นยูเอส ดัชนีเอ็นดีคิว 100-A ชนิดสะสมมูลค่า” ของบลจ.กสิกรไทย อยู่ในกลุ่ม “US Equity” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) เป็น Passive Fund ที่เน้นลงทุนใน “หุ้นสหรัฐ” ให้มีผลตอบแทนตามดัชนี Nasdaq-100 ที่ประกอบด้วยหุ้นจำนวน 100 หุ้นของบริษัทขนาดใหญ่ที่ไม่ใช่สถาบันการเงินที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ ผ่านกองทุนหลัก ‘Invesco NASDAQ 100 ETF’ บริหารจัดการโดย Invesco Capital Management LLC

- ปิดท้ายกันด้วย “B-USALPHA: กองทุนเปิดบัวหลวงยูเอสอัลฟ่า” ของบลจ.บัวลหวง อยู่ในกลุ่ม “US Equity” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) เป็น Active Fund ที่เน้นลงทุนใน “หุ้นสหรัฐ” ที่มีแนวโน้มเติบโต (Growth Style) ของบริษัทที่จัดตั้ง หรือทำธุรกิจหลักในสหรัฐผ่านกองทุนหลัก ‘JPMorgan Funds - US Growth Fund, Class JPM US Growth I (acc) – USD’ บริหารจัดการโดย JPMorgan Asset Management (Europe) S.à r.l.
“หุ้นสหรัฐ” ไม่เพียงเป็นตลาดใหญ่ของโลกเท่านั้น บริษัทส่วนใหญ่ก็มีรายได้จากทั่วโลกอีกด้วยไม่ใช่แค่เฉพาะในสหรัฐ แม้ปัจจุบันราคาจะ “แพง” แต่ก็เป็นตลาดที่ยังแรงไม่หยุด และตลาดก็ยังมองว่ามีโมเมนตัมที่จะไปต่อได้ ตราบเท่าที่กำไรบริษัทจดทะเบียนยังคงเติบโตได้ดี ซึ่ง 4 “กองทุนเด่น” ที่คัดมาในครั้งนี้ก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์นักลงทุนผู้สนใจได้ไม่มากก็น้อย
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
