“รัฐ” ลุ้น “ThaiESG” ดึงเม็ดเงินกระตุ้น “ตลาดหุ้นไทย” ปีละ 4 – 5 หมื่นลบ. แต่สถิติฟ้อง LTF (7 ปีปฏิทิน) เงินไหลเข้าเฉลี่ยเพียง 2.5 หมื่นลบ./ปี เท่านั้น !!!
Fun of Funds: ตั้งแต่ต้นปีมาถึงปัจจุบัน “หุ้นไทย” ดิ่งไปแล้ว -6.59% (ข้อมูล ณ วันที่ 8 ก.ค. 24) ฝั่งตลาดทุนก็ตั้งหน้าตั้งตารอ คณะรัฐมนตรี (ครม.) เคาะเงื่อนไขใหม่ชั่วคราวของ “กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน” (ThaiESG) หวังดึงเม็ดเงินใหม่เข้ามาหนุน “ตลาดหุ้นไทย” ให้กลับมาคึกคักสดใสมีชีวิตชีวากันอีกครั้ง
แม้อาจจะไม่ตรงปกเสียทีเดียว แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรเลย !!!
ส่วนเงื่อนไขต่างๆ ก็มีการเปิดเผยออกมาจากภาครัฐให้รับรู้กันโดยทั่วไปแล้ว โดยหลักๆ คือ การปรับเพิ่มเพดานวงเงินลงทุนสูงสุดขึ้นเป็น “ไม่เกิน 300,000 บาท” จากเดิม “ไม่เกิน 100,000 บาท” พร้อมปรับลดระยะเวลาลงทุนลงเหลือ “5 ปี นับจากวันที่ซื้อ” จากเดิม “8 ปี นับจากวันที่ซื้อ”
ตอนนี้ก็เพียงแต่ “รอเคาะ” เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติเท่านั้นเอง (เชื่อว่าไม่นานเกินรอ) ซึ่งจะมีผลย้อนหลังไปตั้งแต่ 1 ม.ค. 24 และมีผลบังคับใช้ชั่วคราว 3 ปี (2024-2026) เท่านั้น
“หุ้นไทย” เองก็ดูจะไม่ตอบรับข่าวนี้สักเท่าไร ตั้งแต่เริ่มมีการประกาศออกมาให้รับรู้กันในช่วงที่ผ่านมา ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ทาง ‘โต๊ะกองทุน Wealthy Thai’ มีเรื่องราวมาฝากกัน

คาดเม็ดเงินที่จะไหลเข้า “หุ้นไทย” ไม่ได้มากอย่างที่คิด...สถิติฟ้องเฉลี่ยปีละ 2.5 หมื่นล้านบาท เท่านั้น
สำหรับกองทุน “ThaiESG” เริ่มต้นในปี23 ที่ผ่านมา มีนโยบายลงทุนในสินทรัพย์ที่ส่งเสริมเรื่องความยั่งยืน (ESG) ซึ่งแบ่งเป็น 3 ประเภท 1) หุ้น ESG 2) ตราสารหนี้ ESG และ 3) โทเคนดิจิทัล ESG ปัจจุบันกองทุน ThaiESG ส่วนใหญ่จะเป็นกองทุนหุ้น ESG แต่ก็มีกองตราสารหนี้ ESG ให้เลือกลงทุนด้วยเช่นกัน
เปิดตัวมาถือว่าไม่ร้อนแรงเท่าที่ควร ทั้ง 31 กองทุน สิ้นปี23 ที่ผ่านมา มีสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหาร (AUM) เพียง 5,266.78 ล้านบาท และช่วงครึ่งแรกปี24 มี AUM เพิ่มขึ้นเป็น 6,697.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.16% แต่ส่วนใหญ่แล้วเป็นการเพิ่มขึ้นจากเม็ดเงินที่ลงทุนในปีก่อนแล้วมาลงทุนในปีนี้เป็นหลัก ไม่ใช่เรื่องของเม็ดเงินใหม่ที่เข้ามาเพิ่มขึ้นแต่ประการใด ที่สำคัญตัวเลขก็ยัง “ไม่ถึง 1 หมื่นล้านบาท”
ทางฝั่งบลจ.เองส่วนใหญ่ยอมรับว่า ตลาดอาจจะคาดหวังเรื่องเงื่อนไขและเม็ดเงินของกองทุน ThaiESG ใหม่ที่กำลังจะเคาะออกมามากเกินไป แม้ว่าจะส่งผลดีต่อ “ตลาดหุ้นไทย” ก็จริง แต่ก็อาจจะไม่ได้มากมายอะไรขนาดนั้น
ในขณะที่ภาครัฐ คาดหวังเม็ดเงินจะดึงเม็ดเงินเข้า “ตลาดหุ้นไทย” ระดับ 4 – 5 หมื่นล้านบาท เลยทีเดียว
“แต่รู้หรือไม่? ช่วงปี2015-2019 ซึ่ง “กองทุนรวมหุ้นระยะยาว” (LTF) เปลี่ยนเงื่อนไขจาก 5 ปีปฏิทิน มาเป็น 7 ปีปฏิทินนั้น มีเม็ดเงินไหลเข้าสุทธิเฉลี่ยเพียง 2.5 หมื่นล้านบาท เท่านั้น !!!” (ที่มา: บจ.มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ปทท.))
ดังนั้น กองทุน “ThaiESG” (เงื่อนไขใหม่ชั่วคราว) ที่กำลังจะเคาะออกมาในเร็วๆ นี้ จึงอาจไม่ใช่ยาวิเศษที่จะฟื้น “ตลาดหุ้นไทย” ได้อย่างที่หลายฝ่ายคาดหวังไว้ เพราะในระยะยาวก็คงต้องอยู่ที่พื้นฐานเศรษฐกิจและกำไรบริษัทจดทะเบียนในตลาดเองว่าจะเติบโตและมีความน่าสนใจเพียงใด
เพราะนั่นจะเป็น Key Success ในการพลิกฟื้นตลาดหุ้นไทยให้กลับคืนมาอย่างยั่งยืนได้อย่างแท้จริงนั่นเอง
