ชี้ “หุ้นไทย” ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว อัพไซด์เปิด “ราคาถูก-กำไรโตดี”... ปรับเป้าดัชนีสิ้นปีทะยานแตะ 1,500 จุด ได้แรงหนุนจาก “วายุภักษ์” !!!
Fun of Funds: “ตลาดการลงทุนโลก” ยังคงมีความผันผวน เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอตัว ฝั่ง “สหรัฐ” เองดอกเบี้ยกำลังจะเข้าสู่วงจร “ขาลง” และมีการเลือกตั้งวันที่ 5 พ.ย. นี้ ซึ่งยังเป็นสิ่งที่โลกยังคงต้องติดตามใกล้ชิด
ปัจจัยเสี่ยงทาง “ภูมิรัฐศาสตร์” ยังไม่สงบและพร้อมจะเข้ามาทำให้ตลาดผันผวนได้เช่นกัน
ใน “ไทย” เอง หลังได้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ “แพทองธาร ชินวัตร” ตลาดหุ้นเองก็ดูจะตอบรับในเชิงบวกเดินหน้าบวกจนขึ้นมายืนเหนือระดับ 1,400 จุด ได้อย่างรวดเร็ว และน่าจะผ่าน “จุดต่ำสุด” ไปแล้ว
อย่างไรก็ตาม “การจัดสรรเงินลงทุน” (Asset Allocation) ยังคงสำคัญและเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จในเรื่องการลงทุนที่ไม่ควรละเลย
วันนี้ ทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthy Thai’ มีมุมมองการลงทุนที่น่าสนใจจากเหล่าผู้เชี่ยวชาญมาฝากกัน

“Asset Allocation” กุญแจสู่ความสำเร็จของ “การลงทุน”...แนะจัดพอร์ต “Core” & “Satellite” รับมือศก.ชะลอตัว
โดย “David Hanzl” Head of APAC Wholesale, abrdn บอกว่า เรายังมีมุมมองบวกต่อ “ตลาดหุ้นสหรัฐ” จาก GDP ที่ยังเติบโต รับผลจากวงจรดอกเบี้ยขาลง ขณะที่อัตราว่างงานลดลง และอัตราเงินเฟ้อก็ปรับตัวลดลงตามลำดับ ทำให้มองว่าพื้นฐานเศรษฐกิจสหรัฐยังดีอยู่ ไม่ได้มีแนวโน้มที่จะเกิดภาวะ “เศรษฐกิจถดถอย” (Recession) แต่ประการใด ส่วนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ไม่ได้เป็นปัจจัยที่มีผลต่อตลาดหุ้นแต่ประการใด และไม่ใช่ปัจจัยที่จะนำมาพิจารณาประกอบการลงทุน แต่อาจจะทำให้ตลาดผันผวนในระยะสั้นเท่านั้น การลงทุนควรจะโฟกัสคุณภาพของบริษัท บริษัทที่ดี มีกระแสเงินสดที่ดี โดยหุ้นกลุ่ม Healthcare, Consumer ยังน่าสนใจ ส่วนกลุ่ม Technology แม้ราคาขึ้นไปสูงแล้วแต่พื้นฐานก็ยังเติบโตได้ดี ขณะที่ “ตลาดหุ้นเอเชีย” ก็ยังน่าสนใจเช่นกัน โดยเฉพาะ “Frontier Market” ก็มีโอกาสทำกำไรได้ดี

(David Hanzl)
“การลงทุนอยากให้นักลงทุน ‘จัดสรรเงินลงทุน’ (Asset Allocation) อย่างเหมาะสมตามความสามารถในการรับความเสี่ยงของตัวเอง และไม่ใช่เพียงแต่มองประเภทสินทรัพย์เท่านั้น แต่ต้องดูด้วยว่าสินทรัพย์นั้นๆ มาจากภูมิภาคไหนมีการกระจายในระดับภูมิภาคด้วยหรือเปล่า โดยกลยุทธ์ที่แนะนำให้ใช้ คือ ‘Core & Satellite’ โดยกองทุนที่เหมาะจะใช้เป็น ‘Core Port’ ก็ควรมีการกระจายตัวไปในสินทรัพย์ที่ดีทั่วโลกทั้งหุ้นและตราสารหนี้ ส่วนของ ‘Satellite’ นั้นก็เป็นส่วนเสริมเพื่อมองหาโอกาสในการสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่มนั่นเอง”
“หุ้นไทย” ราคาถูก-ศก.โตตามเป้า...อัพเป้าหมายสิ้นปีแตะ 1,500 จุด
ส่วน “หุ้นไทย” นั้น “ดรุณรัตน์ ภิยโยดิลกชัย” หัวหน้าฝ่ายการลงทุนตราสารทุน บลจ.อเบอร์ดีน มองว่า พื้นฐานเศรษฐกิจเองไม่ได้เปลี่ยนเรายังมองว่าปีนี้จะโตได้ 2.7% โดยปัจจัยที่สนับสนุนให้เศรษฐกิจไทยยังโตได้ดี คือ ภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชน ซึ่งตัวเลขนักท่องเที่ยวดีกว่าคาดและน่าจะจบสิ้นปีแตะระดับ 36 -37 ล้านคนได้ กำไรบจ.เองก็คาดว่าจะโตได้ 10% หลายๆ กลุ่มอุตสาหกรรมมีการปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรบจ.ขึ้นมา อาจจะยกเว้นในกลุ่ม “วัฏจักร” (Cyclical) เช่น ปิโตรเคมี ที่กำไรยังต่ำกว่าคาด เป็นต้น แต่โดยภาพรวมของตลาดที่ว่ามีแนวโน้มที่ดี

(ดรุณรัตน์ ภิยโยดิลกชัย)
“หุ้นไทยมีมูลค่าถูกมาก มี P/E ประมาณ 14 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 17 เท่า ปัจจุบันเราได้ปรับเพิ่มเป้าดัชนีสิ้นปี24 ขึ้นเป็น 1,500 จุด จากเดิมที่เคยให้กรอบดัชนีปีนี้ไว้ที่ 1,360 – 1,450 จุด โดยยังมีปัจจัยบวกที่จะเข้ามาสนับสนุน คือ ‘กองทุนวายุภักษ์’ ซึ่งจะมีเงินเข้ามาในตลาดกว่า 1.0 – 1.5 แสนล้านบาท ส่งผลบวกต่อหุ้นที่มี ESG ที่ดี เงิน Digital Wallet งวดแรกที่จะจ่ายในเดือนก.ย. รวมถึงการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ เหล่านี้จะเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นไทยในช่วงโค้งสุดท้ายของปี รวมถึงกลุ่มกองทุนประหยัดภาษีที่จะเข้ามาในช่วงปลายปีอีกด้วย และมองว่าหุ้นไทยน่าจะผ่าน ‘จุดต่ำสุด’ ไปแล้ว ถ้าไม่มีอะไรเซอร์ไพร์สในเชิงลบเข้ามารุนแรง คงไม่ได้เห็นดัชนีที่ 1,270 จุด ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดของรอบนี้อีก โดยกลุ่มหุ้นที่น่าสนใจเป็นกลุ่มที่อิงกับการบริโภคในประเทศ เป็นสำคัญ”
“การจัดสรรเงินลงทุน” (Asset Allocation) จะทำให้คุณสามารถลงทุนได้ในทุกภาวะตลาดและไม่พลาดโอกาสการลงทุน โดยกลยุทธ์ที่แนะนำ คือ “Core & Satellite” ในขณะที่ “หุ้นไทย” แม้จะขึ้นมายืนเหนือ 1,400 จุดแล้ว แต่ก็ยังถือว่าถูกและยังมีอัพไซด์สำหรับการลงทุนได้เช่นเดียวกัน
