“SCBVALUEA” ลุย “หุ้นไทย” สไตล์ Value...ตอบโจทย์ความมั่งคั่ง !!!
กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง “กองทุนติดดาว” กองทุนที่ได้เรทติ้ง “Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง’ (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง “Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก
ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม “Equity General” ที่มีจุดเด่นเน้นลงทุนใน “หุ้นไทย” ที่มีลักษณะเน้นปัจจัยคุณค่า (Value Factor Investing) ซึ่งพิจารณาจาก Value Factor ต่าง ๆ เช่น Earning Yield, Cash Flow Yield, Dividend Yield เป็นต้น
ซึ่งถือเป็นอีกสไตล์การลงทุนที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนสไตล์หนึ่งเลยทีเดียว ด้วยบุคลิกที่ไม่หวือหวา อุ่นใจเมื่อเวลาตลาดผันผวนไม่เป็นใจ และไม่พลาดโอกาสทำกำไรในช่วงตลาดขาขึ้น “ลงทุนแล้ว...หลับสบาย” นั่นเอง
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มี “กองทุนหุ้น Value” ที่น่าสนใจ ดีกรี “กองทุน 5 ดาว” จากทาง “Morningstar” มาฝากกัน

“SCBVALUEA” ลุย “หุ้น Value” ตลาดไทย...ตอบโจทย์ความมั่งคั่ง
สำหรับกองทุนรวมที่คัดมาแนะนำกันในครั้งนี้ มีชื่อว่า “SCBVALUEA: กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Thai Equity Value Portfolio ชนิดสะสมมูลค่า” บริหารจัดการโดย ‘บลจ.ไทยพาณิชย์’ มีความเสี่ยง “ระดับ 6” (เสี่ยงสูง) ก่อตั้งเมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 2562 มีนโยบายลงทุน “หุ้นไทย” ที่เน้นปัจจัยคุณค่า (Value Factor Investing) โดยใช้การวิเคราะห์เชิงปริมาณ (Quantitative Analysis) ซึ่งพิจารณาจาก Value Factor ต่าง ๆ ที่ได้มีการศึกษาและวิจัยในวงกว้างทั้งทางวิชาการและการลงทุน เช่น Earning Yield, Cash Flow Yield, Dividend Yieldเป็นต้น
หลักการในการคัดเลือกหุ้นคือ 1) วิเคราะห์หุ้นโดยพิจารณาจาก Value Factor ที่กล่าวมาข้างต้น 2) ให้คะแนนหุ้นแต่ละตัว โดยคำนวณคะแนนมาจาก Value Factor ต่างๆ 3) จากนั้นลงทุนในหุ้นที่มีคะแนนสูงสุด 25 ตัวแรก โดยใช้คะแนนคำนวณหาน้ำหนักในการลงทุน โดยจะมีการ rebalance ทุกๆ 3 เดือน เพื่อพิจารณาว่าหุ้นนั้นยังเป็นไปตามปัจจัยข้างต้น

หน้าตาพอร์ต...สไตล์ “หุ้นขนาดกลาง” ที่เป็น “หุ้นคุณค่า”
จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของกอง ‘SCBVALUEA’ มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นขนาดกลาง” ที่เป็น “หุ้นคุณค่า” (Value) เป็นสำคัญ
สำหรับหน้าตาพอร์ต (ณ วันที่ 30 ก.ย. 24) นั้น พบกลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ประกอบด้วย
-
ธนาคาร 68%
-
ขนส่งและโลจิสติกส์ 102%
-
อาหารและเครื่องดื่ม 103%
-
พลังงานและสาธารณูปโภค 20%
-
ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ 01%
“โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) KBANK 5.79%, 2) SCB 5.72%, 3) KTB 5.69%, 4) BBL 5.47% และ 5) TTB 4.94% ตามลำดับ”

“ด้านผลการดำเนินงานของกองทุน ‘SCBVALUEA’ ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ข้อมูล ณ วันที่ 30 ก.ย. 24) เฉลี่ยอยู่ที่ 0.89% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 1.55% ต่อปี) ขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานเฉลี่ยอยู่ที่ 19.83% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 17.08% ต่อปี) อย่างไรก็ดีในช่วง 5 ปีย้อนหลังกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -42.05%”
เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” เพียง 1,000 บาท เท่านั้น
นักลงทุนที่กำลังสนใจกองดังกล่าวก็สามารถลงทุนโดยใช้เงินลงทุนขั้นต่ำใน “การซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” อยู่ที่ 1,000 บาท ส่วนการขายคืนขั้นต่ำและยอดคงเหลือก็จะอยู่ที่ 1,000 บาท เช่นเดียวกัน โดยเงื่อนไขการได้รับเงินค่าขายคืนอยู่ที่ 2 วันทำการนับจากวันคำนวณ NAV (T+2)

สำหรับรายละเอียดการซื้อขายในปัจจุบันจะสามารถทำได้ทั้งผ่านช่องทางออฟไลน์อย่าง ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนไทยพาณิชย์ จํากัดหรือผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนที่บริษัทแต่งตั้งขึ้นและยังมีช่องทางออนไลน์ที่สามารถทำได้ผ่านแอพพลิเคชั่น SCB EASY
สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ มองหาการลงทุนใน “หุ้นไทย” เพื่อตอบโจทย์ความมั่งคั่งระยะยาวแบบเซฟๆ หน่อย “หุ้นคุณค่า” (Value) เป็นอีกหนึ่งสไตล์ที่น่าจะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
