“UFFF” ลุย “ตราสารหนี้ตปท.” ระยะสั้นทั่วโลก... เพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีกว่าสไตล์ “Fund of Funds” !!!
กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง “กองทุนติดดาว” กองทุนที่ได้เรทติ้ง “Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง’ (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง “Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก
ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม “Global Bond” ที่มีจุดเด่นเน้นลงทุนใน “ตราสารหนี้” เงินฝาก ตราสารทางการเงินที่รัฐบาล หรือภาคเอกชนในต่างประเทศเป็นผู้ออก
“ตราสารหนี้” ต่างประเทศ ยังคงได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยที่อาจจะยังลงช้าทำให้ Yield ระยะสั้นยังคงสูง และหากดอกเบี้ยปรับตัวลงในอนาคตก็จะได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาลงอีกด้วย
ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับนักลงทุนที่มองหาโอกาสลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่ดีขึ้น ในขณะที่ความเสี่ยงไม่ได้สูงมากนัก กับกลุ่ม “ตราสารหนี้โลก-ระยะสั้น”
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มี “กองทุนตราสารหนี้โลก” ที่น่าสนใจ ดีกรี “กองทุน 5 ดาว” จากทาง “Morningstar” มาฝากกัน

“UFFF” ลุย “ตราสารหนี้ทั่วโลก”...เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่า
สำหรับกองทุนรวมที่คัดมาแนะนำกันในครั้งนี้ มีชื่อว่า “UFFF: กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ฟิกซ์ อินคัม ฟันด์ ออฟ ฟันด์” ของ ‘บลจ.ยูโอบี’ มีความเสี่ยง “ระดับ 4” (เสี่ยงปานกลางค่อนข้างต่ำ) ก่อตั้งเมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2563 มีนโยบายลงทุน “ตราสารหนี้” เงินฝาก ตราสารทางการเงินที่รัฐบาล หรือภาคเอกชนในต่างประเทศเป็นผู้ออก โดยจะลงทุนผ่านกองทุนต่างประเทศที่มีนโยบายดังกล่าวตั้งแต่ 2 กองขึ้นไป ในลักษณะของ “Fund of Funds” นั่นเอง

หน้าตาพอร์ต...สไตล์ “ตราสารหนี้ตปท.-ระยะสั้น”
จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาพอร์ตของกอง ‘‘UFFF’’ มีบุคลิกของตราสารหนี้สไตล์ “ตราสารหนี้ต่างประเทศ” ที่มีอายุเฉลี่ย “สั้น” เป็นสำคัญ
สำหรับหน้าตาพอร์ต (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ต.ค. 24) นั้น มีการกระจายลงทุนในกองทุนต่างประเทศมากสุด ประกอบด้วย
- United SGD Fund 49.59%
- United SGD Money Market Fund 22.04%
- SPDR Portfolio Short Term Corporate Bond ETF 7.01%
- State Street USD Liquidity LVNAV Fund - UOB 3.29%

“ด้านผลการดำเนินงานของกองทุน ‘UFFF’ ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ต.ค. 24) เฉลี่ยอยู่ที่ 0.58% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 1.41% ต่อปี) ขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานเฉลี่ยอยู่ที่ 0.70% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 0.58% ต่อปี) อย่างไรก็ดีในช่วง 5 ปีย้อนหลังกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -2.14%”
เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” ไม่กำหนด
สำหรับนักลงทุนที่สนใจอยากลงทุนในกองดังกล่าวก็ทำได้อย่างอิสระ เนื่องจากเงื่อนไขของมูลค่าขั้นตํ่าของ “การซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” ทางบลจ. “ไม่ได้มีข้อกำหนด” เช่นเดียวกันกับเงื่อนไขการขายผู้ลงทุนสามารถทำได้อิสระ “ไม่มีขั้นต่ำ” เช่นเดียวกัน ซึ่งมีระยะเวลาในการรับเงินค่าขายภายใน 2 วันทําการหลังจากวันทํารายการขายคืน (T+2)

ส่วนรายละเอียดการซื้อขายในปัจจุบันสามารถทำได้ง่ายๆ โดยผ่านทั้งช่องทางออฟไลน์ผ่านบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ยูโอบี (ประเทศไทย) จํากัด ทุกสาขา และตัวแทนสนับสนุนการซื้อขายหน่วยลงทุนอื่นๆ ที่บริษัทแต่งตั้งขึ้นหรือช่องทางออนไลน์ผ่านโมบายแอพพลิเคชั่น UOBAM Invest
แม้การมาของ “โดนัลด์ ทรัมป์” อาจทำให้ขนาดของการปรับลดดอกเบี้ยอาจจไม่ได้มากและเร็วอย่างที่ตลาดเคยคาดไว้ก่อนหน้า แต่ทิศทางดอกเบี้ยยังคงเป็น “ขาลง” อยู่นั่นเอง ใครที่กำลังมองหาโอกาสลงทุนเพื่อรับผลตอบแทนที่ดีกว่าโดยไม่เสี่ยงมากนัก “กองทุนตราสารหนี้โลก” ที่เน้นตราสารหนี้ที่มีอายุเฉลี่ยสั้นน่าจะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี ทั้ง Yield ที่ทรงตัวระดับสูงและยังได้ประโยชน์เมื่อ “ดอกเบี้ยปรับตัวลง” อีกด้วย
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
