คาด “สหรัฐ” ขึ้นภาษี กระทบ “เวียดนาม” จำกัด... ชู “หุ้นเวียดนาม” ดาวเด่น “ศก.โต-ถูก-กำไรโตดี” ปีนี้มีอัพไซด์ประมาณ 10% !!!
Fun of Funds: ไม่ว่านโยบาย “Trump 2.0” จะกระทบกับประเทศในโลกยังไงก็ตาม แต่เศรษฐกิจโลกก็ยังโตได้ต่อเนื่องแม้ว่าจะชะลอตัวลงบ้างก็ตาม
ส่วนเศรษฐกิจเวียดนามก็ยังถูกคาดหมายว่าจะโตสูง 6.5 – 7.0% ไปถึงปี’30 กันเลยทีเดียว ไม่ได้ชะลอความร้อนแรงลงแต่ประการใด
นั่นทำให้ “หุ้นเวียดนาม” ยังคงยืนหนึ่งเป็นตลาดดาวเด่นที่น่าสนใจในปีนี้ ที่สำคัญราคายัง “ถูก” มี Forward 12m P/E เพียง 8.86 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 11.36 เท่า ในขณะที่คาดกำไรยังโตดีระดับ 30% กันเลยทีเดียว
ส่วน “หุ้นโลก” ถือว่า “ไม่ถูก” มี Forward 12m P/E 19.40 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 16.79 เท่า (ที่มา: Bloomberg, วันที่ 24 ม.ค. 25) แต่ก็ยังน่าจะให้ผลตอบแทนที่ดีได้ต่อเนื่อง
อะไรทำให้ “หุ้นเวียดนาม” และ “หุ้นโลก” ยังคงน่าสนใจในปีนี้ ตามทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthy Thai’ ไปอัพเดทมุมมองจากเหล่าผู้เชี่ยวชาญพร้อมกันได้เลย

“หุ้นเวียดนาม” ศก.โตสูง -กำไรโตดี...ปีนี้มีอัพไซด์ประมาณ 10%
โดย “จุมพล สายมาลา” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.พรินซิเพิล บอกว่า ปีนี้คาดการณ์กำไรต่อหุ้นของตลาดหุ้นเวียดนามในปีนี้จะเติบโตกว่า 20% ส่วนดัชนีจะอยู่ที่ระดับ 1,375 จุด หรือมีอัพไซด์ประมาณ 10% (ที่มา: Bloomberg และ บลจ. พรินซิเพิล, ณ วันที่ 21 ม.ค. 25) โดยคาดว่าจะเห็นการเพิ่มขึ้นของดัชนีอย่างชัดเจนตั้งแต่ไตรมาส2/25 เนื่องจากตลาดมีแนวโน้มที่จะรับรู้ข่าวเชิงลบจากนโยบายช่วง 100 วันแรกของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ในยุค 2.0 ไปทั้งหมดแล้ว และผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่จะทยอยประกาศมีแนวโน้มแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง

(จุมพล สายมาลา)
“ขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจของเวียดนามยังคงมีแนวโน้มที่ดีจากการเติบโตของภาคการบริโภคและส่งออก รวมถึงการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ โดย GDP เวียดนามปี24 เติบโตถึง 7% สูงกว่ารัฐบาลตั้งเป้าหมายไว้ที่ 6.0-6.5% ขณะที่ปี25 รัฐบาลตั้งเป้าหมาย GDP เติบโต 6.5-7.0% และเติบโตต่อเนื่องในระดับดังกล่าวไปจนถึงปี30 โดยมุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลเป็นหัวใจสำคัญและผลักดันการเติบโตของสังคมเมือง”
“สหรัฐ” ขึ้นภาษี คาด “เวียดนาม” ได้รับผลกระทบจำกัด...โอกาส “หุ้นวิ่งแรง” มี หลังเลื่อนชั้นสู่ “ตลาดเกิดใหม่”
ส่วนผลกระทบจากการขึ้นภาษีสินค้าที่นำเข้าไปยังสหรัฐ คาดว่าเวียดนามจะได้รับผลกระทบอย่างจำกัด แม้ตลาดสหรัฐมีสัดส่วนส่งออกกว่า 30% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมดของเวียดนาม และเป็นประเทศที่งบประมาณกับสหรัฐเกินดุลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากสินค้าหลักที่ส่งออกส่วนใหญ่ ได้แก่ ชิ้นส่วนและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นหนึ่งในซัพพลายเชนที่สำคัญของสหรัฐ อย่างไรก็ตาม คาดว่าเวียดนามมีโอกาสจะเติบโตในภาคการลงทุนอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากจะได้รับประโยชน์จากการย้ายฐานการผลิตจากจีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศที่เกินดุลการค้าสหรัฐ จำนวนมาก
“ขณะที่ ‘ตลาดหุ้นเวียดนาม’ ได้รับการคาดหมายว่าจะถูกอัปเกรดจาก ‘ตลาดชายขอบ’ (Frontier Market) เข้าสู่ ‘ตลาดเกิดใหม่’ (Emerging Market) ซึ่งจะทำให้มีเงินทุนไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นเวียดนามเพิ่มขึ้นและดัชนี VN Index มีโอกาสเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 1,400 จุดได้ หลังจากได้พัฒนาระบบซื้อขายหลักทรัพย์เป็นสากลมากขึ้น โดยเปลี่ยนมาใช้ระบบซื้อขาย KRX แบบเดียวกับประเทศเกาหลีใต้ และได้รับการอนุญาตจากสำนักงาน ก.ล.ต.ของเวียดนามให้ซื้อขายหุ้นโดยไม่มี Pre-funding (ชำระเงินล่วงหน้า) ตามเกณฑ์พิจารณาของ FTSE รวมถึงการดูแลเสถียรภาพของค่าเงินดองเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนอีกด้วย”
“หุ้นโลก” ยังน่าสนใจรับศก.โลกโตต่อเนื่อง
ทางด้าน “ชวินดา หาญรัตนกูล” กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงไทย มองว่า เศรษฐกิจโลกปีนี้ยังขยายตัวต่อเนื่อง แม้อาจมีการเติบโตที่ชะลอจากนโยบายของสหรัฐ ซึ่งจะส่งผลต่อภาพรวมการลงทุนทั่วโลก โดยเศรษฐกิจสหรัฐอาจจะโดดเด่นขึ้น ซึ่งเปรียบเทียบจากการผ่อนคลายกฎระเบียบและการจัดสรรผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจใหม่ ถึงแม้ความไม่แน่นอนในเชิงนโยบายยังคงอยู่ในระดับที่สูงก็ตาม ขณะที่ “ธนาคารกลาง” ในประเทศที่สำคัญๆ อาจจะมีการปรัดลดดอกเบี้ยนโยบายลงต่อจากแนวโน้มเงินเฟ้อที่ชะลอลง แต่ความเร็วในการลดดอกเบี้ยจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสภาพเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ ดังนั้น การจัดพอร์ตต้องเน้นความสมดุลมากขึ้นระหว่างการลงทุนใน “ตราสารหนี้” และ “หุ้น”

(ชวินดา หาญรัตนกูล)
“ตลาดหุ้นต่างประเทศ แม้ว่าจะมีการสะดุดไปบ้างตามเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในปี24 ที่ผ่านมา แต่ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งปีที่สินทรัพย์เสี่ยงให้ผลตอบแทนที่ดี สำหรับในปี25 นี้ มองว่ายังคงขยายตัวได้ต่อเนื่อง โดยธีมการลงทุนใน Tech และ AI ยังคงสามารถสร้างอัตราการเติบโตได้ดีของรายได้ (Earnings Growth) และคาดว่ายังจะเป็นธีมหลักสำหรับตลาดหุ้นในปีนี้ ประกอบกับนโยบายของ ‘Trump 2.0’ ที่คาดว่าจะส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นสหรัฐ ถึงแม้ว่าในเชิง Valuation หุ้นบางกลุ่มมี Valuation ที่เริ่ม ‘แพง’ มี Forward P/E สูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต จึงต้องคอยติดตามการประกาศผลประกอบการว่ายังสามารถช่วยสนับสนุนระดับราคาในปัจจุบันได้หรือไม่ การที่เศรษฐกิจโลกยังขยายตัวต่อเนื่องยังจะส่งผลดีต่อผลประกอบการของบริษัทในกลุ่มการเงิน และ ‘หุ้นโลก’ ยังคงเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจลงทุนในปีนี้อยู่”
สำหรับใครที่มองหาโอกาสการลงทุนที่น่าสนใจ มีโอกาสสร้างผลตอบแทนสูงได้ “หุ้นเวียดนาม” เป็นทางเลือกที่ควรมีติดพอร์ตไว้บ้าง ส่วนที่มองภาพในระยะยาวโตได้เรื่อยๆ “หุ้นโลก” ยังคงเป็นทางเลือกต้นๆ ที่ไม่ควรมองข้ามเช่นเดียวกัน
