“KACB” ลงทุน “หุ้นกู้ไทย” คุณภาพดี ง่ายๆ ด้วยเงิน 500 บาท... อัพผลตอบแทนให้เหนือ ‘เงินฝาก’ !!!
กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง “กองทุนติดดาว” กองทุนที่ได้เรทติ้ง “Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง’ (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง “Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก
ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม “Mid Term General Bond” ที่เน้นลงทุนใน “ตราสารหนี้” ที่ออกโดยบริษัทเอกชน/รัฐวิสาหกิจในประเทศ
ปัจจุบัน “ตลาดตราสารหนี้” ได้รับความสนใจจากนักลงทุนมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่ม “หุ้นกู้” ที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าเงินฝากขึ้นกับระดับความเสี่ยงและอันดับเครดิตของหุ้นกู้นั้นๆ
แต่การจะลงทุนใน “หุ้นกู้” เองโดยตรงก็ใช้เงินลงทุนค่อนข้างสูง หุ้นกู้ดีๆ ก็มักจะเป็นลาดของนักลงทุนสถาบันเป็นหลัก “กองทุนรวม” จึงเข้ามาเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มี “กองทุนหุ้นกู้ไทย” ที่น่าสนใจ ดีกรี “กองทุน 5 ดาว” จากทาง “Morningstar” มาฝากกัน

“KACB” คัด “หุ้นกู้” คุณภาพดี-อัพผลตอบแทนเหนือ ‘เงินฝาก’
สำหรับกองทุนรวมที่จะแนะนำในครั้งนี้ มีชื่อว่า “KACB: กองทุนเปิด เคเอ คอร์เปอเรท บอนด์” บริหารจัดการโดย ‘บลจ.กสิกรไทย’ มีความเสี่ยง “ระดับ 4” (เสี่ยงปานกลางค่อนข้างต่ำ) จัดตั้งเมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2545 มีนโยบายเน้นลงทุนใน “ตราสารหนี้” ที่ออกโดยบริษัทเอกชน/รัฐวิสาหกิจในประเทศเป็นสำคัญ

หน้าตาพอร์ตสไตล์ “หุ้นกู้” Investment Grade ทั้งพอร์ต
จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของกอง ‘KACB’ มีบุคลิกของสไตล์ “หุ้นกู้คุณภาพ” เป็นระดับลงทุนได้ (Investment Grade) ทั้งพอร์ต ผสมกับ “ตราสารหนี้ภาครัฐ” ที่มีความมั่นคงสูงเป็นสำคัญ
หน้าตาพอร์ต (ณ วันที่ 30 ธ.ค. 24) มีการจัดสรรเงินลงทุนในตราสารหนี้แบ่งตามอันดับความน่าเชื่อถือ ประกอบไปด้วย
-
Gov Bond/AAA 25.49%
-
AA 16.46%
-
A 51.81%
-
BBB 5.91%
โดยมีการจัดสรรเงินลงทุนหลักๆ ดังนี้
-
หุ้นกู้ 80.31%
-
พันธบัตร 17.84%
“โดยตราสารหนี้ในพอร์ตมีอายุเฉลี่ยของตราสารหนี้ 1 ปี 11.04 เดือน และมี Yield to Maturity 2.64% ต่อปี”

“ในแง่ผลการดำเนินงานย้อนหลังของกอง ‘KACB’ ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ข้อมูล ณ วันที่ 30 ธ.ค. 24) นั้นเฉลี่ยอยู่ที่ 2.74% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 2.58% ต่อปี) ขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานเฉลี่ยอยู่ที่ 0.72% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 1.74% ต่อปี) และด้วยคุณภาพของตราสารหนี้ที่เลือกลงทุนทำให้ในช่วง 5 ปีโดยเคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -1.38% เท่านั้น”
เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” เพียง 500 บาท เท่านั้น
สำหรับนักลงทุนที่สนใจการลงทุน เงื่อนไขหรือมูลค่าขั้นต่ำของการ “ซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” จะอยู่ที่ 500 บาท ส่วนมูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนจะอยู่ที่ 500 บาทเช่นเดียวกัน ขณะที่ยอดคงเหลือขั้นต่ำจะอยู่ที่ 50 บาท สำหรับระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนคือ 2 วันทำการหลังจากวันทำรายการขายคืน (T+2)

ส่วนช่องทางการซื้อขายสามารถทำได้ผ่านรูปแบบออฟไลน์อย่าง ธนาคารกสิกรไทยและผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนอื่นที่บริษัทได้แต่งตั้งขึ้น ขณะที่ช่องทางออนไลน์สามารถเปิดบัญชีและซื้อขายได้ผ่านแอพพลิเคชั่นอย่าง K-My Funds, K-Cyber และ KPLUS
การลงทุนใน “หุ้นกู้” เป็นทางเลือกการลงทุนเพื่อโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดี ดีกว่าดอกเบี้ยเงินฝากได้ แต่การเข้าถึงของนักลงทุนทั่วไปก็อาจมีข้อจำกัด ดังนั้น “กองทุนหุ้นกู้” จึงถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สามารถตอบโจทย์ให้ได้เป็นอย่างดี
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
