“กุมภา-ปีมะเส็ง” รับประโยชน์จากดอกเบี้ยขาลงกับ “ตราสารหนี้ทั่วโลก”... ส่วน “หุ้นเวียดนาม” พื้นฐานแกร่ง-ศก.โตดี-ราคาถูก ตอบโจทย์ระยะยาว !!!
ลายแทงกองทุน: “America First” เริ่มเขย่าขวัญตลาดการลงทุนทั่วโลก และน่าจะทำให้ “เงินเฟ้อสหรัฐ” ไม่ลงง่าย อย่างไรก็ตาม ดอกบี้ยยังคงเป็นแนวโน้มขาลง ซึ่งยังส่งผลบวกต่อการลงทุนใน “ตราสารหนี้ทั่วโลก”
และยังเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ยังคงน่าสนใจลงทุนในปีนี้
ส่วน “หุ้นเวียดนาม” น่าจะประคองตัวจากนโยบายการค้าของสหรัฐได้ จากเศรษฐกิจภายในประเทศที่โตอย่างแข็งแกร่ง กำไรบจ.ยังเติบโตได้ดี ราคา “ถูก” ที่สำคัญปีนี้ น่าจะถูกยกระดับู่ตลาดเกิดใหม่ในดัชนี “FTSE EM” ด้วย นั่นจะทำให้มีเงินลงทุนไหลเข้าตลาดหุ้นเวียดนามอีกมากเลยทีเดียว
วันนี้ทางทีมงาน ‘Wealthy Thai’ จึงได้คัดสรร “4 กองทุนเด่น” กุมภา-ปีมะเส็ง กับ 2 ธีมที่น่าสนใจ “ตราสารหนี้โลก” และ “หุ้นเวียดนาม” มาฝากกัน
“KT-CSBOND-A” ลุย "ตราสารหนี้" ทั่วโลก เน้น "Capital Securities"
มาเริ่มกันที่ “KT-CSBOND-A: กองทุนเปิดเคแทม แคปปิตอล ซีเคียวริตี้ ฟันด์ (ชนิดสะสมมูลค่า)” ของบลจ.กรุงไทย ที่เน้นลงทุนใน “ตราสารหนี้ทั่วโลก” โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ได้รับผลตอบแทนสูงสุดจากการลงทุนใน "Capital Securities" ที่มีราคาน่าสนใจ ผ่านกองทุนหลัก ‘PIMCO GIS Capital Securities Fund” ที่บริหารจัดการโดย PIMCO Global Advisors (Ireland) Limited

สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 31 ธ.ค. 24) พบว่ามีการลงทุนในตราสารหนี้หลักๆ ประกอบด้วย 1) Additional Tier 1 63.83% และ 2) Non-Financials อีก 26.33%
“โดยอุตสาหกรรมหลักที่ลงทุน ได้แก่ ประกอบด้วย 1) Banking 83.21% และ 2) Government 26.61% ทั้งนี้ตราสารหนี้ที่ลงทุนส่วนใหญ่กระจายตัวอยู่ใน 1) Eurozone 53.97%, 2) United States 41.49% และ 3) United Kingdom 19.23% ตามลำดับ”
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กองทุน ‘KT-CSBOND-A’ เคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -24.33%
“PRINCIPAL VNEQ-A” เฟ้น "หุ้นเวียดนาม" เพิ่มโอกาสผลตอบแทน
สลับมาที่ “PRINCIPAL VNEQ-A: กองทุนเปิดพรินซิเพิล เวียดนาม อิควิตี้” ของบลจ.พรินซิเพิล ที่เน้นลงทุน "หุ้นเวียดนาม" ที่เชื่อว่ามีศักยภาพในการเติบโตในอนาคต รวมทังตราสารทุนอื่นใดที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องและ/หรือที่ได้รับผล ประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจเวียดนาม ด้วยการลงทุน “โดยตรง” จกทีมงานผู้จัดการกองทุนของบลจ.พรินซิเพิลเอง

สำหรับหน้าตาพอร์ต (ณ วันที่ 30 ธ.ค. 24) พบว่ามีการลงทุนใน 5 อุตสาหกรรมหลัก ประกอบด้วย 1) ธนาคาร 37.10%, 2) บริการรับเหมาก่อสร้าง 9.91%, 3) เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 9.13%, 4) อาหารและเครื่องดื่ม 6.67% และ 5) เครื่องใช้ไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ 5.41%
“โดยหุ้นที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) FPT 9.13%, 2) MBB 8.75%, 3) TCB 7.08%, 4) HDB 6.63% และ 5) VCB 5.84% ตามลำดับ”
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กองทุน ‘PRINCIPAL VNEQ-A’ เคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -43.72%
“UPINCM” เฟ้น "หุ้นกู้" คุณภาพดีทั่วโลก
ถัดมาเป็น “UPINCM: กองทุนเปิด ยูไนเต็ด แพลตินัม อินคัม ออพพอร์ทูนิตี้ส์ พลัส ฟันด์ - หน่วยลงทุนชนิดรับซื้อคืนอัตโนมัติ” ของบลจ.ยูโอบี ที่เน้นลงทุน "หุ้นกู้" คุณภาพดีทั่วโลก โดยบลจ.อาจมอบหมายให้ “UOBAM (Singapore)” เป็นผู้รับดำเนินการลงทุนในต่างประเทศ และ UOBAM (Singapore) อาจมอบหมายให้ “Wellington Management Company” เป็นผู้รับ ดำเนินการลงทุนต่อบางส่วนหรือทั้งหมด

สำหรับหน้าตาพอร์ต (ณ วันที่ 30 ธ.ค. 24) พบว่ามีการลงทุนใน “ตราสารหนี้เอกชน” 90.55% โดยลงทุนผ่าน 2 กองทุน ประกอบด้วย
-
Jupiter Financials Contingent Capital Fund 58.99%
-
PIMCO GIS Capital Securities Fund 20.35%
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กองทุน ‘UPINCM’ เคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -17.26%
“MVIET” ลุย "หุ้นเวียดนาม" สไตล์ Fund of Funds
ปิดท้ายกันด้วย “MVIET: กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี เวียดนาม ออพพอร์ทูนิตี้” ของบลจ.เอ็มเอฟซีที่เน้นลงทุนใน “หน่วยลงทุน” ของกองทุนรวมตราสารทุนต่างประเทศ และ/หรือกองทุนรวมอีทีเอฟ ที่มีนโยบายการลงทุน ในตราสารทุนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ประเทศเวียดนาม หรือที่ผู้ออกตราสารมีธุรกิจหลักในประเทศ เวียดนาม

สำหรับหน้าตาพอร์ต (ณ วันที่ 30 ธ.ค. 24) พบว่ามีการลงทุนผ่านกองทุนที่สำคัญๆ ประกอบด้วย
-
Lumen Vietnam Fund 50.55%
-
Vietnam Equity (UCITS) Fund 48.9%
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กองทุน ‘MVIET’ เคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -45.4%
สำหรับใครที่กำลังมองหาโอกาสการลงทุนที่น่าสนใจในช่วง “ดอกเบี้ยขาลง” และตลาดที่มีศักยภาพในการเติบโตในระยะยาว เชื่อว่าทั้ง 2 ธีม “ตราสารหนี้โลก” และ “หุ้นเวียดนาม” จะเป็นอีกทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
