Official Update :

“กอง KTSRI-A” จัดพอร์ตผสมปานกลางแบบลงตัว...ลุย ‘กองทุน’ ผลงานแจ่มของ ‘KTAM’!!!

“กองทุนรวมผสม (Allocation Fund)” อีกทางเลือกการลงทุนในกองทุนรวมอีกหนึ่งประเภทที่ได้ถูกจัดตั้งขึ้นสำหรับนักลงทุนที่ต้องการกระจายเงินลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ให้จบภายในกองทุนเดียวโดยใช้เงินทุนที่ไม่สูงนัก


ซึ่งกองทุนประเภทดังกล่าว การกระจายสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ก็จะขึ้นอยู่กับนโยบายการลงทุนและระดับความเสี่ยงของแต่ละกอง เพื่อจะนำเสนอแก่นักลงทุนที่มีสไตล์แตกต่างกันออกไป


โดยการกระจายการลงทุนของกองทุนผสม ยังครอบคลุมมายังกองทุนรวมประเภทอื่นที่เอามาไว้ในกองทุนเดียวหรือเรียกในชื่อที่ว่าประเภท “Fund of Funds”


ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงอยากใช้โอกาสนี้ ในการนำเสนอ “กองทุนเปิดกรุงไทยศรีสิริ (ชนิดสะสมมูลค่า) (KTSRI-A)” กองทุนรวมประเภท Fund of Funds จาก ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทย จำกัด (มหาชน)’ ที่ได้รับการจัดอันดับจาก “มอร์นิ่งสตาร์ 5 ดาว” มาแชร์ให้แก่ผู้อ่านและนักลงทุนที่สนใจกันในครั้งนี้



“
กอง KTSRI-A” โชว์ผลตอบแทนคุ้มความเสี่ยง...ตั้งแต่ตั้งกองทุน 3 ปีกว่าทำได้ 3.42% ต่อปี

“กองทุนรวมผสม (Allocation Fund)” นั้น ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับนักลงทุนทั่วไปที่สามารถเข้ามาใช้เป็นกองทุนเริ่มต้นให้กับตัวเองได้ ซึ่งส่วนผสมของ ‘สินทรัพย์เสี่ยง’ ในกองทุนประเภทนี้ จะเป็นตัวกำหนดระดับความเสี่ยงของกลุ่มกองทุนผสมด้วยเช่นกัน ซึ่งจะแบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ เสี่ยงต่ำ, เสี่ยงปานกลาง และเสี่ยงสูง ให้ผู้ลงทุนสามารถเลือกลงทุนได้เหมาะสมกับความสามารถในการรับความเสี่ยงของตัวเอง


“รูปแบบของกองทุนผสมเองนั้น ก็สามารถออกแบบให้มีความหลากหลายแตกต่างกันออกไป ซึ่งถือเป็นอีกเสน่ห์หนึ่งของกองทุนประเภทนี้เลยทีเดียว แต่ในครั้งนี้ทาง ‘Wealthythai’ จะพาคุณมารู้จักกับรูปแบบของกองทุนผสมในลักษณะของ Fund of Funds และที่สำคัญยังโฟกัสที่จัดสรรเงินลงทุนกระจายไปใน ‘กองทุนรวม’ ที่อยู่ภายใต้การบริหารเดียวกันอีกด้วย”





โดยกองทุนดังกล่าวมีชื่อว่า “กองทุนเปิดกรุงไทยศรีสิริ (ชนิดสะสมมูลค่า) (KTSRI-A)” ที่ได้จัดตั้งขึ้นในวันที่ 29 มีนาคม 2561 จนถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 22 กรกฎาคม 2564) มีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิอยู่ที่ 912,532,391 บาท และมีมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่ 11.14 บาทต่อหน่วย


“อย่างที่บอกไว้ข้างต้นด้วยประเภทกองทุน Fun of Fund นโยบายการลงทุนของกองทุนนั้น จะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวม กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน หรือกองทุน property (กองทุนปลายทาง) ทั้งในและต่างประเทศ ตั้งแต่ 2 กองทุนขึ้นไป โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน”


แต่อย่างไรก็ตามกองทุนจะลงทุนในกองทุนใดกองทุนหนึ่งได้ไม่เกิน 79% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยสามารถปรับเปลี่ยนสัดส่วนการลงทุนได้ตามความเหมาะสม ในส่วนของกองทุนปลายทางจะมีนโยบายลงทุนทั้งในตราสารทุน ตราสารหนี้ ทรัพย์สินทางเลือก และหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นใดตามที่กฎหมาย ก.ล.ต. กำหนด 


“โดย ‘กองทุนรวม’ ปลายทางนั้นจะอยู่ภายใต้การจัดการของ ‘บลจ.กรุงไทย’ ในสัดส่วนไม่เกิน 100% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ซึ่งกองทุนเหล่านี้ถือเป็นกองทุนที่มีผลงานโดดเด่นในแต่ละประเภทกองทุนของบริษัท นำมาเป็นส่วนผสมที่ลงตัวเพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีภายใต้ระดับความเสี่ยงปานกลาง เพื่อตอบโจทย์เป้าหมายการลงทุนในระยะยาว โดยอิงกับดัชนีเทียบวัดที่อัตราผลตอบแทนเฉลี่ย 5% ต่อปี ในระยะยาว ซึ่งน่าจะตอบโจทย์ผู้ที่กำลังมองหาโอกาสการลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนที่ดีในระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมได้เป็นอย่างดี เรียกว่า...ไม่เสี่ยงมากไป และไม่เสี่ยงน้อยจนเกินไปนั่นเอง”


โดยสัดส่วนการกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ของกองทุน (ณ วันที่ 30 มิ.ย. 64) ประกอบไปด้วย

-หน่วยลงทุน ตราสารหนี้ 55.10%

-หน่วยลงทุน ตราสารทุน 32.80%

-เงินฝากธนาคาร 3.16%

-หน่วยลงทุนในทรัสต์เพื่อการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ 2.64%

-หน่วยลงทุนในกองทุนรวมแบบผสม 2.21%

-สินทรัพย์และหนี้สินอื่นๆ 1.89%

-หน่วยลงทุนในกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน 1.87%

-หน่วยลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ 0.35%





“
ด้านผลการดำเนินงานของ ‘กอง KTSRI-A’ (ณ วันที่ 30 มิ.ย. 64) ตั้งแต่จัดตั้งกองทุนผลการดำเนินงานเฉลี่ยอยู่ที่ 3.42% ต่อปี ซึ่งต่ำกว่าดัชนีชี้วัดที่เฉลี่ยอยู่ที่ 5.00% ต่อปี แต่ก็ยังเป็นผลตอบแทนที่ดีกว่าเงินฝากและด้วยผลตอบแทนระดับนี้สามารถทำให้เงินลงทุนคุณโตเป็น 2 เท่า ในระยะเวลาประมาณ 21 ปี ส่วนความผันผวนของผลการดำเนินเฉลี่ยอยู่ที่ 4.60% ต่อปีสูงกว่าดัชนีชี้วัดที่เฉลี่ยอยู่ 0.20% ต่อปี อย่างไรก็ดีในช่วงเวลา 5 ปี กองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงถึง -10.48%”


ส่วนนักลงทุนที่สนใจหรืออยากเข้าลงทุนในกองทุนนั้น มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรกและครั้งถัดไปจะอยู่ที่ 1,000 บาท ขณะที่มูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนไม่มีการกำหนดไว้ โดยระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนจะได้ภายใน 6 วันทำการนับหลังจากวันทำการขายคืนหน่วยลงทุน


ขณะที่ช่องทางการซื้อขายสามารถทำได้ผ่าน ธนาคารกรุงไทย และตัวแทนสนับสนุนการซื้อขายหน่วยลงทุนอื่น ๆ นอกจากนี้ยังมีช่องทางออนไลน์โดยผ่านระบบ Internet Trading : KTAM SMART TRADE (www.ktam.co.th)


“ในปัจจุบันที่ภาวะอัดตราดอกเบี้ยเป็นขาลง การลงทุนในกองทุนก็ถือเป็นช่องการออมเงินอีกหนึ่งประเภทซึ่งระดับความเสี่ยงการลงทุนปานกลางอย่าง ‘กองทุนรวมผสม’ อาจจะให้ผลตอบแทนที่ไม่สูงมาก แต่ถ้าแลกมากับความเสี่ยงไม่สูงและให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ต่ำเตี้ยติดดิน ‘กอง KTSRI-A’ ก็ถือว่าเป็นกองที่น่าสนใจอีกหนึ่งกองเลยทีเดียว”

กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา

Most Viewed
Stock of the Day
CPF ปักธงฟู้ดอิสเมดิซีน ส่งยูฟาร์มลุยฟู้ดฟังก์ชัน จับ “Butterbear” เนรมิตวิ่งหมูหมี ลุยตลาดซูเปอร์พรีเมียม หนุนพอร์ตโต
Updated 1 day ago
Fun of Funds
“อสังหาฯ โลก” โอกาสลงทุนหลัง “ปรับฐาน” ครั้งใหญ่... พร้อมรับอานิสงส์วงจร “ดอกเบี้ยขาลง” !!!
Updated 1 day ago
Stock of the Day
ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคดี “บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง” ไม่ขัด รธน. โบรกฯ มองปลดล็อก Overhang การเมือง หนุนเสถียรภาพรัฐบาล หุ้นรับเหมาฯ-นิคมฯ เด่น
Updated 1 day ago
Stock of the Day
AKAM พุ่งรับดีล Anthropic! มูลค่า 1.16 หมื่นล้านดอลลาร์ ปูทางขึ้นแท่น AI Infrastructure ลุ้นปี 2028 ดันรายได้แตะ 1.7 พันล้านดอลลาร์
Updated 1 day ago
Stock of the Day
อนุทิน-SET-FETCO โรดโชว์นิวยอร์ก-ลอนดอน! ดึง 43 กองทุน AUM 48 ล้านล้านดอลลาร์ ลุ้นวัฏจักรลงทุนใหม่-ดันไทยสู่ New Economy
Updated 1 day ago
Follow Us