แนะ Overweight “หุ้นเวียดนาม” รับศก.โตดี-เตรียมอัพเกรดสู่ “EM”… พร้อมชู “Allocation Fund” ตอบโจทย์ ฝ่า “ตลาดผันผวน” !!!
Fun of Funds: ช่วงต้นเดือนก.ย.ที่ผ่านมา “หุ้นเวียดนาม” (VN30) ปรับตัวลงประมาณ -3% จากแรงเทขายนักลงทุนต่างชาติหลังตลาดปรับตัวขึ้นมาแรง และความกังวลค่อเงินดองที่อ่อนค่าลง
อย่างไรก็ตามปีนี้ “หุ้นเวียดนาม” ยังคงเป็นตลาดที่ให้ผลตอบแทนที่โดดเด่นกว่า +36% มายืนเหนือระดับ 1,800 จุด ทำ “All Time High” ไปเรียบร้อยแล้ว แต่มูลค่าถือว่ายัง “ไม่แพง” มี Forward 12M P/E 12.08 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปี ที่ 11.28 เท่า ในขณะที่คาดกำไรบจ.ยังเติบโตได้ประมาณ 24.02% (ที่มา: Bloomberg, วันที่ 5 ก.ย. 25)
จากเศรษฐกิจที่ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง แม้จะเจอ “ภาษี Trump” 20% ก็ตาม โดยไตรมาสที่2/25 เศรษฐกิจเวียดนามยังโต 7.96% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และรัฐบาลเวียดนามเองก็ยังคงเป้าหมายการเติบโตเศรษฐกิจในปีนี้ที่ 8.3 – 8.5%
ส่งผลให้ “กองหุ้นเวียดนาม” ปีนี้ กลับมาเขียวยกแผง โชว์ผลตอบแทนเฉลี่ย +13.53% (ดีสุด +20.90%, แย่สุด +2.89%) (ที่มา: morningstarthailand.com, วันที่ 5 ก.ย. 25)
และยังทำให้ “หุ้นเวียดนาม” เป็นตลาดที่น่าสนใจที่เป็นดาวเด่นของเอเชียอยู่นั่นเอง
และในภาวะที่ตลาดมีความผันผวนเช่นนี้ “Allocation Fund” ก็เป็นอีกธีมที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี ช่วยไม่ให้พลาดทุกโอกาสลงทุน
ทำไม “หุ้นเวียดนาม” และ “Allocation Fund” จึงเป็นธีมที่น่าสนใจนั้น ตามทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthy Thai’ ไปฟังมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญพร้อมกันได้เลย

ให้น้ำหนัก “Overweight” ใน “หุ้นเวียดนาม”...เศรษฐกิจแกร่ง-กำไรบจ.โตดี-พร้อมเลื่อนชั้นสู่ “ตลาดเกิดใหม่”
การปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่นของ “ตลาดหุ้นเวียดนาม” (VN30) ในปีนี้ นอกจากพื้นฐานทางเศรษฐกิจแข็งแกร่งเติบโตสูงแล้ว เชื่อว่าเป็นผลจากข่าวการเตรียมยกระดับตลาดหุ้นเวียดนามจาก “ตลาดชายขอบ” (Frontier Market) สู่ “ตลาดเกิดใหม่” (Emerging Market) นั่นเอง ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นต้นต.ค.นี้ ซึ่งจะดึงดูดนักลงทุนสถาบันทั่วโลกให้เข้ามาลงทุนอีกมาก
โดย “วจนะ วงศ์ศุภสวัสดิ์” กรรมการผู้จัดการ บลจ.กสิกรไทย บอกว่า เวียดนามกำลังก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในประเทศที่น่าจับตามองในอาเซียนอย่างแท้จริง ทั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง รวมถึงศักยภาพของรัฐบาล และเอกชนที่เป็นกลไกสำคัญในการผลักดัน GDP ของเวียดนามในไตรมาส2/25 เติบโตสูงถึง 7.96% (YoY) ในขณะที่ “Bloomberg Consensus” ยังคงประมาณการว่า GDP โดยรวมทั้งปีนี้และปีหน้าจะขยายตัว 6.1% ซึ่งเป็นระดับที่สูงกว่าประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค ทำให้เป็นประเทศที่นักลงทุนทั่วโลกให้ความสนใจ ในขณะที่รัฐบาลเวียดนามยังคงมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ และมุ่งส่งเสริมภาคเอกชน ผ่านมติ Resolution 68 ซึ่งมีเป้าหมายที่จะผลักดันให้ภาคเอกชนเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศภายในปี 2030

(วจนะ วงศ์ศุภสวัสดิ์)
ส่วน “ตลาดหุ้นเวียดนาม” นั้น มีแนวโน้มที่ดีอย่างต่อเนื่อง หลังจากข้อตกลงด้านภาษีนำเข้าสินค้ากับสหรัฐหยุดอยู่ที่ 20% ซึ่งยังเป็นอัตราที่ยังสามารถแข่งขันได้ต่อไป รวมถึงตลาดมีแนวโน้มยกระดับเป็น “ตลาดเกิดใหม่” (Emerging Market) จาก “FTSE” ก็ยิ่งเป็นแรงหนุนสำคัญต่อการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนต่างชาติให้เข้าสู่ตลาดเวียดนามมากยิ่งขึ้น
“เราปรับมุมมองการลงทุนใน ‘หุ้นเวียดนาม’ เป็น ‘Overweight’ หลังจากที่รัฐบาลประสบความสำเร็จในการควบคุมเงินเฟ้อ และเศรษฐกิจมีการฟื้นตัวจากการท่องเที่ยวและการบริโภคภายในประเทศ มูลค่าตลาดหุ้นเริ่มกลับเข้าสู่ระดับเหมาะสม (Re-rating) ปัจจัยเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพการลงทุนระยะยาว ส่งผลให้เวียดนามยังคงเป็นตลาดดาวเด่นของอาเซียนที่น่าจับตามองต่อไป”
ชู “Allocation Fund” ฝ่าตลาดผันผวน ตอบโจทย์ทุกภาวะตลาดการลงทุน
ด้าน “สาห์รัช ชัฎสุวรรณ” กรรมการผู้จัดการ บลจ.ทิสโก้ มองว่า ปัจจุบันราคา “หุ้นสหรัฐ” ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยดัชนี “S&P 500” ซื้อขายด้วยระดับอัตราส่วนราคาตลาดต่อกำไรสุทธิ (P/E) ที่ 22.3 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีที่อยู่ในระดับ 20.1 เท่า ทำให้มีโอกาสที่ตลาดหุ้นอาจจะมีความผันผวนมากขึ้น การลงทุนในกองทุน “Allocation Fund” ที่มีนโยบายการลงทุนแบบยืดหยุ่น ลงทุนในหลายๆ Asset Class สามารถปรับน้ำหนักการลงทุนใน Asset Class ต่างๆ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ตอบโจทย์ในทุกสภาวะ จึงยังคงมีความน่าสนใจ

(สาห์รัช ชัฎสุวรรณ)
“Allocation Fund สามารถเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่โดดเด่นในทุกสภาวะ โดยเฉพาะในสถานการณ์ปัจจุบันที่มีความเสี่ยงและความไม่แน่นอนรออยู่มาก ทั้งจากสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ความเสี่ยงสงครามการค้า รวมถึงอัตราเงินเฟ้อที่อาจกลับมาเร่งตัวขึ้นแม้ ‘ธนาคารกลางสหรัฐ’ (Fed) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง เนื่องจาก การปรับลดอัตราดอกเบี้ยหลังจากนี้อาจมาจากการแทรกแซงโดย ‘Donald Trump’ ประธานาธิบดีสหรัฐ ที่เริ่มส่งสัญญาณการแทรกแซงการทำงานของคณะกรรมการนโยบายการเงินของ Fed ซึ่งตลาดเริ่มตอบรับแรงกังวลดังกล่าวเห็นได้จากราคาทองคำที่ปรับเพิ่มขึ้นทำสถิติสูงสุดตลอดกาล”
สำหรับใครที่รับความเสี่ยงได้สูง มองหาโอกาสการลงทุนในตลาดที่มีการเติบโตสูงเพื่อสร้างความมั่งคั่งในระยะยาว เชื่อว่า “หุ้นเวียดนาม” จะเป็นทางเลือกที่เติมเต็มพอร์ตได้เป็นอย่างดี แต่ความผันผวนก็สูงเช่นกัน ส่วนใครที่ไม่ต้องการเสี่ยงมากและไม่อยากพลาดทุกโอกาสการลงทุนในท่ามกลางตลาดที่ยังคงผันผวนเช่นปัจจุบัน กลุ่มกองทุน “Allocation Fund” เป็นทางเลือกที่น่าสนใจเลยทีเดียว
