Official Update :

เปิด 3 ธีมเด่นรับ “Megatrend” โลกรับ “ปีม้าไฟ” พร้อมชูกลยุทธ์ “Core & Satellite Portfolio” ปั้นผลตอบแทน-ฝ่าตลาดผันผวน !!!

สาระ Fund วันละนิด: มองไปในปน้า “ปีมะเมีย-2026” ปีม้าลุยไฟที่น่าจะทำให้ตลาดการลงทุนทั่วโลก “ผันผวนกว่าปีนี้” อย่างแน่นอน


ความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ทั่วโลกเขย่าให้ตลาดการลงทุนผันผวนมากขึ้น และกลายเป็น New Normal” ในโลกการลงทุนไปแล้วในปัจจุบัน


ปี2025 ภาพรวมตลาดการลงทุนก็ให้ผลตอบแทนที่ค่อนข้างดี โดยเฉพาะ “หุ้นเกาหลีใต้” และ “ทองคำ” ที่ปีนี้ปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่น +69% และ +65.7% ตามลำดับ


จะมียกเว้น “หุ้นไทย” และ “น้ำมัน” ที่ผลตอบแทนติดลบ -10.2% และ -22.9% ตามลำดับ


ท่ามกลางความผันผวนใน “ปีม้าไฟ” ยังมีโอกาสลงทุนอยู่เช่นกัน โอกาสนั้นอยู่ที่ไหนบ้างนั้น ทางทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มีมุมมองที่น่าสนใจจาก “บลจ.กสิกรไทย” มาฝากกัน


“กำไรบจ.” ปี26 มีแนวโน้มโตขึ้น-หนุน “ตลาดหุ้น” โตต่อเนื่อง...แต่ “ความผันผวน” ยังอยู่ แนะ “มีวินัยการลงทุน”

โดย “มทินา วัชรวราทร” Head of Investment Strategy บลจ.กสิกรไทย บอกว่า ในปี26 นั้น ภาพรวมของกำไรบจ.ในตลาดหุ้นหลักๆ ของโลกยังมีความยืดหยุ่นและปรับตัวดีขึ้นจากปี25 ผลกระทบจากมาตรการภาษีของ Donald Trump” ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อกำไรของบจ.ในภาพรวมอย่างที่ตลาดคาดไว้ กำไรบจ.ในตลาดหลักในปี26 อาจกลับมาโตในระดับตัวเลข 2 หลักได้อีกครั้ง นั่นทำให้ “ตลาดหุ้น” ยังคงเติบโตต่อไปได้ โดยมีทั้ง “ปัจจัยลบ” ที่ยังรบกวนอยู่ทั้งความผันผวนจากสงครามการค้าโลก การจำกัดคนเข้าเมืองของสหรัฐ และเงินเฟ้อที่อาจปรับตัวขึ้นซึ่งคาดว่าจะสูงสุดในช่วงไตรมาสที่1/26 ตรงนั้นต้องจับตาดูใกล้ชิดว่าจะขึ้นไประดับไหนเกิน 3% เลยหรือไม่ หรือแค่ขึ้นมาชั่วคราว


(มทินา วัชรวราทร)


อย่างไรก็ตามก็ยังมี “ปัจจัยบวก” ที่ช่วยหนุนตลาดด้วยเช่นกันไม่ว่าจะเป็น AI และ Dataceneter, One Big Beautiful Bill หรือ Consumer Tax Rebate ที่จะเอาภาษีการค้าที่เพิ่มขึ้นของสหรัฐมาแจกคนสหรัฐคนละ 1 หมื่นดอลลาร์ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของ “เงื่อนไขความเสี่ยงเฉพาะ” เช่น หุ้นสหรัฐที่มีความเสี่ยงกระจุกตัวในหุ้นบางกลุ่มมากขึ้น, ฟองสบู่ AI หรือความเป็นอิสระของ ธนาคารกลางสหรัฐ’ (Fed)


“ปี26 เศรษฐกิจโลกยังมีความยืดหยุ่นและปรับตัวได้ แต่ ความผันผวน จะอยู่กับเราต่อไปอีกนานเป็น 10 ปี การกระจายการลงทุนยังคงสำคัญทั้งการกระจาย ประเทศ และ ‘Sector’ ด้วย ต้องมีวินัย ไม่ลงทุนอะไรที่แพงเกินไปหรือไม่มีพื้นฐาน โดยมี 3 ธีมการลงทุนเด่นที่น่าสนใจ ได้แก่ 1) The New Industrial Revolution 2) The Great Rewiring และ 3) The Income Diversifiers


“บลจ.กสิกรไทย” คัด
3 ธีมเด่นรับ “Megatrend” โลก...ปั้นผลตอบแทน-ฝ่าตลาดผันผวน “ปีมะเมีย-2026”

ประเมินภาพรวมเศรษฐกิจโลกในปี26 จะมีการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างครั้งใหญ่ ตลาดการเงินมีแนวโน้มผันผวนมากขึ้นจากเงินเฟ้อที่ได้รับผลกระทบจากภาษีนำเข้า การแบ่งขั้วจากภูมิรัฐศาสตร์ และการค้าโลกที่แยกตัวเป็นภูมิภาค อีกทั้งนวัตกรรมและเทคโนโลยีได้กลายเป็นปัจจัยการผลิตหลักในหลายอุตสาหกรรมทั่วโลก ดังนั้น ผู้ลงทุนจึงควรเน้นความยืดหยุ่นให้กับพอร์ต เพื่อปรับตัวได้ทันตามเทรนด์โลก


ทั้งนี้ “บลจ.กสิกรไทย” ได้คัด 3 ธีมการลงทุนเด่นตามเมกะเทรนด์โลกที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ลงทุน ได้แก่


1) The New Industrial Revolution การปฏิวัติอุตสาหกรรมใหม่ และภูมิทัศน์การลงทุนในยุคเปลี่ยนผ่าน ให้ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotech) ในฐานะปัจจัยการผลิตหลักของเศรษฐกิจยุคใหม่ การลงทุนใน “บริษัทเทคโนโลยี” จึงเป็นโอกาสการลงทุนในระยะยาว


“อย่างไรก็ตาม ผู้ลงทุนควรตระหนักถึงความเสี่ยงจากความคาดหวังที่สูง หากบริษัทเหล่านั้นไม่สามารถสร้างรายได้และกำไรได้ตามที่คาด อาจก่อให้เกิดแรงกดดันต่อมูลค่าการลงทุนได้ จึงจำเป็นต้อง สร้างสมดุล ระหว่างโอกาสและความเสี่ยงเช่นเดียวกัน”



2) The Great Rewiring
การเปลี่ยนแปลงภูมิรัฐศาสตร์และโลกาภิวัฒน์ กระแสโลกที่ “แบ่งขั้วทางภูมิรัฐศาสตร์” กำลังผลักดันให้หลายประเทศเร่งสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ทำให้เกิดแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของชาตินิยมทางเศรษฐกิจ (Economic Nationalism) และนำไปสู่การย้ายฐานการผลิตครั้งใหญ่เพื่อลดความเสี่ยง (Risk-Off) โดย “ประเทศเกิดใหม่ในเอเชีย” กำลังกลายเป็น Regional Champions ที่ได้รับประโยชน์จากนโยบายการค้าโลก


3) The Income Diversifiers การสร้างกระแสรายได้หลากหลาย ในปีที่ธนาคารทั่วโลกกำลังอยู่ในวัฏจักรการลดดอกเบี้ย และตลาดหุ้นสหรัฐมีมูลค่าที่ค่อนข้างสูง การลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ “เงินปันผล”และ “รายได้สม่ำเสมอ” เป็นอีกกลยุทธ์ที่จะช่วยสร้างโอกาสให้พอร์ตได้รับผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอ


“หนึ่งใน หุ้นปันผล ที่น่าสนใจก็คือ หุ้นปันผลสูง ของไทยเราเอง คาดว่า SETHD จะให้อัตราเงินปันผลปีหน้าที่ 6.8% สูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลกเลยทีเดียว ในส่วนของ ‘REIT-ไทย เอง ก็มีอัตราเงินปันผลสูงถึง 7.93%”


ชูกลยุทธ์ “
Core & Satellite Portfolio”…สร้างความมั่งคั่งรับ “ปีมะเมีย-2026”

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในปี26 นั้น “กิตติคุณ ธนรัตนพัฒนกิจ” Assistant Managing Director บลจ.กสิกรไทย แนะนำว่า กลยุทธ์ Core & Satellite Portfolio ยังเป็นกลยุทธ์ที่ใช้ต่อเนื่องเพื่อรับมือตลาดที่ท้าทายและมีความผันผวน โดยแบ่งเป็น ‘Core Port’ 80% ช่วยกระจายการลงทุนครบถ้วน สร้างความมั่นคงและลดความผันผวน และ ‘Satellite Port’ 20% ช่วยสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะสั้น


(กิตติคุณ ธนรัตนพัฒนกิจ)


ในส่วนของ “พอร์ตหลัก”
(Core Portfolio) เรามี 2 ทางเลือก ได้แก่ ทางเลือกที่ 1: Ready to Move เป็นการลงทุนในกลุ่มกองทุน K-WealthPLUS Series” ที่ยึดหลักการกระจายการลงทุนในตราสารหนี้ หุ้น และสินทรัพย์ทางเลือกทั่วโลก โดยร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับบลจ.ชั้นนำระดับโลกอย่าง J.P. Morgan Asset Management” เพื่อเสริมความมั่นใจและเพิ่มศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนระยะยาว


และทางเลือกที่ 2: Easy DIY เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนปรับสัดส่วน “หุ้น” และ “ตราสารหนี้” ด้วยตัวเอง ผ่านกองทุน K-GSELECT” ที่เน้นลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ของประเทศพัฒนาแล้วทั่วโลก และกองทุน “K-GDBOND” ที่เน้นลงทุนตราสารหนี้หลากหลายประเภททั่วโลก โดยมีเป้าหมายสร้างรายได้ในระดับที่น่าสนใจ



สำหรับ “พอร์ตเสริม” (Satellite Portfolio) นั้น ช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะสั้น มีให้เลือก 3 Theme เลือกกองทุนได้ตามความชอบและระดับความเสี่ยงที่ตัวเองรับได้ ประกอบด้วย


Theme1: The New Industrial Revolution แนะนำ 2 กองทุน ได้แก่ “K-ATECH” ที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และ “K-GTECH” ที่เน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทเทคโนโลยีทั่วโลกซึ่งได้รับอานิสงส์จากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างนี้


Theme2: The Great Rewiring แนะนำ 2 กองทุน ได้แก่ K-INDIA” ที่เน้นลงทุนในหุ้นอินเดียซึ่งมีศักยภาพเติบโตสูง และ K-VIETNAMที่ลงทุนตรงในหุ้นเวียดนามและบางส่วนในหน่วยลงทุนที่เกี่ยวข้องกับประเทศเวียดนาม เพื่อรับประโยชน์จากการย้ายฐานการผลิตและการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ


Theme3: The Income Diversifiers แนะนำ 3 กองทุน ได้แก่ K-GPIN” ที่ลงทุนในหุ้นคุณภาพทั่วโลกพร้อมกลยุทธ์ขาย Call Options เพื่อเพิ่มรายได้, “K-PROPI” ที่เน้นลงทุนในหุ้นและ REITs ที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐานทั้งในและต่างประเทศ และ K-VALUE” ที่เน้นหุ้นไทยที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งและจ่ายเงินปันผลสูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด


“ทั้งหมดนี้เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและเพิ่มศักยภาพการเติบโตของพอร์ตในระยะยาวอย่างมีประสิทธิภาพ”


นอกจากนี้ สำหรับผู้ที่ต้องการ “บริหารสภาพคล่อง” ในระยะสั้นหรือมากกว่า 1 ปี เรายังมีทางเลือกแทนการถือเงินสด โดยแนะนำกองทุน K-SF, K-SFPLUS, K-FIXEDPLUS และ K-FIXEDPRO ที่เน้นลงทุนในตราสารหนี้ทั้งภาครัฐและเอกชน และเงินฝากทั้งในและต่างประเทศเป็นทางเลือกให้อีกด้วย


ภาพการลงทุนในปีหน้าฟ้าใหม่ “ปีมะเมีย-2026” ยังคงเต็มไปด้วยวามท้าทายและความผันผวน ทาง “บลจ.กสิกรไทย” ยังแนะนำกลยุทธ์ “การจัดสรรเงินลงทุน” สไตล์ “Core & Satellite Portfolio” เป็นหัวใจสำคัญของการลงทุนที่จะช่วยให้ฝ่าความผันผวนเช่นปีที่ผ่านมาไปได้ พร้อมโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีควบคู่กันไป ที่สำคัญ “การมีวินัยการลงทุน” และรอบคอบในการลงทุนเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในปีนี้เช่นเดียวกัน พร้อมคัด 3 ธีมเด่นที่น่าสนใจในปีหน้ามาฝาก ได้แก่ “1) The New Industrial Revolution 2) The Great Rewiring และ 3) The Income Diversifiers นั่นเอง


ผลการดำเนินงานในอดีต/ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’