Official Update :

“กอง B-FUTURE”…คว้าโอกาสลุยธุรกิจทั่วโลกที่มี ‘ศักยภาพเติบโต’ ในวันข้างหน้า !!!

“ธีมการลงทุนเพื่ออนาคต” ถือว่าเป็นที่น่าสนใจและได้ยินอย่างหนาหูมาได้สักพักใหญ่หลังจากเกิดสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ที่ได้ส่งผลต่อภาคธุรกิจหรือเกิดเป็นธุรกิจที่เป็น “ผู้ชนะ (winner)”  และ “ผู้แพ้ (loser)”


ซึ่งทำให้นักลงทุนหันมามองการลงทุนในธุรกิจที่จะเป็นเทรนด์ในอนาคต หรือจะพูดให้เข้าใจก็คงเป็นธุรกิจที่จะสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนและเติบโตได้ดีในระยะยาว


โดยกลุ่มธุรกิจที่เข้าเทรนด์ดังกล่าวในปัจจุบันก็ถือว่ามีจำนวนไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มพลังงานสะอาด กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า กลุ่มแบตเตอรี่ เป็นต้น


ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงอยากจะขอนำเสนอข้อมูลกองทุนเกี่ยวกันเทรนด์ในอนาคตที่น่าสนใจอีกหนึ่งกองจาก “บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน บัวหลวง จำกัด” ที่ได้รับการจัดอันดับ “มอร์นิ่งสตาร์ 5 ดาว” มาแชร์ให้แก่ผู้อ่านและผู้ที่สนใจ



“กอง
B-FUTURE” โชว์ผลงานสุดเจ๋ง...ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน 3 ปีกว่า 20.15% ต่อปี

เมื่อพูดถึงธีมการลงทุน “หุ้นแห่งอนาคต” หลายคนก็คงจะนึกไปถึง “กลุ่มหุ้นเทคโนโลยี” เป็นลำดับแรกๆ ซึ่งก็คงไม่ผิดนักเพราะเป็นหุ้นที่มีแนวโน้มการเติบโตโดดเด่น (Growth Stock) และสามารถตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ใน “กลุ่ม Millennials” (คนที่เกิดในช่วงปี 1982-1997) ได้เป็นอย่างดี เพราะจะเป็นกลุ่มคนที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ในอีก 15-20 ปีข้างหน้า และเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อมากที่สุด ซึ่งมีส่วนสำคัญในการกำหนดแนวโน้มที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงโลก ทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมนั่นเอง





โดยกองทุนดังกล่าวมีชื่อว่า “กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นเพื่อคนรุ่นใหม่” หรือ “B-FUTURE” ที่ได้จัดตั้งขึ้นในวันที่ 26 กรกฎาคม 2561 โดยจนถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 2 กันยายน 2564) มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิอยู่ที่ 3,006,572,777 บาทและมีมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่ 15.46 บาทต่อหน่วย


“สำหรับนโยบายของ ‘กอง B-FUTURE’ ที่เราได้เกริ่นไว้ว่าเป็นการลงทุนเทรนด์ในอนาคตนั้น จะเป็นการลงทุนในตราสารทุนต่างประเทศ ของบริษัทที่ทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องหรือได้รับประโยชน์จากแนวโน้มการบริโภคในอนาคต หรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี และหรือนวัตกรรมใหม่ ที่มีการพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับแนวโน้มการบริโภค การดำเนินธุรกิจ และเศรษฐกิจในอนาคต โดยอาจลงทุนในหน่วย CIS และหรือ ETF ที่มีการลงทุนเกี่ยวข้องกับธุรกิจดังกล่าวด้วย เพื่อให้เกิด Net Exposure ในตราสารทุนต่างประเทศดังกล่าว โดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน”


การคัดเลือกหุ้นของ ‘กองทุน B-FUTURE’ จะไม่ได้เน้นลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่จะมองหาธุรกิจที่สามารถปรับตัวด้วยการนำเทคโนโลยี หรือนวัตกรรมต่างๆ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาพัฒนาและปรับใช้ให้ธุรกิจมีความล้ำสมัย ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ ที่เน้นความสะดวก สบาย และสนุก มองหาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพราะเราเชื่อว่า ธุรกิจที่รู้จักปรับตัวได้จะเป็นธุรกิจที่อยู่รอด และสร้างผลตอบแทนที่ดีในอนาคต สิ้นเดือนก.ค.64 มีการลงทุนในหุ้น 93.60%


สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงทุนมากสุดตามตราสารทุนที่ลงทุน (ณ วันที่ 30 ก.ค. 64) ได้แก่

1.พาณิชย์           7.80%

2.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 5.49%

3.แฟชั่น 2.54%

4.บริการรับเหมาก่อสร้าง 1.47%





“แม้ว่าจะเป็นกองทุนที่จัดตั้งขึ้นได้ไม่กี่ปี แต่ในแง่ผลการดำเนินงานของ ‘กอง B-FUTURE’ ก็ไม่ธรรมดาและมีความโดดเด่นไม่แพ้กองทุนอื่น โดยตั้งแต่จัดตั้งกองทุนผลการดำเนินงานได้ 20.15% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าดัชนีชี้วัดที่เฉลี่ยอยู่ที่เพียง 13.01% ต่อปี ส่วนความผันผวนของผลการดำเนินนั้นอาจจะดูว่าสูงพอสมควร แต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาเมื่อผลการดำเนินงานสูงความผันผวนก็จะสูงเช่นเดียวกัน โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 18.47%ต่อปี (ข้อมูล ณ วันที่ 30 ก.ค. 64) แต่อย่างไรก็ดีในช่วงเวลา 5 ปี กองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงถึง -25.73%”


นอกจากผลการดำเนินงานที่โดดเด่นของ ‘กอง B-FUTURE’ ที่เป็นที่น่าสนใจกองทุนยังมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลที่เป็นตัวช่วยแก่ผู้ลงทุนในการสร้างรายได้เพิ่มเติมหรืออาจจะมาช่วยสร้างความสมดุลให้แก่ผู้หน่วยลงทุนในช่วยที่ตลาดหุ้นมีความผันผวนสูงจนหน่วยลงทุนมีการปรับตัวลดลง


“โดยการพิจารณาจ่ายปันผลนั้น จะ ‘จ่ายอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง’ หรือตามที่บริษัทจัดการเห็นสมควร โดยจะพิจารณาจ่ายเงินปันผลครั้งละไม่เกิน 100% จากกำไรสะสมหรือกำไรจากการลงทุนสุทธิหรือจากการเพิ่มขึ้นในสินทรัพย์สุทธิจากการดำเนินงาน ซึ่งที่ผ่านมากองทุนมีการจ่ายปันผลตั้งแต่จัดตั้งกองทุนทั้งหมด 6 ครั้ง รวมทั้งสิ้น 1.46 บาท/หน่วย”


หลังจากพูดถึงนโยบายการลงทุนและผลการดำเนินงานของ ‘กอง B-FUTURE’ อาจจะมีผู้อ่านหรือนักลงทุนไม่น้อยสนใจที่จะลงทุนในกองดังกล่าว ทางเราจึงนำข้อมูลที่เป็นประโยชน์อีกหนึ่งอย่างมาเสนอหรือเงื่อนไขการลงทุนขั้นต่ำในครั้งแรกและครั้งถัดไปของกองทุนจะอยู่ที่ 500 บาท


“ส่วนใครที่คิดว่าอยากจะขายคืนนั้น กองทุนไม่ได้มีกำหนดทั้งในด้านมูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนและยอดคงเหลือขั้นต่ำหรือก็คือ ผู้ลงทุนสามารถทำได้โดยอิสระ แต่จะมีระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนอยู่ที่ ภายใน 5 วันทำการนับตั้งแต่วันทำการถัดจากวันทำการขายคืนหน่วยลงทุน”


สุดท้ายสำหรับช่องทางการซื้อขายกองทุนสามารถทำได้ผ่านช่องทางออฟไลน์อย่าง สาขาธนาคารกรุงเทพบริการหักบัญชีเงินฝากเพื่อซื้อหน่วยลงทุนกองทุนเปิดแบบถัวเฉลี่ย และผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืน หรือช่องทางออนไลน์ผ่าน โมบายแบงก์กิ้ง จากธนาคารกรุงเทพบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง บัวหลวงเอทีเอ็ม และบัวหลวงโฟน


“สำหรับใครที่กำลังมองหาการลงทุนใน ‘ธีมการลงทุนแห่งอนาคต’ หรือกลัวจะตกรถจากเทรนด์ดังกล่าว ‘กอง B-FUTURE’ ก็ถือเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะผลการดำเนินงานที่ผ่านมานั้นก็แสดงความโดดเด่นให้เราเห็นเป็นที่ประจักษ์ว่าเทรนด์ธุรกิจดังกล่าวไม่ว่าช้าหรือเร็วก็เกิดขึ้นอย่างแน่นอน”

กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา

Most Viewed
Stock of the Day
CPF ปักธงฟู้ดอิสเมดิซีน ส่งยูฟาร์มลุยฟู้ดฟังก์ชัน จับ “Butterbear” เนรมิตวิ่งหมูหมี ลุยตลาดซูเปอร์พรีเมียม หนุนพอร์ตโต
Updated 1 day ago
Fun of Funds
“อสังหาฯ โลก” โอกาสลงทุนหลัง “ปรับฐาน” ครั้งใหญ่... พร้อมรับอานิสงส์วงจร “ดอกเบี้ยขาลง” !!!
Updated 1 day ago
Stock of the Day
ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคดี “บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง” ไม่ขัด รธน. โบรกฯ มองปลดล็อก Overhang การเมือง หนุนเสถียรภาพรัฐบาล หุ้นรับเหมาฯ-นิคมฯ เด่น
Updated 1 day ago
Stock of the Day
AKAM พุ่งรับดีล Anthropic! มูลค่า 1.16 หมื่นล้านดอลลาร์ ปูทางขึ้นแท่น AI Infrastructure ลุ้นปี 2028 ดันรายได้แตะ 1.7 พันล้านดอลลาร์
Updated 1 day ago
Stock of the Day
อนุทิน-SET-FETCO โรดโชว์นิวยอร์ก-ลอนดอน! ดึง 43 กองทุน AUM 48 ล้านล้านดอลลาร์ ลุ้นวัฏจักรลงทุนใหม่-ดันไทยสู่ New Economy
Updated 1 day ago
Follow Us