“มิถุนา-ปีมะเมีย” ดักเงินหนีจาก “ตลาดแพง” หา “ของดี-ราคาถูก”... ถึงเวลา “หุ้นเอเชีย-หุ้นเวียดนาม” 2 ตลาด “ดาวเด่น” กับโอกาสลงทุนบน “Story of Growth” !!!
ลายแทงกองทุน: รู้หรือไม่?....“หุ้นเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมญี่ปุ่น)” และ “หุ้นเวียดนาม” เป็นอีก 2 ตลาดที่พื้นฐานดีและมูลค่ายัง “ถูก” เป็นเป้าหมายของเม็ดเงินลงทุนที่จะโยกออกจากตลาดที่ “แพง” นั่นเอง
“หุ้นเอเชีย” ก็มีบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกที่เป็นหัวใจในการขับเคลื่อน “โลกยุคดิจิทัล” เช่นเดียวกัน ที่สำคัญราคาถูกกว่าฝั่งสหรัฐด้วย
ส่วน “หุ้นเวียดนาม” ดาวเด่นของเอเชียที่มีเศรษฐกิจโตสูงแบบ Non Stop และกำลังจะเลื่อนชั้นขึ้นสู่ “หุ้นตลาดเกิดใหม่” (EM) ในไตรมาสที่3 ปีนี้อีกด้วย
ในขณะที่ทั้ง 2 ตลาด มูลค่ายังถือว่า “ถูก” โดย “หุ้นเอเชียแปซิฟิก” มี Forward 12M P/E ที่13.53 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 14.16 เท่า และ “หุ้นเวียดนาม” ก็มี Forward 12M P/E เพียง10.32 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 11.25 เท่า (ที่มา: Bloomberg, วันที่ 29 พ.ค. 26)
จึงไม่น่าแปลกใจที่ทั้ง 2 ตลาดนี้จะเป็นหมุดหมายใหม่ที่อยู่ในเรดาร์ของนักลงทุนทั่วโลกไปเรียบร้อยแล้ว
วันนี้ทางทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ได้คัดสรร “4 กองทุนเด่น” มิถุนา-ปีมะเมีย กับ 2 ธีมเด่น “หุ้นเอเชีย" & "หุ้นเวียดนาม” ที่น่าสนใจมาฝากกัน
“UOBSA” ลงทุน "หุ้นเอเชีย" ผสานพลังของ "คน-AI"
เริ่มกันที่กองทุนแรก “UOBSA: กองทุนเปิด ยูโอบี สมาร์ท เอเชีย-หน่วยลงทุนชนิดเพื่อผู้ลงทุนทั่วไปและไม่จ่ายเงินปันผล” ของบลจ.ยูโอบี ระดับความเสี่ยง 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนใน “หุ้นเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น)” ด้วยการผสานเทคโนโลยีระบบ “AI-ML Process” ร่วมกับคน “Human” อย่าลงตัว ผ่านกองทุนหลัก ‘United Asia Fund Class T SGD Acc’ ที่บริหารจัดการโดย UOB Asset Management (Singapore)

สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 30 เม.ย. 26) มีการลงทุนใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมมากสุด ประกอบด้วย
-
Information Technology 44.39%
-
Financials 11.91%
-
Industrials 9.73%
-
Materials 8.29%
-
Consumer Discretionary 6.02%
ทั้งนี้ 5 ประเทศที่ลงทุนมากสุด ได้แก่
-
CHINA 25.98%
-
Taiwan 25.59%
-
South Korea 22.82%
-
India 8.75%
-
Singapore 5.08%
“โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) TAIWAN SEMICONDUCTOR MANUFACTU 17.15%, 2) SAMSUNG ELECTRONICS CO LTD 7.84%, 3) SK HYNIX INC 6.05%, 4) UNITED ASEAN FUND 3.13% และ 5) CHINA CITIC BANK CORP LTD 2.88% ตามลำดับ”
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กองทุน ‘UOBSA’ เคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -31.39%
“ES-VIETNAM” คว้าโอกาสเติบโตกับ "หุ้นเวียดนาม" สไตล์ "Fund of Funds"
สำหรับกองทุนถัดมาเป็น “ES-VIETNAM: กองทุนเปิดอีสท์สปริง Vietnam Active Equity” ของบลจ.อีสท์สปริง ระดับความเสี่ยง 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนใน “หน่วยลงทุน” ของกองทุนปลายทางมีนโยบายมุ่งเน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทที่อยู่ในประเทศเวียดนามหรือบริษัทเกี่ยวข้องกับประเทศเวียดนาม ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมข้างต้น ตั้งแต่ 2 กองทุนขึ้นไป โดยมีสัดส่วนการลงทุนเฉลี่ยในรอบปีบัญชีกองทุนละไม่เกิน 79% ของ NAV

สำหรับหน้าตาพอร์ต (ณ วันที่ 30 เม.ย. 26) มีการลงทุนในกองทุน 3 อันดับแรก ประกอบด้วย
1) Dragon Capital Developing Markets Strategies plc – Vietnam Equity UCITS Fund 77.14%
2) Lumen Vietnam Fund 14.79%
3) Eastspring Investments - Vietnam Equity Fund 6.55%
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กองทุน ‘ES-VIETNAM’ เคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ –47.81%
“ONE-APACESG” กระจายลงทุน "หุ้นเอเชีย" ที่มี "ESG" ร่วมเปลี่ยนโลก
มาต่อกันด้วย “ONE-APACESG: กองทุนเปิดวรรณ เอเชียแปซิฟิก ESG” ของบลจ.วรรณ ระดับความเสี่ยง 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนใน “หุ้น" ที่ออกโดยบริษัทที่จดทะเบียนจัดตั้งในเอเชีย และ/หรือ ในภูมิภาคแปซิฟิกที่ดำเนินธุรกิจส่วนใหญ่ในตลาดสิ่งแวดล้อม (environmental markets)
ผ่านกองทุนหลัก ‘BNP Paribas Funds Green Tigers (Class I, Capitalisation)’ ที่บริหารจัดการโดย BNP Paribas Asset Management Luxembourg ทั้งนี้กองทุนหลักมีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยเหลือหรือเร่งการเปลี่ยนแปลงสู่โลกที่ยั่งยืน โดยมุ่งเน้นในด้านที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ

สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 31 มี.ค. 26) มีการลงทุนใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมมากสุด ประกอบด้วย
-
Information technology 41.78%
-
Industrials 26.83%
-
Consumer discretionary 11.68%
-
Real estate 5.53%
-
Health care 5.16%
ทั้งนี้ 5 ประเทศที่ลงทุนมากสุด ได้แก่
-
จีน 23.04%
-
ญี่ปุ่น 21.67%
-
ไต้หวัน 20.09%
-
ออสเตรเลีย 10.70%
-
เกาหลีใต้ 8.81%
“โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) TAIWAN SEMICONDUCTOR MANUFACTURING CO 9.9%, 2) SK HYNIX INC 5.46%, 3) DELTA ELECTRONICS INC 4.21%, 4) HOYA CORP 3.9% และ 5) NAURA TECHNOLOGY GROUP LTD A A 3.69% ตามลำดับ”
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กองทุน ‘ONE-APACESG’ เคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -43.63%
“K-VIETNAM” ลุย "หุ้นเวียดนาม" ดาวเด่นแห่งเอเชียที่โตไม่หยุด
ปิดท้ายกันด้วย “K-VIETNAM: กองทุนเปิดเค เวียดนาม หุ้นทุน” ของบลจ.กสิกรไทย ระดับความเสี่ยง 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนใน “หุ้นเวียดนาม” ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในประเทศเวียดนามและ/หรือที่ดำเนินธุรกิจหรือได้รับผลประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจหรือทรัพย์สินส่วนใหญ่มาจากการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศเวียดนาม และ/หรือตราสารทุนของผู้ประกอบการเวียดนามที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ประเทศอื่น
โดยเป็นการเข้าไปลงทุนใน “หุ้นโดยตรง” ด้วยทีม “ผู้จัดการกองทุน” ของบลจ.กสิกรไทยเอง

สำหรับหน้าตาพอร์ต (ณ วันที่ 29 เม.ย. 26) มีการลงทุนใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมมากสุด ประกอบด้วย
-
Financials 46.50%
-
Consumer Discretionary 12.25%
-
Real Estate 10.05%
-
Information Technology 7.67%
-
Materials 7.37%
“โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) Mobile World Investment Corp 9.03%, 2) Military Commercial Joint Stock Bank 8.15%, 3) VIETNAM TECHNOLOGICAL & COMM 8.04%, 4) JSC Bank for Foreign Trade of Vietnam 7.82% และ 5) Asia Commercial Bank 7.56% ตามลำดับ”
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กองทุน ‘K-VIETNAM’ เคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -38.47%
สำหรับใครที่กำลังมองหาโอกาสการลงทุนในตลาดหุ้นที่มีพื้นฐานที่ดี มีศักยภาพในการเติบโตที่ดีกว่ากลุ่ม “คลาดพัฒนาแล้ว” (DM) ที่สำคัญ “ราคาถูก” และมีแนวโน้มเติบโตที่ดีในระยะยาว เป็นเป้าหมายของเม็ดเงินจากทั่วโลกที่หนีตลาดที่ “แพง” มองหาโอกาสที่ดีกว่า เชื่อว่าทั้ง “หุ้นเอเชีย-หุ้นเวียดนาม” จะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์และช่วยเติมเต็มพอร์ตให้คุณได้เป็นอย่างดี
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
