อินโดฯ ถูก MSCI ทบทวนสถานะ โบรกฯ มองเงินทุนอาจย้ายฐาน คาดไหลออกราว 8-9 พันล้านดอลลาร์ ไทยลุ้นรับอานิสงส์ ธีมเด่น AI-Data Center
ตลาดหุ้นอินโดนีเซียเจอแรงกดดัน หลัง MSCI ประกาศทบทวนตลาด
แม้ว่า MSCI จะยังไม่ได้ประกาศลดสถานะตลาดหุ้นอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการ แต่แรงกดดันต่อตลาดยังคงเพิ่มขึ้น หลังผู้จัดทำดัชนีรายใหญ่ของโลกยังคงทบทวนสถานะตลาดทุนของประเทศ โดยเฉพาะประเด็นด้านความโปร่งใสและความสามารถในการเข้าถึงการลงทุน
โดยการส่งสัญญาณตรวจสอบดังกล่าว ได้มีส่วนกระตุ้นแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติ และกดดันให้ตลาดหุ้นอินโดนีเซียเผชิญภาวะหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (Risk-Off) อย่างชัดเจน
โบรกเกอร์หลายเจ้ามีการปรับลดมุมมองตลาดหุ้นอินโดนีเซียหลังข่าวนี้
โดย Goldman Sachs ปรับคำแนะนำหุ้นอินโดนีเซียลงสู่ระดับ “Underweight” ขณะที่ UBS ลดคำแนะนำลงสู่ระดับ “Neutral”
ทั้งนี้ Goldman Sachs ประเมินว่าหาก MSCI ตัดสินใจลดสถานะอินโดนีเซียลงสู่กลุ่ม Frontier Market อย่างเต็มรูปแบบ อาจส่งผลให้เงินทุนไหลออกสูงถึงประมาณ 7.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่นักวิเคราะห์รายอื่นมองว่าตัวเลขเงินทุนไหลออกจากกองทุนที่อิงดัชนี (Passive Funds) อาจอยู่ในช่วง 8-9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
นอกจากนี้ Reuters ยังรายงานว่า การปรับน้ำหนักดัชนี MSCI ในเดือนพฤษภาคม 2026 เพียงอย่างเดียว อาจทำให้เงินทุนไหลออกเพิ่มเติมราว 1.6 พันล้านดอลลาร์
ประเทศไทยมีลุ้นรับประโยชน์จากการโยกย้ายเงินลงทุนในภูมิภาค
ประเทศไทยอาจกลายเป็นหนึ่งในผู้ได้รับประโยชน์จากการโยกย้ายเงินลงทุนภายในภูมิภาค หากนักลงทุนเลือกย้ายเงินทุนออกจากอินโดนีเซียเพื่อหาตลาดที่มีสภาพคล่องและความน่าสนใจมากกว่า
บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรี ระบุในบทวิเคราะห์วันที่ 3 มิถุนายน ว่าไทยมีโอกาสได้รับอานิสงส์จากวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ (New CAPEX Cycle) ซึ่งขับเคลื่อนโดยการเติบโตของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ศูนย์ข้อมูล (Data Center) และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนี SET ปี 2026 ขึ้นสู่ระดับ 1,680 จุด โดยหุ้นเด่นที่กรุงศรีมองว่ามีโอกาสสูง ครอบคลุมหุ้นบริษัทใหญ่ในกลุ่มพลังงาน, โรงไฟฟ้า, นิคมอุตสาหกรรม, ธนาคาร และโทรคมนาคม
โดยสรุปแล้ว ประเด็นสำคัญในตอนนี้ ไม่ใช่ว่าอินโดนีเซียถูกลดสถานะแล้ว แต่คือการที่ตลาดยังอยู่ภายใต้การจับตาของ MSCI อย่างใกล้ชิด ขณะที่ประเทศไทยกำลังถูกมองจากนักวิเคราะห์และโบรกเกอร์หลายแห่งว่าเป็นตลาดที่มีสภาพคล่องสูง และมีโอกาสได้รับประโยชน์โดยตรงจากการลงทุนรอบใหม่ของภูมิภาคในอนาคต นี่อาจทำให้ประเทศไทยมีโอกาสเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้เห็นเงินทุนโยกย้ายเข้ามาในประเทศมากขึ้น หากอินโดนีเซียถูกปรับลดสถานะจริงๆ และนี่เป็นประเด็นที่น่าจับตามองอย่างใกล้ชิด
