“KT-HiDiv-A” ลุย “หุ้นไทย-ปันผลสูง”… ตอบโจทย์ “ความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!
กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง “กองทุนติดดาว” กองทุนที่ได้เรทติ้ง “Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง’ (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง “Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก
ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม “Equity General” ที่เน้นลงทุน “หุ้นไทย” ที่มีปัจจัยพื้นฐาน มีประวัติการจ่ายเงินปันผลที่ดี สม่ำเสมอ และมีศักยภาพในการจ่ายเงินปันผลในอนาคต
ปีนี้ “ตลาดหุ้นไทย” ปรับตัวขึ้นมาอย่างโดดเด่น แต่ “อัตราเงินปันผล” ก็ยังอยู่ในระดับที่น่าสนใจ 3.54% และ “หุ้นปันผลสูง” ที่สามารถจ่ายปันผลสูงยังมีให้ลงทุนอีกมาก
ซึ่ง “อัตราเงินปันผล” เป็น “จุดเด่น” ของตลาดหุ้นไทยในปัจจุบัน แม้ว่าในแง่ของการเติบโตอาจจะไม่หวือหวาเหมือนตลาดอื่นๆ ก็ตาม
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthythai’ มี “กองทุนหุ้นไทย” ที่เน้นลงทุนใน “หุ้นปันผล” ที่น่าสนใจ ดีกรี “กองทุน 5 ดาว” จากทาง “Morningstar” มาฝากกัน

“KT-HiDiv-A” ตอบโจทย์ “ความมั่งคั่ง” ระยะยาว ด้วย “หุ้นปันผลสูง”
สำหรับกองทุนที่จะแนะนำในครั้งนี้ชื่อว่า “KT-HiDiv-A: กองทุนเปิดกรุงไทย หุ้นไฮดิวิเดนด์ ชนิดสะสมมูลค่า” บริหารจัดการโดย ‘บลจ.กรุงไทย’ มีความเสี่ยง “ระดับ 6” (เสี่ยงสูง) เริ่มต้น Class เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 2566 เน้นลงทุน “หุ้นไทย” ที่มีปัจจัยพื้นฐาน มีประวัติการจ่ายเงินปันผลที่ดี สม่ำเสมอ และมีศักยภาพในการจ่ายเงินปันผลในอนาคต

หน้าตาพอร์ต...สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็น “หุ้นคุณค่า”
จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของกอง ‘KT-HiDiv-A’ มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็น “หุ้นคุณค่า” (Value) เป็นสำคัญ
สำหรับหน้าตาพอร์ต (ณ วันที่ 29 พ.ค. 26) นั้น มีการจัดสรรการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรม 5 อันดับแรก ประกอบไปด้วย
- ธุรกิจการเงิน 40.59%
- ทรัพยากร 23.49%
- บริการ 9.79%
- เทคโนโลยี 9.33%
- อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง 8.87%
“โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุดก็เป็นหุ้นใหญ่ที่จ่ายปันผลสม่ำเสมอในตลาดหุ้นไทยที่นักลงทุนไทยรู้จักกันเป็นอย่างดี ได้แก่ 1) KBANK 8.78%, 2) PTT 7.74%, 3) KTB 7.66%, 4) PTTEP 6.58%, และ 5) SCB 6.59% ตามลำดับ”

“ในแง่ผลการดำเนินงานย้อนหลังของกอง ‘KT-HiDiv-A’’ ตั้งแต่จัดตั้งกองทุนนั้น (ข้อมูล ณ วันที่ 29 พ.ค. 26) เฉลี่ยอยู่ที่ 6.34% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 11.08% ต่อปี) ส่วนความผันผวนของความผลการดำเนินงานจะเฉลี่ยอยู่ที่ 12.43% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 13.24% ต่อปี) แต่อย่างไรก็ดีในช่วง 5 ปีย้อนหลังกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -19.03%”
เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” เพียง 1 บาท เท่านั้น
ส่วนนักลงทุนที่สนใจกองทุนได้มีเงื่อนไขการลงทุน “ขั้นต่ำในครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” ของกองทุนจะอยู่ที่ 1 บาท ในส่วนการขายคืนนั้นสามารถทำได้อย่างอิสระโดยไม่มีกำหนดทั้งในด้านมูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนและยอดคงเหลือขั้นต่ำ แต่จะมีระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนอยู่ที่ 2 วันทำการนับตั้งแต่วันทำการถัดจากวันทำการขายคืนหน่วยลงทุน (T+2)

ทั้งนี้หากไม่พูดถึงช่องทางการซื้อขายกองทุนก็คงไม่ได้ ซึ่งผู้ลงทุนสามารถทำได้ผ่านช่องทางออฟไลน์อย่าง สาขาธนาคารกรุงไทยและตัวแทนสนับสนุนการซื้อขายหน่วยลงทุนอื่น ๆ หรือช่องทางออนไลน์ผ่าน ผ่านระบบ Internet Trading : KTAM SMART TRADE (www.ktam.co.th)
สำหรับใครที่มองหาโอกาสลงทุนใน “หุ้นไทย” เชื่อว่ากลุ่ม “กองหุ้นไทย” ที่เน้นลงทุนใน “หุ้นปันผล” น่าจะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี เพราะเป็นกลุ่มหุ้นที่เป็น “จุดเด่น” ของตลาดหุ้นไทยอีกด้วย
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
