“กันยา-ปีมะเมีย” คว้าโอกาสเติบโตกับหุ้น 2 ธีมเด่น… "NASDAQ 100" & "EM" โดดเด่นด้วย “Story of Growth” !!!
ลายแทงกองทุน: รู้หรือไม่?...ปีนี้ดัชนี “NASDAQ 100” +16.96% (ที่มา: Google Finance, วันที่ 3 ก.ย. 26) เช่นเดียวกับ “หุ้นตลาดเกิดใหม่” (EM: Emerging Market) ที่ +23.22% (ที่มา: msci.com, วันที่ 3 ก.ย. 26)
ท่ามกลางความกังวลของตลาดเรื่อง “ฟองสบู่ AI” และ “Bond Yield” ที่พุ่งสูง แบบไม่สะทกสะท้าน ถือเป็นตลาดที่มี “Story of Growth” ซึ่งยังอยู่ในเรดาร์ของนักลงทุนทั่วโลก
สำหรับ “NASDAQ 100” ยังคงมีความน่าสนใจสำหรับการลงทุน “ระยะกลาง-ยาว” โดยภาพรวมปี26 ตลาดได้เปลี่ยนจากการเก็งกำไรในกระแส AI มาสู่ช่วง “การรับรู้รายได้จริง” (Monetization Phase) ของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่แทน
ปัจจุบัน “NASDAQ 100” มูลค่า “สมเหตุผสมผล” มี Fwd 12M P/E ที่ 24.02 เท่า ใกล้เคียงค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 24.12 เท่า ในขณะที่คาดกำไรบจ.ยังเติบโตสูง +28.83% (ที่มา: Bloomberg, วันที่ 28 ส.ค. 26)
ส่วนหุ้น “EM” ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน และกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญจากความซบเซาในอดีตไปสู่รอบของ “การเติบโตใหม่” (Resurgence) โดยมีปัจจัยหลักมาจากมูลค่าที่ยัง “ถูก” เมื่อเทียบกับ “ตลาดพัฒนาแล้ว” (DM) ประกอบกับโครงสร้างดัชนีที่เปลี่ยนจากกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ไปสู่ “กลุ่มเทคโนโลยี” และ “AI Supply Chain” อย่างเต็มตัวช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้ภูมิภาคนี้เพิ่มขึ้นอีกด้วย
ปัจจุบัน “EM” มี Fwd 12M P/E เพียง 9.30 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 12.57 เท่า (ที่มา: Bloomberg, วันที่ 28 ส.ค. 26)
วันนี้ทางทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ได้คัดสรร “4 กองทุนเด่น” กันยา-ปีมะเมีย กับหุ้น 2 ธีมเด่น “NASDAQ 100" & "EM” ที่น่าสนใจมาฝากกัน
“KT-JEPQ” ลุย "หุ้นดัชนี NASDAQ 100" เชิงรุก
เริ่มกันที่กองทุนแรก “KT-JEQP: กองทุนเปิดเคแทม Nasdaq Equity Premium Income” ของบลจ.กรุงไทย ระดับความเสี่ยง 6 (เสี่ยงสูง) อยู่ระหว่างเสนอขายครั้งแรกวันที่ 1 – 8 ก.ย. 26 นี้ ที่เน้นลงทุน “หุ้นสหรัฐ” ในกลุ่ม “NASDAQ 100” พร้อมสร้างรายได้เพิ่มเติมจากการขายสัญญาสิทธิซื้อหลักทรัพย์ และ/หรือการขายสัญญาสิทธิซื้อบนดัชนีหลักทรัพย์ (Covered Call Strategy)
ผ่านกองทุนหลัก ‘JPMorgan ETFs (Ireland) ICAV - Nasdaq Equity Premium Income Active UCITS ETF’ ที่บริหารจัดการโดย J.P. Morgan Asset Management
“สำหรับกลไกการสร้าง ‘ผลตอบแทนโดยรวม’ (Total Return) ของกองทุนหลักนี้ ถูกขับเคลื่อนผ่าน 3 แหล่งรายรับสำคัญ ได้แก่ 1) ผลตอบแทนสุทธิจากการปรับตัวขึ้นของราคาหุ้นในพอร์ต 2) รายได้จากเงินปันผลของบริษัทที่เข้าลงทุน (Dividends) และ 3) รายได้จากค่าเบี้ยประกันออปชัน (Options Premium)”

สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 31 ก.ค. 26) มีการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมมากสุด 5 อันดับแรก ประกอบด้วย
-
Information Technology 55.8%
-
Communication Services 13.3%
-
Consumer Discretionary 11.4%
-
Consumer Staples 6.0%
-
Healthcare 4.1%
“โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุด (ณ วันที่ 3 ก.ย. 26) ได้แก่ 1) NVIDIA CORP 8.95%, 2) APPLE INC 7.76%, 3) MICROSOFT CORP 6.29%, 4) ALPHABET INC-CL C 5.71% และ 5) MICRON TECHNOLOGY INC 5.44% ตามลำดับ”
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กองทุน ‘KT-JEQP’ เคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ N/A
“KF-EMXCN-A” ร่วมเติบโตไปกับ "หุ้น EM" (ไม่รวมจีน)
สำหรับกองทุนถัดมาเป็น “KF-EMXCN-A: กองทุนเปิดกรุงศรีอีเมอร์จิ้งมาร์เก็ต เอ็กซ์ไชน่า อิควิตี้-สะสมมูลค่า” ของบลจ.กรุงศรี ระดับความเสี่ยง 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนใน “หุ้น" ของบริษทที่ตั้งอยู่หรือมีผลประโยชน์ทางธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญใน “ตลาดเกิดใหม่” (แต่ไม่รวมถึงประเทศจีน)
ผ่านกองทุนหลัก ‘RBC Funds (Lux) - Emerging Markets ex-China Equity Fund(Class B (acc) USD)’ ที่บริหารจัดการโดย BlueBay Funds Management Company S.A.

สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 30 มิ.ย. 26) มีการกระจายลงทุนในประเทศต่างๆ 5 อันดับแรก ประกอบด้วย
-
Taiwan 30.90%
-
South Korea 25.40%
-
India 13.20%
-
South Africa5. 20%
-
Brazil 5.20%
ส่วนกลุ่มอุตสาหกรรม 5 อันดับแรกที่ลงทุนมากสุด ได้แก่
-
Information Technology 46.80%
-
Financials 21.80%
-
Consumer Staples 9.40%
-
Materials 5.80%
-
Consumer Discretionary 5.40%
“โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) TSMC 9.80%, 2) SK hynix 9.20%, 3) Samsung Electronics 8.80%, 4) Delta Electronics 4.70% และ 5) MediaTek 4.60% ตามลำดับ”
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กองทุน ‘KF-EMXCN-A’ เคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ –15.24%
“TLUSNDQ-H-A” ลงทุน "หุ้นสหรัฐ" ชั้นนำในดัชนี "NASDAQ 100"
มาต่อกันด้วย “TLUSNDQ-H-A: กองทุนเปิดทาลิส หุ้นยูเอส เอ็นดีคิว-เฮดจ์ ชนิดสะสมมูลค่า” ของบลจ.ทาลิส ระดับความเสี่ยง 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนใน "หุ้น" ของบริษัทขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าตลาดสูงที่สุดจํานวน 100 บริษัทที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหุ้น NASDAQ เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนี “NASDAQ-100”
ผ่านกองทุนหลัก ‘Invesco NASDAQ 100 ETF’ ที่บริหารจัดการโดย Invesco Capital Management LLC

สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 30 มิ.ย. 26) มีการลงทุนใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมมากสุด ประกอบด้วย
-
Technology 68.51%
-
Consumer Discretionary 16.43%
-
Health Care 3.56%
-
Telecommunications 3.46%
-
Industrials 3.13%
“โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) NVIDIA CORP 7.60%, 2) APPLE INC 6.67%, 3) ALPHABET INC 6.29%, 4) MICRON TECHNOLOGY INC 5.64% และ 5) MICROSOFT CORP 4.35% ตามลำดับ”
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กองทุน ‘TLUSNDQ-H-A’ เคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -36.68%
“ABGEM” เฟ้น "หุ้น EM" ตอบโจทย์ความมั่งคั่งระยะยาว
ปิดท้ายกันด้วย “ABGEM: กองทุนเปิด อเบอร์ดีน โกลบอล อีเมอร์จิ้ง โกรท ฟันด์” ของบลจ.อเบอร์ดีน ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนใน “หุ้น" ของบริษัทที่มีการจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์หรือศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ หรือจดทะเบียนจัดตั้ง หรือประกอบกิจการหรือมีรายได้หรือกำไรในสัดส่วนที่มีนัยสำคัญจากการดำเนินงาน หรือมีสัดส่วนของทรัพย์สินอย่างมีนัยสำคัญในประเทศที่เป็น “ตลาดเกิดใหม่” (Emerging Markets countries) ในภูมิภาคต่างๆ ของโลก
ผ่านกองทุนหลัก ‘abrdn SICAV I - Emerging Markets Equity Fund Z Acc USD’ ที่บริหารจัดการโดย abrdn Investments Luxembourg S.A.

สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 31 ก.ค. 26) มีการลงทุนใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมมากสุด ประกอบด้วย
-
Information Technology 39.75%
-
Financials 17.62%
-
Industrials 10.61%
-
Communication Services 8.15%
-
Consumer Discretionary 5.88%
“โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) Taiwan Semiconductor Manufacturing Co Ltd 9.65%, 2) Samsung Electronics Co Ltd 9.63%, 3) SK Hynix Inc 6.15%, 4) Tencent Holdings Ltd 5.37% และ 5) Grupo Mexico S.A.B. de C.V. - Series B 3.58% ตามลำดับ”
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กองทุน ‘ABGEM’ เคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -38.10%
สำหรับใครที่กำลังมองหาโอกาสการลงทุนที่ตอบโจทย์การสร้างความมั่งคั่งระยะยาว มี “Story of Growth” เชื่อว่าหุ้นทั้ง 2 ตลาด “NASDAQ 100” และ “EM” จะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
