“ออมช้า-ไม่ออมเพิ่ม-ไม่เลือกแผนลงทุน”... 3 ปัญหาที่ทำให้ “เงินออมเพื่อเกษียณ” ไม่เพียงพอ !!!
Wealthy Way: รู้หรือไม่?...การมี “กองทุนเกษียณ” ถือเป็น “แต้มต่อที่ดี” แต่หากมีแต่ “บริหารไม่ดี” ก็ระวังจะมี “เงินไม่พอใช้” หลังเกษียณได้เช่นเดียวกัน
ไม่ใช่แรงงานในระบบทุกคนจะมี “กองทุนเกษียณ” กันนะ สำหรับภาคเอกชน “นายจ้าง” ที่ใจดีจัดให้มี “กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ” (PVD: Provident Fund) มีไม่ถึง 5% ของบริษัทในไทย
ส่วนฝั่ง “ข้าราชการ” โชคดีหน่อย เพราะบังคับเข้าเป็นสมาชิก “กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ” (กบข.) โดยอัตโนมัติ ต่างกับ “PVD” ถ้าอยากเป็นสมาชิกต้องสมัครเป็น (ไม่ได้บังคับแต่ประการใด)
อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงหนึ่งที่ “น่าตกใจ” ไม่ต่างกัน นั่นคือ สมาชิก “กองทุนเกษียณ” ทั้ง “PVD” และ “กบข.” กลับมีเงิน “ไม่เพียงพอ” สำหรับชีวิตหลังเกษียณ !!!
ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีเรื่องราวที่น่าสนใจมาฝากกัน
“ออมช้า-ไม่ออมเพิ่ม-ไม่เลือกแผนลงทุน”...3 ปัญหาที่ทำให้ “เงินออมเพื่อเกษียณ” ไม่เพียงพอ
รู้หรือไม่?...สมาชิก “กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ” (PVD) มีเงินออมยามเกษียณเฉลี่ย 1.5 ล้านบาท ต่ำกว่าเงินเกษียณขั้นต่ำที่พึงมีที่ 5 ล้านบาท โดยสมาชิกประมาณ 95% มีเงินเกษียณ “ต่ำกว่าที่กำหนด”
ส่วนสมาชิก “กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ” (กบข.) ที่ “เกษียณอายุราชการ” ได้รับเงินก้อนจากกองทุนเฉลี่ย 1-1.5 ล้านบาท ถือว่าอยู่ในระดับที่ “ไม่เพียงพอ” ต่อการสร้างความมั่นคงทางการเงินในวัยเกษียณเช่นเดียวกัน
ฉะนั้น อย่าคิดว่ามี “กองทุนเกษียณ” แล้ว จะลอยตัวไม่ต้องทำอะไร ปล่อยให้กองทุนบริหารจัดการกันไปเองเด็ดขาด เพราะปัญหาที่ทำให้ “เงินออมเพื่อเกษียณ” ไม่เพียงพอนั้น ทั้ง “PVD” และ “กบข.” มีจุดร่วมที่เหมือนกันโดยไม่ได้นัดหมาย 3 ประการ นั่นก็คือ
- ออมช้า
- ไม่ออมเพิ่ม
- ไม่เลือกแผนลงทุน

จากการศึกษาของ “สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์” (ก.ล.ต.) เรื่อง “พฤติกรรมการออมและการลงทุนของสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพรายสมาชิก (Provident Fund Individual Account-Level Analysis)” พบว่า 69% ของสมาชิก “PVD” สะสมเงินต่อเดือนน้อยกว่า 2,500 บาท และเมื่อประมาณการอัตราเงินสะสมและสมทบของกลุ่มตัวอย่างอยู่ที่ 10.5% ของรายได้ ซึ่งอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า “องค์การแรงงานระหว่างประเทศ” (International Labour Organization: ILO) แนะนำไว้ที่ 18.4% ของรายได้
และเมื่อเปรียบเทียบรายได้ต่อเดือนของสมาชิก “PVD” กับพฤติกรรมการจ่ายเงินสะสมต่อเดือน พบว่า 67% ของสมาชิก “PVD” สะสมเงินเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพไม่เกิน 5% ต่อเดือน
“สะท้อนให้เห็นว่าแม้รายได้ของสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเพิ่มสูงขึ้น แต่สัดส่วนการออมต่อเดือนไม่ได้เพิ่มขึ้นตามรายได้”
แนวโน้มพฤติกรรมการ “หลีกเลี่ยงความเสี่ยง” อาจทำให้เงินต้นลดลง
ข้อมูลชี้ให้เห็นว่า 52% ของมูลค่าเงิน “PVD” มีการจัดสรรเงินลงทุนไปที่สินทรัพย์ประเภท “ตราสารหนี้” ซึ่งจัดเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงระดับต่ำเมื่อเทียบกับ “ตราสารทุน” และ “กองทุนผสม” ซึ่งมีสัดส่วนการลงทุนอยู่ที่ 17% และ 30% ตามลำดับ
เมื่อพิจารณาเฉพาะในกลุ่มสมาชิกที่สามารถเลือกนโยบายการลงทุนได้เอง (สมาชิกที่นายจ้างจัดให้มี Employee’s Choice) พบว่า มีการลงทุนใน “ตราสารหนี้” อยู่ที่ 61%
“สะท้อนให้เห็นว่า ในกรณีที่นายจ้างมีทางเลือกให้สมาชิกสามารถเลือกแผนการลงทุนได้ด้วยตัวเอง สมาชิกส่วนใหญ่ยังคงเลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่มี ‘ความเสี่ยงต่ำ’ แม้ว่าในปัจจุบันทางเลือกในการลงทุนที่เสนอโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจะมีความหลากหลาย เช่น ตราสารทุนในประเทศ ตราสารทุนต่างประเทศ ตลอดจนสินทรัพย์ทางเลือก เป็นต้น ก็ตาม”
สำหรับใครที่มี “กองทุนเกษียณ” ถือว่ามี “แต้มต่อ” ที่ดีกว่าคนส่วนใหญ่แล้วระดับหนึ่ง แต่หาก “ไม่บริหารให้ดี” ให้เงินได้ทำงานเต็มศักยภาพก็อาจทำให้ “เงินเกษียณไม่เพียงพอ” ได้เช่นกัน ดังนั้น เส้นทางสู่ “เกษียณมั่นคง” ต้องเริ่มจากการ “ออมให้เร็ว-ออมให้เพียงพอ-เลือกแผนการลงทุนที่เหมาะสม” เพื่อให้มีเงินออมที่สามารถรองรับการใช้ชีวิตหลังเกษียณได้อย่างยั่งยืนนั่นเอง
