“กองทุนยั่งยืน” แรงไม่หยุด...ไตรมาสที่3/20 เงินไหลเข้ากว่า 80.5 พันล้านดอลลาร์ !!!
หลัง“โจ ไบเดน”คว้าชัยในศึกเลือกตั้งครั้งสำคัญ กลายเป็นว่าที่ประธานาธิบดีคนที่ 46 ของสหรัฐ กระแส‘การลงทุนแบบยั่งยืน (Sustainable Investment)’ก็กลับมาถูกพูดถึงกันมากขึ้นในแวดวงการลงทุน
ทั้งที่ธีมการลงทุนแบบยั่งยืนนี้ เป็นกระแสหลักของโลกที่เกิดขึ้นมาได้ระยะหนึ่งแล้ว และเป็นธีมที่แข็งแกร่งจนถูกจัดเป็นหนึ่งใน‘Mega Trend’ด้วยเช่นกัน
เพียงแต่เมื่อ“โจ ไบเดน”เข้าวินมาแบบนี้ ก็เป็นลมหนุนเร่งให้การลงทุนอย่างยั่งยืนน่าจะเติบโตได้เร็วยิ่งขึ้น และใครที่ไม่อยากพลาดตกรถไฟขบวนนี้ ก็จับจ้องมองหาโอกาสการลงทุนกันเอาไว้ให้ดี
วันนี้ทีมงาน‘Wealthythai’มีเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับการลงทุนแบบยั่งยืนในไตรมาสที่3/20 จาก“Morningstar”มาฝากกัน
“ยุโรป” ยังคงเป็นตลาดหลักของ‘กองทุนยั่งยืน’
“บจ.มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย)”ระบุว่า‘กองทุนยั่งยืน’ในช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมามีการเติบโตถึง 19% จากไตรมาสก่อนหน้าไปอยู่ที่ระดับ 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือเป็น‘สถิติใหม่สูงสุด’โดยทางฝั่ง‘ทวีปยุโรป’ยังเป็นตลาดหลักจากที่มีมูลค่าทรัพย์สินถึง 1.03 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ82%ของมูลค่ากองทุนยั่งยืนทั่วโลก
“ในปัจจุบันมีกองทุนยั่งยืนในยุโรปถึง 2,898 กองทุน และยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากที่หลายกองทุนจะนำปัจจัยด้าน ESG มาพิจารณาในการลงทุนเพื่อสร้างโอกาสหรือลดความเสี่ยงการลงทุน จึงทำให้ยุโรปเป็นทวีปที่มีการพัฒนาและมีความหลากหลายด้านกองทุนยั่งยืนสูงสุด”
“สหรัฐ” มีการเติบโตในPassive Fund…ในขณะที่ “ญี่ปุ่น” โตก้าวกระโดด
ทางฝั่ง“สหรัฐ”ก็มีการเติบโตของกองทุนยั่งยืนเช่นกัน โดยล่าสุดมีมูลค่ารวม 1.8 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเพิ่มขึ้น 13% จากไตรมาสก่อนหน้า ทั้งนี้มีการเปิดกองทุนใหม่รวม 23 กองทุน ทำให้มีกองทุนยั่งยืนในสหรัฐฯรวมทั้งสิ้น 367 กองทุน การเปิดกองทุนใหม่ในปีนี้หลายกองทุนจากบลจ.รายใหญ่อยู่ในรูปแบบกองทุน ETF ที่มีค่าธรรมเนียมต่ำทำให้ได้รับความสนใจจากนักลงทุน เห็นได้จากมูลค่าเงินไหลเข้าสุทธิกองทุนยั่งยืนในไตรมาส 3 9.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในจำนวนนี้เป็นเงินไหลเข้ากองทุนPassive Fundรวมกว่า 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
“หากมาดูทางฝั่งเอเชียจะพบว่า‘ญี่ปุ่น’เป็นประเทศที่มีปริมาณเงินไหลเข้าที่สูงถึง 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาส 3 โดยในภาพรวมกองทุนยั่งยืนในญี่ปุ่นจะเป็นกองทุนหุ้นที่เป็นActive Fundเป็นหลัก ต่างจากสหรัฐที่เป็น Passive Fund เป็นส่วนใหญ่ ทำให้ ณ สิ้นเดือนก.ย.ที่ผ่านมากองทุนยั่งยืนในประเทศญี่ปุ่นมีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ จากราว 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในไตรมาสก่อนหน้า”
“บลจ.ยูโอบี” ชี้การลงทุนโดยคำนึงถึงESG…กุญแจสู่การ ‘สร้างผลตอบแทนที่ดี’ ในระยะยาว
โดย“รัชดา ตั้งหะรัฐ” กรรมการผู้จัดการ สายพัฒนาธุรกิจ บลจ. ยูโอบี (ประเทศไทย) จำกัดบอกว่า ‘บลจ. ยูโอบี (ประเทศไทย)’ และ ‘กลุ่มธุรกิจจัดการกองทุนยูโอบี’ ในฐานะที่เป็นผู้นำระดับภูมิภาคที่มีวิสัยทัศน์หลักในการให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน(Sustainability)และคำนึงถึงการลงทุนอย่างมีความรับผิดชอบนั้น เราได้ยึดมั่นแนวทางการสร้างความยั่งยืนอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ตั้งแต่การเข้าร่วมเป็นผู้ลงนามในหลักการที่ได้รับการสนับสนุนจากองค์การสหประชาชาติเพื่อการลงทุนอย่างรับผิดชอบ (Principles for Responsible Investment :PRI)เมื่อต้นปี2020ที่ผ่านมา เป็นหนึ่งในบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนแรกๆ ในประเทศไทยที่ปฏิบัติตามแนวทางของPRI
รัชดา ตั้งหะรัฐ
“พร้อมการปฏิบัติตามแนวทางของPRIเกี่ยวกับการบูรณาการปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมสังคมและธรรมาภิบาล (ESG)ในกระบวนการลงทุน ซึ่งเราเชื่อว่าการผนวกรวมการพิจารณาESGเข้ากับกระบวนการลงทุนจะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวให้แก่นักลงทุนได้ อีกทั้งกลุ่มธุรกิจจัดการกองทุน ยูโอบี ยังได้ร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการลงทุนเพื่อความยั่งยืนหลายแห่งในการใช้ประสบการณ์และกระบวนการลงทุนโดยคำนึงถึงปัจจัยและแนวทางESGอย่างเข้มงวดผ่านกองทุนที่เรานำเสนอให้กับนักลงทุนทั่วโลก”
มั่นใจนักลงทุนสนใจ “การลงทุนอย่างยั่งยืน” มากขึ้นเรื่อยๆ
บริษัทเล็งเห็นว่าทิศทาง‘การลงทุนในแบบยั่งยืน(Sustainable Investing)’จะกลายเป็นกระแสที่ทุกองค์กรให้ความสำคัญและยึดเป็นแนวทางหลักในการดำเนินธุรกิจในอนาคตอันใกล้นี้ พร้อมกับที่นักลงทุนเริ่มให้ความสนใจต่อการลงทุนแบบยั่งยืนมากขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับหน่วยงานภาครัฐและสถาบันการเงินหลายแห่งในประเทศไทยที่ยังช่วยส่งเสริมแนวคิดนี้ ทั้งในระดับผู้ประกอบการเพื่อการดำเนินธุรกิจสู่ความยั่งยืน และระดับนักลงทุนเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจถึงความสำคัญต่อการเลือกลงทุน โดยพิจารณาจากหลักเกณฑ์ของESGในขณะที่สภาวะการลงทุนทั่วโลกยังคงผันผวน จากปัจจัยการระบาด COVID-19 ที่ยังคงมีอยู่ และวัคซีนยังอยู่ในระหว่างการพัฒนา
“เรายังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อการลงทุนในหุ้นทั่วโลก (Global Equities)ที่ยังคงมีการฟื้นตัวและเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมองว่าเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุน เลือกลงทุนในบริษัทที่มีการใช้หลักเกณฑ์ESGในการดำเนินธุรกิจ ไปพร้อมกับการกระจายการลงทุนในหุ้นคุณภาพทั่วโลกจะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพื่อมุ่งตอบโจทย์ของการลงทุนอย่างยั่งยืน และเพิ่มโอกาสในการสร้างผลการดำเนินงานเชิงบวกให้แก่นักลงทุนได้ในระยะยาว”
ล่าสุดบริษัทได้นำเสนอการลงทุนในธีมESGโดยเปิดตัว‘กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ซัสเทนเนเบิล อิควิตี้ โซลูชั่น ฟันด์ (USUS)’เพื่อนักลงทุนที่มองหาการนำปัจจัยESGมาเป็นเกณฑ์คัดกรองหลักในกระบวนการลงทุน พร้อมด้วยกระจายการลงทุนในหุ้นยั่งยืนที่มีคุณภาพทั่วโลก ลงทุนผ่าน‘Allianz Global Investors Fund – Allianz Global Sustainability Share Class PT (USD)’(กองทุนหลัก) บริหารกองทุนโดย‘Allianz Global Investors’ ซึ่งเปิดเสนอขายตั้งแต่วันที่ 10 – 16 พ.ย. 20 นี้
สำหรับใครที่มีมุมมองในเชิงบวกต่อการลงทุนในธีมESG นี้ ปัจจุบันก็มีกลุ่มกองทุนยั่งยืนทั้งในและต่างประเทศในอุตสาหกรรมกองทุนให้เลือกลงทุนอยู่เช่นกัน ถือเป็น Mega Trend ที่มาแน่ๆ และดูจะมารับกับว่าที่ประธานาธิบดีคนที่46 ของสหรัฐอย่างไม่ได้ตั้งใจอีกด้วย
