“High Yield Bond”…ตราสารหนี้ผลตอบแทนสูง-อีกทางเลือกที่น่าสนใจช่วงศก.ฟื้นตัว !!!

ภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศตลาดพัฒนาแล้วเริ่มจะเข้าสู่ช่วงการเติบโตอีกครั้ง หลังจากได้ฟื้นตัวกลับมาจากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ซึ่งเมื่อภาพรวมดังกล่าวดีขึ้น


ก็มีนักลงทุนและนักวิเคราะห์ต่างคาดการณ์พร้อมกับตั้งคำถามว่า เราอาจจะเห็นนโยบายการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆ นี้หรือเป็นช่วงระยะเวลาที่เร็วกว่าคาด


นั่นเพราะ “ธนาคารกลางสหรัฐฯ” เองก็ได้ออกมาให้สัญญาณการทำ ‘QE Tapering’ หรือประกาศลดการอัดฉีดเงินเข้าระบบ ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นนโยบายนำร่องไปสู่การขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆ นี้


โดยเมื่อพูดถึง “อัตราดอกเบี้ย” ก็อาจจะมีนักลงทุนบางคนนึกถึงการลงทุนใน “ตราสารหนี้” ที่ผลตอบนั้นจะล้อไปกับตัวนโยบายการดอกเบี้ยด้วยบางส่วน


ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงอยากจะขอนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับผลการดำเนินงานอย่าง “กองทุนตราสารหนี้กลุ่มอัตราผลตอบแทนสูง (ไฮยีลด์ บอนด์)” ว่ามีความเคลื่อนไหวเช่นไรมาแชร์ให้แก่ผู้อ่านในครั้งนี้กัน



“กอง
High Yield Bond”…ทางเลือกที่ง่ายกว่าสำหรับนักลงทุนที่สนใจ

สัญญาณเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว ส่งผลดีต่อการประกอบของธุรกิจในภาพรวม บริษัทที่ออกตราสารหนี้ในกลุ่ม High Yield Bond เองนั้น ธุรกิจก็มีความเสี่ยงลดลงด้วย ในขณะที่ผลตอบแทนของ High Yield Bond นั้น ต้องถือว่าสูงกว่าตราสารหนี้ที่มีอันดับเครดิตระดับลงทุนได้ (Investment Grade) จึงถือเป็นอีกหนึ่งหนึ่งทางเลือกในการลงทุนสำหรับนักลงทุนที่มีความเข้าใจและสามารถรับความเสี่ยงได้สูง


“ตราสารหนี้กลุ่ม High Yield Bond เป็นตราสารหนี้ที่มีอันดับเครดิตต่ำกว่าระดับลงทุนได้ จัดว่ามีความเสี่ยงสูง ในไทยเองตราสารหนี้ในกลุ่มนี้ก็มีไม่มากและไม่ได้เปิดให้นักลงทุนทั่วไปลงทุนได้ ในตลาดต่างประเทศเองตลาด High Yield Bond เองมีขนาดใหญ่ กองทุน High Yield Bond’ มีการกระจายการลงทุนในตราสารได้เป็นจำนวนมากช่วยในเรื่องของการกระจายความเสี่ยงได้เป็นอย่างดี และถือทางเลือกในการลงทุนที่สนใจจะลงทุนในตราสารหนี้ประเภทนี้ ซึ่งเหมาะกับกลุ่มนักลงทุนที่มีความเข้าใจและสามารถรับความเสี่ยงได้สูงเป็นสำคัญ”



B-HY (UH) AI” แชม์กลุ่ม ‘กอง HY Bond’…ทำผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน 12.80%

อุตสาหกรรม “กองทุนไฮยีลด์ บอนด์” ในไทยได้มีบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจัดตั้งกองทุนดังกล่าวขึ้นมากกว่า 13 กองทุน จาก 7 บลจ.ชั้นนำในไทย โดยผลตอบแทนของทั้งกลุ่มมีทิศทางที่เป็นบวกทั้งสิ้นในระดับที่ใกล้เคียงกัน แต่ก็จะมีบางกองทุนที่ให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าอุตสาหกรรมขึ้นอยู่กับตัวนโยบายการลงทุนและการคัดเลือกสินทรัพย์ของกองทุนนั้น


ทางเราจึงจะหยิบยก 5 อันดับกองทุนที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่นที่สุดในกลุ่มมาแชร์กันในครั้งนี้ เริ่มที่ 2 อันดับแรกจะเป็นกองทุนจาก บลจ. บัวหลวง ที่แม้ว่าจะเป็นกองทุนจากบลจ.เดียวกันแต่ก็ให้ผลตอบแทนแตกต่างกันอย่างชัดเจน


โดยกองทุนแรกคือ “กองทุนเปิดบัวหลวงไฮยิลด์ (อันเฮดจ์) ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย (B-HY (UH) AI)” ของ บลจ.บัวหลวง ทำผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันได้ 12.80%


“กองทุนมีนโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนของ ‘AXA World Funds – US High Yield Bonds’ ชนิดหน่วยลงทุน Class I (USD) เป็นกองทุนเพียงกองทุนเดียว และสิ่งที่ทำให้กองทุนผลการดำเนินงานโดดเด่นที่สุดกลุ่ม ก็คือ นโยบายการนำเงินลงทุนที่ไม่ได้มีการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน จึงทำให้นักลงทุนมีโอกาสที่จะเกิดอาจขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงิน แต่ในบางครั้งที่สภาพแวดล้อมค่าเงินที่เป็นใจให้แก่ผู้ลงทุนก็สามารถทำกำไรเพิ่มเติมได้จากอัตราแลกเปลี่ยนเช่นกัน”





ถัดมาเป็นกองทุนเดียวกันแต่ในชื่อและนโยบายการลงทุนที่แตกต่างกันหรือ “กองทุนเปิดบัวหลวงไฮยิลด์ (เฮดจ์ 75) ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย (B-HY (H75) AI)” ทำผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีได้ 3.77%


“กองทุนจะมีนโยบายการลงทุนในกองทุนหลักกองเดียวกันกับ ‘B-HY (UH) AI’ เพียงแต่จะมีนโยบายเพิ่มเติมอย่างการทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนอย่าน้อย 75% ของมูลค่าเงินลงทุนในต่างประเทศ”


อันดับต่อมาเป็น “กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ ตราสารหนี้ US Short Duration High Income ชนิดสะสมมูลค่า (SCBUSHYA)” จาก บลจ. ไทยพาณิชย์ ทำผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันได้ 3.59%


“กองทุนมีนโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศหรือก็คือ ‘Allianz US Short Duration High Income Bond’ ชนิดหน่วยลงทุน (share class) AT (USD) Acc บริหารโดย ‘Allianz Global Investors GmbH’ ซึ่งอยู่ภายใต้ UCITS โดยวัตถุประสงค์การลงทุนของกองนั้น จะเน้นการสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของผลตอบแทน และภายใต้ความผันผวนที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย โดยเปรียบเทียบกับตลาดตราสารหนี้ระยะสั้น High yield ของสหรัฐอเมริกา”


สำหรับ 2 อันดับสุดท้ายเป็นกองทุนจากบลจ.เดียวกันหรือจาก บลจ. ยูโอบี (ประเทศไทย) ในชื่อ “กองทุน กองทุนเปิด ยูเอส ไฮ ยิลด์ ฟันด์ (USHY)” ซึ่งจะแตกต่างกันที่ชนิดของกองทุนโดยอีกกองทุนคือ  “กองทุนเปิด ยูเอส ไฮ ยิลด์ ฟันด์ – ชนิดรับซื้อคืนอัตโนมัติ (USHY-A)” ทำผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันได้ 3.39% ทั้ง 2 กอง


ในส่วนนโยบายการลงทุนจะนำเงินลงทุนในหน่วยของกองทุนรวมต่างประเทศหรือในกองทุน ‘AXA World Funds US High Yield Bonds USD Fund’ เป็นกองทุนหลัก ที่มีเป้าหมายในการบริหารกองทุนเพื่อให้ได้รับรายได้ดอกเบี้ยในระดับที่สูงและสม่ำเสมอ โดยกองทุนสามารถลงทุนได้ทั้งในตราสารหนี้ที่ให้ผลตอบแทนดอกเบี้ยคงที่และผันแปร


สำหรับกองทุนไฮยีลด์ บอนด์ เป็นกองทุนที่มีนโยบายการลงทุนที่ชัดเจนตามชื่อกองทุนแต่จะแตกต่างกันออกไปตามนโยบายและการบริหารจัดการของผู้จัดการกองทุน แต่หนึ่งสิ่งที่ผู้ลงทุนจะต้องเข้าใจก็คือบางกองทุนนั้นผู้ลงทุนทั่วไปหรือนักลงทุนรายย่อยจะไม่สามารถลงทุน เพราะจะต้องมีความเข้าใจและศึกษาในสินทรัพย์ในระดับหนึ่งถึงจะสามารถลงทุนได้ แต่ก็เป็นทางเลือกที่สะดวกสำหรับนักลงทุนที่สนใจจะลงทุนในสินทรัพย์ประเภท ‘High Yield Bond’ นี้

กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา

Most Viewed
Stock of the Day
GUNKUL เซ็น PPA ใหม่ คว้าโรงไฟฟ้า 3 โครงการ หนุนพอร์ตพลังงานสีเขียวโตต่อ ดันกำลังผลิตรวมพุ่งแตะ 2,121 MW
Updated 19 hours ago
Stock of the Day
เปิดโผหุ้นรับอานิสงส์ 4 ยักษ์ใหญ่จีนลงทุนไทย อัดงบ 7 หมื่นล้าน ลุย EV-AI นิคม ยานยนต์ ชิ้นส่วน พลังงานเด่น
Updated 20 hours ago
Fun of Funds
มองครึ่งปีหลัง “สินทรัพย์เสี่ยง” ยังน่าสนใจ แต่ต้องเลือก... มองบวก “หุ้นไทย” ให้เป้าปีนี้ 1,630 – 1,660 จุด !!!
Updated 20 hours ago
Stock of the Day
ประเทศไทย จาก “Sick Man of Asia” สู่ศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทาน AI ดาวรุ่ง? Bloomberg ชี้โอกาสรับย้ายฐานผลิต หนุนไทยขึ้นแท่นฐานลงทุนโลก
Updated 1 day ago
News Highlight
แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ใช้กระป๋องน้ำอลูมิเนียมรีไซเคิลได้ 100%
Updated 21 hours ago
Follow Us