“M-TWSUK RMF” ผลตอบแทนคาดหวัง ‘เหนือเงินฝาก’…อีกทางเลือก ‘วางแผนเกษียณ’ !!!
(กองทุนติดดาว) เพราะ “การวางแผนชีวิตหลังเกษียณ” ถือเป็นสิ่งที่เราควรจะให้ความสำคัญไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะจะเป็นช่วงที่เราไม่ได้มีรายรับเข้าประจำแต่ละเดือนเฉกเช่นวัยทำงาน ในขณะที่รายจ่ายไม่ได้หยุดเดินไปด้วยแต่ประการใด
ซึ่งการรับมือกับปัญหาดังกล่าวได้ดีที่สุดก็คือ การเริ่มออมเงินผ่านวิธีหรือช่องทางต่างๆ โดยอีกหนึ่งวิธีที่สามารถทำให้เงินทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็คงไม่พ้นเรื่องของ “การลงทุน”
แต่การลงทุนก็มีอีกหลากหลายช่องทางแตกย่อยออกมาไม่แพ้กัน ตั้งแต่สินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำไปจนถึงความเสี่ยงสูง
วิธีที่ง่ายกว่าสำหรับนักลงทุนก็คือ “กองทุนรวมผสม” ที่จะจัดสำรับการลงทุนให้เรียบร้อยเสร็จสรรพ สำหรับนักลงทุนที่ “รับความเสี่ยงได้ปานกลาง-ต่ำ” ก็มีกลุ่ม ‘Conservative Allocation’ ไว้ตอบโจทย์
เพื่อเป็นการให้แนวทางแก่ผู้ที่สนใจในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ มีกองทุนที่น่าสนใจในกลุ่ม “กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)” ที่ได้ Morningstar Rating “5 ดาว” จาก ‘บริษัทหลักทรัพย์ เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน)’ มาแชร์กันในครั้งนี้
“M-TWSUK RMF” โชว์ผลตอบแทนสไตล์ ‘กองผสมความเสี่ยงต่ำ’...ตั้งแต่ตั้งกองทุน 3 ปีกว่า 3.23% ต่อปี
“กองทุนผสม” ถือเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์นักลงทุนโดยทั่วไปได้เป็นอย่างดี สามารถใช้เป็น ‘Core Port’ ในการตอบโจทย์เป้าหมายทางการเงิน ด้วยส่วนผสมระหว่างสินทรัพย์เสี่ยงต่ำและสินทรัพย์เสี่ยงสูงที่ถูกออกแบบมาในแต่ละกองทุนนั่นเอง
เหมาะสำหรับคนที่รับความเสี่ยงได้ “ระดับปานกลาง” เพราะ Risk Spectrum ของกองทุนในกลุ่มนี้จะอยู่ที่ “ระดับ 5” เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นกองทุนผสมความเสี่ยงระดับ 5 ในภายนอกอาจดูไม่ต่างกัน แต่ไส้ในของกองทุนประเภทนี้ ยังสามารถแบ่งแยกระดับความเสี่ยงในกลุ่มลงได้อีกตามดีกรีของ “หุ้น” หรือ “สินทรัพย์เสี่ยง” ที่กองทุนนั้นๆ ลงทุนนั่นเอง
ใครที่รับความเสี่ยงได้ “ปานกลาง-ต่ำ” คาดหวังผลตอบแทนที่ดีกว่าเงินฝากหรือตราสารหนี้ แต่ไม่อยากเสี่ยงเท่าหุ้น กองทุนผสมกลุ่ม “Conservative Allocation” ถือว่าเป็นอีกทางเลือกที่ตอบโจทย์นักลงทุนได้เป็นอย่างดี เพราะมีการลงทุนในหุ้น ‘ไม่เกิน 25%’ ของ NAV

โดยกองทุนที่จะแนะนำในครั้งนี้ ได้แก่ “กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี เกษียณทวีสุข เพื่อการเลี้ยงชีพ (M-TWSUK RMF)” ที่การลงทุนของกองนั้นจะกระจายเงินลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์หรือเป็นกองทุนผสม ที่ได้จัดตั้งขึ้นมาตั้งแต่วันที่ 19 มิถุนายน 2561 จนถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 5 มกราคม 65) มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิอยู่ที่ 119,729,433 บาทและมีมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่ 11.43 บาทต่อหน่วย
“ในส่วนของสินทรัพย์ที่กองทุนคัดเลือกหรือตามนโยบายลงทุนก็จะมีตั้งแต่ ตราสารหนี้ ตราสารทุน (หุ้น เงินฝาก ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ หน่วยทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง”
แต่กองทุนจะไม่ลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured note) ตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) และตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated securities)
อย่างไรก็ดีกองทุนอาจมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) เฉพาะกรณีที่ตราสารหนี้นั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment grade) ขณะกองทุนลงทุนเท่านั้น
“กลยุทธ์การบริหารและจัดการลงทุนของ ‘M-TWSUK RMF’ จะมุ่งหวังให้ผลประกอบการสูงกว่าดัชนีชี้วัดหรือเป็นการบริหารแบบเชิงรุก (Active Management)’ ทำให้การปรับน้ำหนักการลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆเป็นไปหรือเท่าทันกับสภาวการณ์ของตลาดเงินและตลาดทุน”
ข้อมูล ณ วันที่ 30 พ.ย. 64 กองทุนมีการกระจายการลงทุน ดังนี้
-ตราสารหนี้ภาครัฐ 40.03%
-ตราสารหนี้ภาคเอกชน 32.68%
-หุ้น 24.67%
-เงินสด/อื่นๆ 2.62%

“ในแง่ของผลการดำเนินงานโดยรวมของ ‘M-TWSUK RMF’ อาจจะไม่หวือหวามากนักแต่แลกมากับความเสี่ยงที่ค่อนข้างต่ำจึงทำให้ตั้งแต่จัดตั้งกองมาถึงปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 30 พ.ย. 64) อยู่ที่ 3.23% ต่อปี สูงกว่าดัชนีชี้วัดอยู่ที่ 1.70% ต่อปี แต่ในแง่ความผันผวนของผลการดำเนินนั้นอยู่ในระดับที่ต่ำเป็นอย่างมากหรือเฉลี่ยอยู่ที่เพียง 4.97% ต่อปี ต่ำกว่าดัชนีชี้วัดซึ่งอยู่ที่ 5.64% ต่อปี อย่างไรก็ดีในช่วงเวลา 5 ปีกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงถึง -8.98%”
ส่วนนักลงทุนที่สนใจกองทุนได้มีเงื่อนไขการลงทุนขั้นต่ำในครั้งแรกอยู่ที่ 2,000 บาทและครั้งถัดไปของกองทุนจะอยู่ที่ 1,000 บาท ในส่วนการขายคืนนั้นผู้ลงทุนสามารถทำโดยอิสระหรือกองทุนไม่ได้มีการกำหนดมูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนและยอดคงเหลือขั้นต่ำ แต่ยังคงมีระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนอยู่ที่ 3 วันทำการ
ทั้งนี้สำหรับช่องทางการซื้อขายกองทุนก็สามารถทำได้หลากหลายช่องทางไม่ว่าจะเป็นในช่องทางออฟไลน์อย่าง บริษัทหลักทรัพย์ เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) และตัวแทนสนับสนุนการขายและรับซื้อคืนที่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนแต่งตั้งขึ้น หรือช่องทางออนไลน์ผ่านโมบายแอพพลิเคชั่น อย่าง MFC WEALTH
“แม้ว่า ‘กองทุนรวมแบบผสม’ อาจจะเป็นทางเลือกที่นักลงทุนหน้าใหม่ไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก เพราะผลการดำเนินงานที่ไม่ได้มีหวือหวาเทียบกับกองทุนประเภทอื่นๆ แต่สิ่งหนึ่งสำคัญของกองทุนผสมนั้นสามารถเป็นตัวช่วยในการสร้างความสมดุลให้แก่พอร์ตลงทุนในเวลาที่ตลาดทุนมีความผันผวน และยังสามารถตอบโจทย์ ‘เป้าหมายเกษียณ’ ในการสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวให้กับนักลงทุนได้เป็นอย่างดี แม้แต่นักลงทุนทีรับความเสี่ยงได้ ‘ปานกลาง-ต่ำ’ ก็เช่นเดียวกัน”
