ชี้จังหวะลุย “หุ้นน้ำมัน” อัพไซด์เปิด...พร้อมทะยานตาม ‘ราคาน้ำมันโลกพุ่ง’ จากปัจจัยสงคราม !!!
Fun of Funds: สงคราม “ยูเครน-รัสเซีย” พ่นพิษ ผลักดัน “ราคาน้ำมัน” ของโลกทะยานจนจะทะลุ 100 ดอลลาร์/ต่อบาเรลไปทุกขณะ ปัจจุบันน้ำมันดิบ WTI อยู่ที่ 94.62 ดอลลาร์/บาเรล ในขณะที่ Brent อยู่ที่ 97.52 ดอลลาร์/บาเรล
อย่าลืมว่า “น้ำมันดิบ” เป็นสินค้าโภคภัณฑ์ที่มีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนกิจกรรมเศรษฐกิจของโลกเป็นหนึ่งในต้นทุนการผลิตที่พร้อมจะผลักดันราคาสนิค้าให้ทะยานสูงขึ้นเอาได้ง่ายๆ
ยิ่งสถานการณ์ในปัจจุบันที่ตลาดมีความกังวลต่อวิกฤตความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน ก็ส่งผลให้ราคามีการปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องและตลาดโลกเริ่มกังวลเรื่อง “เงินเฟ้อ” ที่จะสูงขึ้นตามมาจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นด้วย
แต่ทุก “วิกฤต...ก็ย่อมมีโอกาส” อยู่เสมอ ด้วยราคาน้ำมันดิบที่เพิ่มสูงทำให้การลงทุนสินทรัพย์ทางเลือกอย่าง “กองทุนน้ำมัน” สามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างโดดเด่นมากกว่าสินทรัพย์อื่นๆ ในช่วงเวลาเช่นนี้
ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงขอโอกาสนี้ที่จะนำมุมมองการลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือกอย่าง “กองทุนรวมน้ำมัน” และแนวโน้มของราคาน้ำมันจากผู้เชี่ยวชาญการลงทุนมาฝากกัน

ชี้ปี65 “น้ำมัน” เข้าสู่ ‘ขาขึ้น’ และกินระยะเวลานาน...เหตุ ‘ซัพพลาย’ โตไม่ทัน ‘ดีมานด์’
ในขณะที่ตัวแปรสำคัญอย่าง “สหรัฐฯ” และ “ยุโรป” เอง ล่าสุดก็ได้มีประกาศคว่ำบาตรรัสเซียทั้งทางการค้าและการเงินรวมถึงการทำธุรกรรมต่างๆ กับธนาคารรัสเซีย ยิ่งเป็นปัจจัยกดดันกดดันให้ราคา “น้ำมันดิบ”ดีดตัวสูงขึ้นอีก เพราะต้องไม่ลืมว่า “รัสเซีย” เป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ ‘อันดับ3 ของโลก’ ถ้าอุปทานส่วนนี้หายไปจากตลาดก็คงเลี่ยงการที่ราคาน้ำมันดิบโลกจะทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาเรลอย่างเลี่ยงไม่ได้
โดย “ณัฏฐะ มหัทธนา” ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนและลูกค้าสัมพันธ์ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) (KTAM) ให้มุมมองว่า น้ำมัน ถือเป็นสินค้าโภคภัณฑ์หรือสินทรัพย์ทางเลือกที่มีความน่าสนใจที่สุดในปี 65 เนื่องจากพื้นฐานของน้ำมันและพลังงานเข้าสู่ “ช่วงขาขึ้น” และมีช่วงระยะเวลาที่ค่อนข้างยาว

(ณัฏฐะ มหัทธนา)
“เนื่องจากความต้องการใช้น้ำมันดิบในกลุ่มของผู้บริโภคและภาคธุรกิจต่าง ๆ ซึ่งแนวโน้มจะมีการเพิ่มตัวขึ้นได้อย่างต่อเนื่องตามการกลับมาเปิดเมืองของแต่ละประเทศอย่างเต็มรูปแบบทั่วโลก ซึ่งความต้องการใช้ของทั่วโลกในปัจจุบันเพิ่มขึ้นมาในระดับที่ใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกิดวิกฤต COVID-19 แล้ว”
แต่ซัพพลายอย่างในประเทศสหรัฐฯ ที่ตลาดมีความกังวลถึงการเพิ่มขึ้นของซัพพลายจะมีถึงระดับช่วงก่อนเกิดวิกฤติ COVID-19 นั้น ปัจจุบันซัพพลายยังคงไล่ตามความต้องการใช้อยู่มีอีกจำนวนมากหรือราว 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน จึงเป็นสิ่งที่สะท้อนได้ว่าความต้องใช้มีการฟื้นตัวเร็วกว่าซัพพลาย
“ราคาหุ้นน้ำมัน” ยังมีอัพไซด์อีกมาก...พร้อมทะยานตาม “ราคาน้ำมันโลก”
ขณะเดียวกัน “ราคาหุ้นน้ำมัน” ในปีที่ผ่านมาความเคลื่อนไหวยังคงตามหลังราคาน้ำมัน ซึ่งตั้งแต่ต้นปี65 ราคาเริ่มมีการขยับตัวขึ้นและเริ่มมีผลงานดีกว่าตลาดโดยรวม แต่ราคาหุ้นน้ำมันเองก็ยังคงต่ำกว่าตลาดจึงเป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักลงทุนมองหาการลงทุนให้หุ้นราคาถูก
“ส่วนประเด็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงทางด้านภูมิอากาศ จนทำให้ผู้คนเข้าสู่พลังงานสะอาดและพลังงานทางเลือกเพื่อลดปัญหาโลกร้อนเกิดขึ้นเพียงแต่ในกลุ่มซัพพลายส่วนผู้บริโภคยังคงใช้น้ำมันดิบ ทำให้เกิดวิกฤตพลังงานในบางพื้นที่หรือทวีปจึงเป็นตัวผลักดันให้ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นและผลประกอบการของบริษัทพลังงานเพิ่มสูงขึ้นด้วยเช่นกัน”
แต่อย่างไรก็ดีในช่วง “ระยะสั้น” ที่มีปัจจัยเข้ามายังตลาด อย่างกรณีวิกฤตความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ทำให้ตลาดเกิดความกังวลจนราคาน้ำมันพุ่งขึ้นสูง ให้ใช้โอกาสนี้ในการขายเพื่อทำกำไรออกมาบางส่วนและหาจังหวะเข้าซื้อในช่วงที่ราคาปรับตัวลดลงมา หรือจะถือครองในระยะยาวก็ได้เช่นกันแต่ระหว่างทางผู้ลงทุนจะต้องเผชิญกับความผันผวน
สำหรับกองทุนแนะนำผู้สนใจสามารถลงทุนในน้ำมันดิบผ่าน ‘กองทุน KT-ENERGY’ แม้ว่าปีที่แล้วสินทรัพย์ดังกล่าวจะให้ผลตอบแทนมากกว่า 50% แต่คาดว่าอัพไซด์ในปีนี้เนื่องจากมีการลงทุนในธุรกิจพลังงานที่เป็นต้นน้ำ จึงจะได้รับประโยชน์จากราคาน้ำมันขาขึ้นค่อนข้างสูง
“ด้วยเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น เป็นดั่งปัจจัยสนับสนุนให้ ‘ราคาน้ำมันดิบ’ ต้องปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในแง่ของผู้บริโภคก็ถือว่าเป็นข่าวร้าย แต่ในอีกมุมหนึ่งนี่กลับเป็น ‘โอกาสการลงทุน’ อย่างดีให้แก่ผู้ที่กำลังแสวงหาการสร้างผลตอบแทนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว”
