“หุ้นตลาดเกิดใหม่” & “หุ้นเวียดนาม”...โอกาสลงทุนช่วง ‘ตลาดโลกผันผวน’ !!!

Fund Manager View: การมองหาโอกาสลงทุนในภาวะที่มรสุมปกคลุมตลาดการลงทุนโลกเช่นในตอนนี้ถือว่า...ไม่ง่าย แต่ก็ใช่ว่าจะ...ไม่มี


หากมองในเชิงภูมิภาคหรือประเทศแล้ว ต้องยอมรับว่า ในช่วงที่ผ่านมา “ตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market)” เองยังคงตามหลัง “ตลาดพัฒนาแล้ว (Developed Market)” อยู่พอสมควร


แต่ในอีกมุมหนึ่งก็ทำให้ภูมิภาคนี้กลับมาน่าสนใจอีกครั้งเช่นกัน!!!


และอีกหนึ่งประเทศที่เป็นดาวเด่นแม้จะมีความผันผวนสูงอย่าง “หุ้นเวียดนาม” ก็ยังคงติดอยู่ในทำเนียบเป้าหมายการลงทุนของนักลงทุนทั่วโลกด้วยเช่นกัน


วันนี้ ทีมงาน โต๊ะกองทุน Wealthythai’ มีมุมมองการลงทุนที่น่าสนใจใน 2 ตลาดนี้มาอัพเดทให้ฟังกัน



“หุ้นตลาดเกิดใหม่” มีโอกาสเติบโตมากกว่า “ตลาดพัฒนาแล้ว” ในช่วง 1 – 2 ปีข้างหน้า

โดย “ประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์” ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.ทาลิส มองว่า “ตลาดหุ้นเกิดใหม่ (Emerging Market)” อาจได้รับผลดีจากเงินทุนไหลเข้า เนื่องจากในช่วง 1-ปีข้างหน้า ตลาดหุ้น Emerging Market มีโอกาสเติบโตมากกว่าตลาดหุ้น Developed Market ที่เติบโตไปก่อนหน้าแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ปัจจัยภายนอกยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ส่งผลต่อตลาด โดยเฉพาะผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่มีผลต่อการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ และราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งส่งผลกระทบต่อเงินเฟ้อในระดับสูงจากต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการส่งสัญญาณในการใช้นโยบายการเงินตึงตัวของหลายๆ ประเทศทั่วโลก จากการฟื้นตัวที่ดีของเศรษฐกิจในประเทศที่พัฒนาแล้วและปัญหาเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ทำให้ความกังวลเกี่ยวกับนโยบายทางการเงินตึงตัวยังคงเป็นปัจจัยกดดันต่อภาวะการลงทุน



(ประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์)



“นอกจากนี้ประเด็นความเสี่ยงเพิ่มเติมของสถานการณ์การระบาดของไวรัส COVID-19 ในจีนที่กลับมาระบาดอีกครั้ง จนเกิดการ Lockdown ขึ้นในหลายเมืองสำคัญ ก็เป็นอีกหนึ่งความเสี่ยงที่อาจจะส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานของสินค้าหลายๆ ประเภท ซึ่งประเด็นเหล่านี้ นักลงทุนยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด”


ส่วนภาพรวม “ตลาดหุ้นไทย” ในปี22 ยังคงปรับตัวขึ้นต่อได้ จากปัจจัยภายในประเทศเองที่ยังเป็นส่วนสำคัญช่วยสนับสนุน SET Index ให้ปรับตัวขึ้น ซึ่งการที่รัฐบาลทยอยผ่อนคลายมาตรการที่เป็นข้อจำกัดและเปิดเมืองมากขึ้น ทำให้นักลงทุนมีความคาดหวังเกี่ยวกับการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวมากขึ้น พร้อมกับการฟื้นตัวของผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ในขณะเดียวกัน สภาพคล่องในระบบการเงินปัจจุบันยังมีอยู่สูง ประกอบกับดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับต่ำ ล้วนเป็น sentiment ในเชิงบวกต่อการลงทุนในตลาดหุ้นไทยในระยะต่อไป



“หุ้นเวียดนาม” เปี่ยมเสน่ห์...พื้นฐานแกร่ง-กำไรบจ.เติบโตสูง

ในขณะที่ “อิศรา พุฒตาลศรี” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.วี มองว่า ด้วยการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีปัจจัยสนับสนุนดังกล่าว ทำให้ “ตลาดหุ้นเวียดนาม” มีความน่าสนใจ มีเงินทุนต่างประเทศไหลเข้ามาลงทุนอย่างต่อเนื่อง ด้วยระดับราคาของตลาดหุ้นเวียดนามปัจจุบันซื้อขายอยู่ที่ระดับ Forward P/E 15 เท่าในปี22 และคาดการณ์อัตราการเติบโตกำไรต่อหุ้นประมาณ 20% และคาดว่าในปี23 จะเติบโตประมาณ 15% ถือเป็นจังหวะดีที่จะเข้าไปลงทุนตลาดหุ้นเวียดนามในช่วงนี้



(อิศรา พุฒตาลศรี)



“เศรษฐกิจเวียดนามมีพื้นฐานแข็งแกร่ง การลงทุนตรงจากต่างประเทศเข้าต่อเนื่อง การบริโภคที่เติบโตสูงและการเปลี่ยนเข้าสู่ Digital Economy หนุนตลาดหุ้นเติบโตในระยะยาว เป็นจังหวะเข้าลงทุนผ่านการลงทุนเชิงรุกของผู้จัดการกองทุนที่เชี่ยวชาญตลาดเวียดนาม”


โดยปัจจัยหลักสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจเวียดนามเติบโตได้ในช่วงที่ผ่านมาและมีแนวโน้มที่เติบโตระดับสูงต่อไป คือ “การลงทุนตรงจากต่างประเทศ (FDI) หลังการระบาด COVID-19 ซึ่ง FDI จะยังคงไหลเข้าประเทศเวียดนามต่อเนื่อง ด้วยปัจจัยพื้นฐานที่สนับสนุนภาคธุรกิจ ทั้งเรื่องต้นทุน ประโยชน์ด้านภาษี การเป็นเขตการค้าเสรี รวมทั้งโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมกับภูมิภาคอื่นๆ ซึ่งไตรมาสแรกของปี22 FDI ของเวียดนามขยายตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 8.9% มีเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ไต้หวัน รวมถึงจีนที่เข้าไปลงทุนเป็นหลัก ทำให้เวียดนามมีแนวโน้มเป็นศูนย์กลางของ Supply chain ในอนาคต


“เห็นได้จากบริษัทระดับโลกมองการย้ายโรงงานผลิตไปยังเวียดนามมากขึ้น อีกทั้งข้อตกลงทางการค้าต่างๆ ช่วยให้เศรษฐกิจขยายตัว มีสัดส่วนการค้าต่อจีดีพี (Goods trade of GDP) ประมาณ 200% ใกล้เคียงกับประเทศสิงคโปร์”



“เวียดนาม” ปัจจัยบวกจาก
‘การบริโภคสูง-การเมืองมีเสถียรภาพ-แผนพัฒนาศก.’ ชัดเจน

ปัจจัยต่อมาคือ “การบริโภคอยู่ในระดับสูง (Consumption Boom)” จากการขยายตัวของสังคมเมือง (Urbanization) และโครงสร้างประชากรที่มีกลุ่มคนวัยทำงานอายุ 25-49 ปี ในสัดส่วนกว่า 60% เป็นตลาดแรงงานสำคัญที่มีการศึกษาและมีทักษะเพิ่มขึ้น ดึงดูด FDI เพิ่มขึ้น เกิดการจ้างงานและกระตุ้นการบริโภคจากภาคเอกชนของเวียดนามที่มีสัดส่วนเกือบ 70% ของ GDP นอกจากนี้ การบริโภคภายในประเทศช่วยหนุนอัตราเงินเฟ้อ (CPI) ของเวียดนาม คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเฉลี่ยอยู่ที่ 2.1% ในปี22 และ 3.5% ในปี23 แต่ยังคงต่ำกว่าที่รัฐบาลตั้งไว้ที่ 4%


“ขณะเดียวกันยังมีปัจจัยสำคัญเรื่อง เสถียรภาพทางการเมืองและแผนการพัฒนาเศรษฐกิจสังคม ที่เน้นการบริโภคในประเทศ การพัฒนาเทคโนโลยี นโยบายการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเชื่อมต่อทางเศรษฐกิจ การลงทุนในพลังงานสะอาด (Green energy) รวมถึงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ เป็นต้น โดยตั้งเป้าการเติบโตของ GDP ในปี21-25 ที่ระดับ 6.5-7.0%


นอกจากนี้ยังมี “แผนพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy)ในภาคอุตสาหกรรมและบริการ เช่น การขนส่ง การศึกษา เพื่อให้มีการเติบโตในสัดส่วน 20% ของ GDP ภายในปี25 และ 30%ของภายในปี30 ให้เติบโตสอดคล้องกับความมั่งคั่งของผู้บริโภค และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เป็นกลุ่มประชากรอายุน้อย คาดว่าขนาดของ Digital Economy เวียดนามจะอยู่ที่ประมาณ 52 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐในปี25


ใครที่กำลังมองหาโอกาสการลงทุนในช่วงมรสุมปกคลุมตลาดการลงทุนโลกในปัจจุบัน เชื่อว่า “หุ้นตลาดเกิดใหม่” และ “หุ้นเวียดนาม” จะเป็น 2 พิกัดการลงทุนที่สามารถเข้ามาเติมเต็มพอร์ตการลงทุนเพื่อเป้าหมายในระยะยาวได้ไม่มากก็น้อยเลยทีเดียว

โต๊ะกองทุน Wealthythai

Most Viewed
Fun of Funds
“KTWC-ALPHA” ลงทุน “หุ้นทั่วโลก” สไตล์ “High Conviction”… โอกาสสร้าง “Alpha” ตอบโจทย์ความมั่งคั่งระยะยาว เสนอขายครั้งแรก (IPO) วันที่ 1 – 8 ก.ย. 69 นี้ !!!
Updated 1 day ago
Stock of the Day
CPF ลุยธุรกิจน้ำดื่ม! ทุ่ม 335 ลบ. ถือ BREW 51% โบรกฯ ชี้ดีลไม่แพง ต่อยอดระยะยาว จับตากำไรครึ่งปีหลังฟื้น ให้เป้า 25 บ.
Updated 1 day ago
Fun of Funds
“กองตราสารหนี้โลก”…Upside จำกัด - แต่ได้ Yield สูงชดเชย !!!
Updated 20 hours ago
Insurance
เมืองไทยประกันชีวิต ยกระดับ MTL Health Services มากกว่าความคุ้มครอง ช่วยลูกค้าวางแผนการรักษาอย่างมั่นใจ
Updated 21 hours ago
Stock of the Day
SET นิ่ง แต่เงินไม่ได้นิ่ง! จับตาวอลุ่ม “เก็บ” ก่อนหุ้นวิ่ง รอบนี้โฟกัสกลุ่มโรงพยาบาล BDMS วอลุ่มพุ่ง BH เด้งรับ Cover Short
Updated 23 hours ago
Follow Us