เลี่ยงไม่พ้น “ดอกเบี้ย” ส่อแววขึ้นแรงต่อเนื่อง... แนะขยับเข้า “หุ้นไทย-จีน” & “Private Market” รับมือ !!!
Fun of Funds: เศรษฐกิจโลกในปี 65 ถือเป็นปีที่จะต้องเผชิญกับปัจจัยท้าทายหลายอย่าง ตัวเลขเงินเฟ้อที่ค่อนข้างสูง และยังมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นต่อในบางประเทศ
ทำให้นโยบายการเงินมีทิศทางที่เข้มงวดขึ้น โดยเฉพาะสหรัฐฯ ที่เฟดก็ได้เริ่มมีการปรับอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นไปแล้ว 2 ครั้ง มาอยู่ที่ 0.75-1.00% ในปัจจุบัน เพื่อสกัดเงินเฟ้อ
แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ทำให้ตลาดมั่นใจเท่าที่ควร ล่าสุดทาง “Jerome Powell” ประธานเฟด ก็ออกมายอมรับว่าพลาดไปแล้วที่ขึ้นดอกเบี้ยช้าไป จึงคุมเงินเฟ้อไม่ได้อย่างที่คิดและ พร้อมสนับสนุนให้ขึ้นดอกเบี้ย 0.5% ในการประชุม 2 ครั้งถัดไป!!! และอาจทำให้ประเทศอื่นปรับขึ้นตามมาหากเฟดปรับขึ้นเร็วและแรงเกินไป
ในแง่ของการลงทุนจึงเป็นสิ่งที่นักลงทุนหลีกเลี่ยงไม่ได้กับ “ความผันผวน” ของตลาดที่ตามมา บางคนเองก็เลือกที่จะ “ปรับพอร์ต” ไปกับภาวะตลาดหรือบางคนก็ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด
เพื่อเป็นตัวช่วยให้แก่ผู้ลงทุน วันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ ก็ได้มีมุมมองและคำแนะนำการลงทุนมารับมือกับภาวะตลาดในปัจจุบันและในระยะข้างหน้ามาฝากแก่ผู้อ่านกันในครั้งนี้
“ดอกเบี้ยขาขึ้น-เงินเฟ้อสูง” ปัจจัยหลักทำตลาดโลกผันผวน...คาดครึ่งหลังเงินเฟ้อชะลอตัวแต่ ‘ยังสูง’
โดย “ธวัชชัย วงศ์รัตนศิริกุล” ผู้อำนวยการฝ่ายจัดสรรสินทรัพย์และกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน บางกอกแคปปิตอล จำกัด ให้มุมมองว่า “ตัวเลขเงินเฟ้อ” เป็นต้นเหตุให้ตลาดหุ้นทั่วโลกเกิดความผันผวนขึ้นในปัจจุบันแต่ถ้าหากมองไปข้างหน้าก็เชื่อว่าตัวเลขเงินเฟ้อจะปรับลดลงได้

(ธวัชชัย วงศ์รัตนศิริกุล)
“ซึ่งได้คาดการณ์ว่าจะเริ่มเห็นสัญญาณตัวเลขที่ลดลงได้ตั้งแต่ไตรมาส 2/65 เป็นต้นไป แต่อย่างไรก็ดีในสหรัฐฯ แม้ว่าจะมีการปรับตัวลงก็ยังเป็นระดับที่สูงกว่าประมาณการของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือที่สูงกว่า 2% จึงเป็นตัวกดดันให้นโยบายอัตราดอกเบี้ยจะต้องปรับตัวสูงกว่าที่ควรจะเป็น”
ขณะเดียวสภาพคล่องที่ล้นตลาดอยู่ในปัจจุบัน จากมาตรการอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ตลาดในช่วงที่ผ่านมาก็มีทีท่าที่จะต้องถูก Unwind หรือถูกถอนออกไปจากระบบ ซึ่งเป็นปัจจัยที่สร้างความกังวลให้แก่ตลาดเป็นอย่างมากเนื่องจากในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาตลาดยังไม่เคยเผชิญกับสถานการณ์ดังกล่าวอย่างหนักๆ จึงเป็นสิ่งท้ายที่ธนาคารจะต้องโน้มน้าวตลาดให้ได้
มองแรงส่ง “ศก.โลก” ยังมี...แต่ “ยุโรป” น่าห่วงสุด- “ไทย” ฟื้นตัวได้ระดับต่ำ
สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจโลกในปี65 ภายใต้สถานการณ์อัตรา “ดอกเบี้ยขาขึ้น” และตัวเลข “เงินเฟ้อที่สูง” ก็คาดการณ์ว่ายังไปต่อได้จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมาแต่เริ่มเห็นผลกระทบหลังจากที่ผ่านไป 1-2 ปี ซึ่งประเทศที่น่ากังวลที่สุดในปีนี้จะเป็น “ยุโรป” ที่อยู่ท่ามกลางสงครามรัสเซียกับยูเครน และยังคงต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากรัสเซีย

“ในขณะที่ ‘ประเทศไทย’ อัตราการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานั้น ถือเป็นระดับที่ฟื้นตัวได้ต่ำกว่าประเทศอื่นๆ แต่ในแง่ของศักยภาพการเติบโตของไทยยังสามารถไปต่อได้แม้จะเป็นระดับที่ต่ำ จึงยังไม่มีความเสี่ยงในด้านการปรับเพิ่มนโยบายอัตราดอกเบี้ย ทำให้นักลงทุนต่างชาติมองการลงทุนในไทยเป็นหลุมหลบภัยได้ดี”
แนะจัด “หุ้นไทย-หุ้นจีน” และ “Private Market” เข้าพอร์ต...สู้ตลาดผันผวน
โดยคำแนะนำในการลงทุนของบริษัทก็ยังเชื่อมั่นว่า “หุ้น” เป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนได้ดีกว่าสินทรัพย์ประเภทอื่นๆ แต่ใน ‘ระยะสั้น’ นักลงทุนอาจจะต้องเลือกลงทุน (selection) ประกอบไปด้วย “หุ้นไทย” ที่ยังดูแข็งแรง, “หุ้นจีน” ที่มูลค่าหุ้นลงมาเกินกว่ามูลค่าที่บริษัทควรจะเป็น แต่ถ้าจะเฉพาะเจาะจงเป็นรายอุตสาหกรรมก็ประเมิน ‘กลุ่มเทคโนโลยี’ ก็มีความน่าสนใจเป็นพิเศษที่จะมีศักยภาพเติบโตในระยะยาวได้ดี
หรือนักลงทุนที่อาจจะไม่ชอบความผันผวนของตลาดหุ้นที่เป็นสาธารณะ (Public Market) ก็สามารถลงทุนใน “Private Market” ไม่ว่าจะเป็นในหุ้นที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Private equity) ธุรกิจเงินร่วมลงทุน (Venture Capital) ที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้สูงกว่าหุ้นในระยะยาวและมีความผันผวนที่น้อยกว่า
“การปรับพอร์ตลงทุนตามภาวะเศรษฐกิจและตลาดทุน ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นที่จะช่วยสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ลงทุนได้เป็นอย่างดีหรือก็อาจจะเป็นการลดความเสี่ยงจากปัจจัยลบบางอย่างลงได้เช่นกัน”
