Official Update :

ลงทุนรับผลตอบแทน 8.9% ไปกับกอง WHAIR กองทรัสต์ ที่จะเติบโตไปพร้อมกับเม็ดเงินลงทุนในโซน EEC ของประเทศไทย

WHA Group คือ ผู้นำด้านการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมและให้บริการโซลูชั่นครบวงจรด้านสาธารณูปโภค และพลังงานในประเทศไทย ทำให้สามารถดึงดูดนักลงทุนต่างชาติเข้ามาซื้อพื้นที่ในนิคมและลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2565 นี้เป็นอีกปีที่ WHA Group สามารถขายพื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรมได้เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ EEC ที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ของประเทศ ตัวอย่างเช่น ข่าวล่าสุดที่ทาง บริษัท BYD เซ็นสัญญาซื้อที่ดินจำนวน 600 ไร่ จากทาง WHA Group


จากความแข็งแกร่งของธุรกิจพัฒนานิคมอุตสาหกรรมของ WHA Group ทำให้ธุรกิจอีกกลุ่มหนึ่งที่เติบโตและได้รับประโยชน์จากคลัสเตอร์อุตสาหกรรมภายในนิคมอุตสาหกรรม คือ ธุรกิจโรงงานและคลังสินค้าสำเร็จรูปให้เช่าที่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม ที่มาจากความต้องการเช่าพื้นที่ของผู้ประกอบธุรกิจที่ต้องการประกอบธุรกิจเพื่อเป็น Supply chain ให้กับบริษัทที่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมของ WHA Group ซึ่งความต้องการในส่วนนี้มีอย่างต่อเนื่องจากคลัสเตอร์อุตสาหกรรมภายในนิคมดังกล่าว


กองทรัสต์ WHAIR มุ่งเน้นการลงทุนในโรงงานและคลังสินค้าสำเร็จรูปให้เช่าที่มีที่ตั้งอยู่ในหรือติดกับนิคมอุตสาหกรรมของ WHA Group จึงทำให้เป็นหนึ่งในกองทรัสต์ ที่มีความโดดเด่น และสร้างผลตอบแทนให้กับนักลงทุนในอัตราที่สูงมาโดยตลอด ดังนั้น เพื่อต่อยอดการเติบโตอีกครั้ง จึงมีแผนเข้าลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติมมูลค่าประมาณไม่เกิน 1,345.89 ล้านบาท ดันมูลค่าทรัพย์สินรวมกว่า 13,000 ล้านบาทในปีนี้




จุดเด่นของกองทรัสต์
WHAIR

โรงงานและคลังสินค้าสำเร็จรูปให้เช่ากว่า 90% ของกอง ตั้งอยู่ในเขตอุตสาหกรรม EEC ทั้งจังหวัดระยองและชลบุรี ซึ่งถือเป็นจุดยุทธศาสตร์การลงทุนของประเทศไทย สามารถดึงดูดนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติ โดย EEC ถือเป็นเขตเศรษฐกิจอุตสาหกรรมของประเทศไทยที่รัฐบาลให้การสนับสนุนและมีเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศครอบคลุมอุตสาหกรรม New S Curve ที่จะเป็นอุตสาหกรรมอนาคตของประเทศไทย


โรงงานและคลังสินค้าสำเร็จรูปมีทั้งที่ตั้งอยู่ในเขตอุตสาหกรรมทั่วไป (General Industrial Zone) เขตปลอดอากร (Freezone) และเขตประกอบการเสรี (I-EA-T Free zone) เพื่อสนับสนุนผู้เช่า นอกจากนี้ทรัพย์สินของ WHAIR ทั้งหมดตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมและเขตประกอบการอุตสาหกรรมที่พัฒนาโดย WHA Group ผู้นำด้านการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมพร้อมโซลูชั่นครบวงจรด้านสาธารณูปโภคและพลังงานในประเทศไทยด้วย Market Share มากกว่า 40%


ล่าสุด WHAIR มีแผนลงทุนทรัพย์สินเพิ่มเติมครั้งที่ 4 รวมทั้งสิ้นไม่เกิน 1,345.89 ล้านบาท ด้วยการเพิ่มทุนครั้งที่ 3 โดยเสนอขายหน่วยทรัสต์ จำนวนไม่เกิน 109.50 ล้านหน่วย เพื่อลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติม รองรับการขยายอาณาจักรของกองทรัสต์ โดยเป็นการลงทุนในสิทธิการเช่าที่ดินและอาคารโรงงานสำเร็จรูป (Ready Built Factory ) และคลังสินค้าสำเร็จรูป (Ready Built Warehouse ) ระยะเวลา 30 ปี และสิทธิในการต่ออายุสัญญาเช่าทรัพย์สินอีก 30 ปี จำนวนทั้งหมด 14 หลัง จาก 7 โครงการ พื้นที่รวม 48,186 ตารางเมตร




ทั้งนี้เป็นทรัพย์สินจาก 3 บริษัท ภายใต้ WHA Group ซึ่งเป็นผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมอันดับหนึ่งของประเทศไทย ได้แก่


1.บริษัท ดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด อินดัสเตรียลเอสเตท จำกัด เป็นอาคารโรงงานสำเร็จรูป จำนวน 1 หลัง และคลังสินค้าสำเร็จรูป จำนวน 3 หลัง ภายในโครงการนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 1 (WHA ESIE 1) และโครงการดับบลิวเอชเอ โลจิสติกส์พาร์ค 2 (WHA LP 2)


2.บริษัท ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล บิวดิ้ง จำกัด เป็นอาคารโรงงานสำเร็จรูป จำนวน 3 หลัง และคลังสินค้าสำเร็จรูป จำนวน 4 หลัง ภายในโครงการนิคมอุตสาหกรรม อีสเทิร์นซีบอร์ด (ระยอง) (ESIE), โครงการนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ชลบุรี 1 (WHA CIE 1), โครงการนิคมอุตสาหกรรมไฮเทค กบินทร์ (KABIN), โครงการดับบลิวเอชเอ โลจิสติกส์พาร์ค 1 (WHA LP 1) และโครงการดับบลิวเอชเอ โลจิสติกส์พาร์ค 4 (WHA LP 4)


และ 3.บริษัท อีสเทิร์น ซีบอร์ด อินดัสเตรียล เอสเตท (ระยอง) จำกัด เป็นอาคารโรงงานสำเร็จรูป จำนวน 3 หลัง ภายในโครงการนิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด (ระยอง) (ESIE)


ดังนั้นภายหลังจากการลงทุนเพิ่มเติมจะส่งผลให้ กองทรัสต์ WHAIR มีพื้นที่เช่าภายใต้การบริหารเพิ่มขึ้นเป็น 428,818 ตารางเมตร  และมีมูลค่าทรัพย์สินรวมกว่า 13,000 ล้านบาท





จุดเด่นของทรัพย์สินที่จะเข้าไปลงทุน

ทรัพย์สินที่กองทรัสต์จะเข้าลงทุนตั้งอยู่ในศูนย์กลางของอุตสาหกรรม และศูนย์กลางการผลิตที่สำคัญของประเทศไทย โดยพื้นที่ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) รวมทั้งผู้เช่าคุณภาพในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพและมีการกระจายตัวที่เหมาะสม


อีกทั้งยังทำให้กองทรัสต์มีขนาดที่ใหญ่ขึ้น และมีการกระจายความเสี่ยงของการลงทุน ประกอบกับทรัพย์สินที่กองทรัสต์จะเข้าลงทุนได้รับชดเชยรายได้จากบริษัทเจ้าของทรัพย์สินเป็นระยะเวลา 3 ปี และประมาณการผลประโยชน์ตอบแทน และเงินลดทุนต่อหน่วยเพิ่มสูงขึ้นภายหลังทำรายการ


ทั้งนี้ยังมีการประมาณอัตราผลตอบแทนในระดับที่สูง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในทางเลือกการลงทุนเพื่อรับผลตอบแทนที่ดี โดยประมาณการผลตอบแทนของกองทรัสต์ WHAIR ที่ระดับ 0.64 บาทต่อหน่วย อ้างอิงจากงบกำไรขาดทุนและการจ่ายประโยชน์ตอบแทนตามสถานการณ์สมมติสำหรับปี ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2566 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2566 สอบทานโดยผู้สอบบัญชี


จากประมาณการผลตอบแทนของกองทรัสต์ WHAIR ที่ระดับ 0.64 บาทนั้น คิดเป็นประมาณการอัตราผลตอบแทนถึง 8.9% คำนวณจากราคาสูงสุดที่เสนอขายหน่วยทรัสต์เท่ากับ 7.20 บาทต่อหน่วย


การเพิ่มทุนในครั้งนี้ ถือเป็นการต่อยอดการเติบโตของกองทรัสต์ WHAIR เพราะทรัพย์สินล้วนกระจายตัวอยู่ในพื้นที่เศรษฐกิจ ถือเป็นรากฐานเพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหน่วย ดังนั้นกองทรัสต์ WHAIR จึงถือเป็นตัวเลือกการลงทุนที่ได้รับผลตอบแทนดีในโซน EEC และมีโอกาสเติบโตอย่างมั่นคงในอนาคตไปกับพื้นที่ EEC อย่างแท้จริง”




มาถึงตรงนี้แล้ว หากนักลงทุนมีความสนใจในกองทรัสต์ WHAIR ผ่านการเพิ่มทุนครั้งที่ 3 กอง WHAIR จะเปิดให้ ผู้ถือหน่วยเดิมที่มีสิทธิจองซื้อ สามารถจองซื้อได้ในวันที่ 2 และ 6-9 ธันวาคม 2565


สำหรับประชาชนทั่วไป/1,2 ที่สนใจสามารถจองซื้อได้ในช่วงวันที่ 14-16  ธันวาคม 2565


หมายเหตุ :
 /1 การจัดสรรขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการการจัดจำหน่าย เงื่อนไขการจัดจำหน่ายเป็นไปตามที่กำหนดในร่างหนังสือชี้ชวน


/2  ผู้จัดจำหน่ายหน่วยทรัสต์ขอสงวนสิทธิที่จะปฏิเสธการจองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มเติมใน กรณีที่ผู้จองซื้อเป็นสัญชาติอื่นใดที่มิใช่สัญชาติไทย อย่างไรก็ดี รายชื่อสัญชาติของผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิมที่ไม่ได้รับการเสนอขายหน่วยทรัสต์จะถูกประกาศผ่านเว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยก่อนวันจองซื้อหน่วยทรัสต์


โดยสำหรับช่องทางการจองซื้อ นักลงทุนสามารถจองซื้อผ่านทางเว็บไซต์ K-My Invest (www.kasikornbank.com/kmyinvest)  และสาขาของธนาคารกสิกรไทย


สำหรับผู้ที่สนใจเข้าลงทุนใน WHAIR สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ธนาคารกสิกรไทย โทร 02 888 8888 กด 819 หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ www.sec.or.th หรือ www.wha-ir.com



“การเพิ่มทุนในครั้งนี้ นับเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่จะทำให้นักลงทุนได้ร่วมเป็นเจ้าของทรัพย์สินในพื้นที่ศักยภาพในนิคมอุตสาหกรรมของ WHA Group ผู้นำอันดับหนึ่งในการให้บริการโซลูชั่นครบวงจรด้านนิคมอุตสาหกรรมของไทย”



คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน