“บลจ.เรนเนสซานซ์”...ถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และใบอนุญาตประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

“รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง” โดยข้อเสนอแนะของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (คณะกรรมการ ก.ล.ต.) มีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์แบบ ค (ประกอบธุรกิจเฉพาะการจัดการกองทุนส่วนบุคคล) และคณะกรรมการ ก.ล.ต. มีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าประเภทการเป็นผู้จัดการเงินทุนสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และการเป็นที่ปรึกษาสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ของ “บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เรนเนสซานซ์ จำกัด” (บริษัท) โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน 2566 เนื่องจากมีพฤติกรรมที่ขาดความน่าเชื่อถือ ขาดความพร้อมในการประกอบธุรกิจ และมีข้อบกพร่องอย่างมากในเรื่องของการบริหารงานและการควบคุมภายใน


สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้เข้าตรวจสอบการดำเนินธุรกิจการจัดการกองทุนส่วนบุคคลของบริษัท ซึ่งได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์แบบ ค และใบอนุญาตประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าประเภทการเป็นผู้จัดการเงินทุนสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และการเป็นที่ปรึกษาสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พบว่า บริษัทได้ดำเนินการ ดังนี้ 


(1) แสดงรายการฐานะการเงินในรายงานการเงิน โดยไม่มีอยู่จริงหรือไม่ถูกต้อง ได้แก่ มีการเพิ่มทุนโดยมิได้มีเงินทุนเพิ่มจากผู้ถือหุ้น (เพิ่มทุนเทียม) มีการบันทึกบัญชีรายการที่ไม่พบหลักฐานว่ามีอยู่จริง และบันทึกรายการเงินลงทุนไม่ครบถ้วนตามความเป็นจริง รวมทั้งแสดงสินทรัพย์สภาพคล่องในรายงานการดำรงเงินกองทุนเกินจริง


(2) ปกปิดอำนาจในการควบคุมกิจการ และขาดระบบการกำกับดูแลกิจการ โดยยินยอมให้บุคคลอื่นซึ่งไม่ได้เป็นกรรมการ ผู้บริหาร พนักงานของบริษัท และไม่ได้ขอความเห็นชอบจากสำนักงาน ก.ล.ต. เข้ามากำหนดและกำกับดูแลนโยบายของบริษัท รวมทั้งบริหารสั่งการ และควบคุมดูแลการดำเนินงานแบบวันต่อวัน (day to day operation) และไม่ปฏิบัติตามกฎบัตรที่กำหนดความถี่ในการประชุมคณะกรรมการบริษัท ซึ่งบริษัทได้จัดส่งบันทึกรายงานการประชุมคณะกรรมการบริษัทให้พนักงานเจ้าหน้าที่ในช่วงที่เข้าตรวจสอบ โดยไม่มีการประชุมจริง


(3) ขาดความพร้อมในการประกอบธุรกิจทั้งในด้านระบบงานและบุคลากรบริษัท ไม่มีผู้จัดการกองทุนอย่างต่อเนื่อง และในช่วงเวลาดังกล่าวก็มีรายการซื้อขายให้กับลูกค้ากองทุนส่วนบุคคล ประกอบกับมีข้อบกพร่องเกี่ยวกับระบบการจัดการลงทุน ระบบงานรองรับการจัดทำรายงานและงบการเงิน และรายงานการดำรงเงินกองทุน


สำนักงาน ก.ล.ต. เห็นว่า บริษัทมีการดำเนินงานในลักษณะที่อาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ประโยชน์ของประชาชน จึงได้นำเรื่องดังกล่าวเสนอต่อคณะกรรมการกำกับตลาดทุน (คณะกรรมการ ก.ต.ท.) ซึ่งคณะกรรมการ ก.ต.ท. อาศัยอำนาจตามมาตรา 143 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ) สั่งให้บริษัทดำเนินการแก้ไขการดำเนินงานดังกล่าวให้ถูกต้องภายในวันที่ 20 พฤษภาคม 2565 และได้มีมติขยายระยะเวลาดำเนินการแก้ไขการดำเนินงานและระยะเวลานำส่งผลการแก้ไขตามคำขอของบริษัทจนถึงวันที่ 20 มิถุนายน 2565 ต่อมาบริษัทได้มีคำขอขยายระยะเวลาการแก้ไขการดำเนินงานและระยะเวลานำส่งผลการแก้ไขอีกครั้งถึงวันที่ 20 กรกฎาคม 2565 อย่างไรก็ดี คณะกรรมการ ก.ต.ท. มีมติไม่ขยายระยะเวลาตามที่ขอมาข้างต้น เนื่องจากตั้งแต่คณะกรรมการ ก.ต.ท. สั่งการในครั้งแรก จนถึงช่วงที่ได้รับการขยายระยะเวลาเพิ่มเติมถึงวันที่ 20 มิถุนายน 2565 ตามที่บริษัทขอมา


บริษัทยังไม่ได้แก้ไขการดำเนินงานให้เป็นไปตามคำสั่งดังกล่าว และยังพบว่าบริษัทมีการปกปิดข้อมูลและข้อเท็จจริง รวมทั้งสร้างหลักฐานการดำเนินงานที่แสดงต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ไม่ตรงต่อความเป็นจริงอีกด้วย ดังนั้น การที่บริษัทไม่สามารถแสดงหลักฐานการแก้ไขการดำเนินงานให้ถูกต้องตามกรณีข้างต้นได้ จึงเป็นการไม่ดำเนินการแก้ไขหรือไม่สามารถแก้ไขการดำเนินงานตามคำสั่งของคณะกรรมการ ก.ต.ท. คณะกรรมการ ก.ต.ท. จึงได้อาศัยอำนาจตามมาตรา 143 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ สั่งให้บริษัทยุติการให้บริการจัดการกองทุนส่วนบุคคล ตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายน 2565 เป็นต้นมา 


สำนักงาน ก.ล.ต. จึงนำเรื่องดังกล่าวเสนอต่อคณะกรรมการ ก.ล.ต. พิจารณาในการประชุมครั้งที่ 8/2565 เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2565 ซึ่งคณะกรรมการ ก.ล.ต. พิจารณาแล้วเห็นว่า บริษัทยังคงฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขของการสั่งการของคณะกรรมการ ก.ต.ท. ตามมาตรา 143 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ จึงมีมติให้มีข้อเสนอแนะต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเพื่อพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์แบบ ค ของบริษัท ตามมาตรา 143 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ รวมทั้งมีมติเห็นชอบให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของบริษัท โดยให้มีผลตามวันที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังลงนามในคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์แบบ ค โดยมีผลในวันเดียวกันคือตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน 2566 


ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทไม่มีลูกค้ากองทุนส่วนบุคคลภายใต้การจัดการแล้ว และในกระบวนการพิจารณาข้างต้น คณะกรรมการ ก.ล.ต. ได้มีการพิจารณาการขอความเป็นธรรมของบริษัทที่ได้มีหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และปลัดกระทรวงการคลังทุกครั้งโดยละเอียดด้วยแล้ว และได้มีมติยืนตามมติคณะกรรมการ ก.ล.ต. ในการประชุมครั้งที่ 8/2565 เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2565 เช่นเดิม ในการให้มีข้อเสนอแนะต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้มีการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์แบบ ค ของบริษัท

Most Viewed
Stock of the Day
หุ้นแบงก์พุ่งยกแผง รับปัจจัยหนุนรอบด้าน รัฐเร่งลงทุน-ลุ้น Q2 กำไรดีกว่าคาด บอนด์ยีลด์ทรงตัวสูง-ปันผลเด่น
Updated 1 day ago
Where to put your money
รู้หรือไม่? “SpaceX” ไม่ได้ถูกตีค่าในฐานะบริษัทจรวด... แต่ถูกตีค่าในฐานะ “ผู้ถือกุญแจสู่อนาคต” !!!
Updated 8 hours ago
Wealth EZ
Credit Spread คืออะไร สำคัญยังไง? ส่องส่วนต่างความเสี่ยง ก่อนช้อปหุ้นกู้
Updated 1 day ago
News Highlight
GULF ตอกย้ำความเชื่อมั่นระดับสากล ประสบความสำเร็จในการจัดหาเงินกู้ร่วมในต่างประเทศ มูลค่า 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
Updated 1 day ago
Stock of the Day
SET เสี่ยงพักฐานช่วงสั้น AI-OPEC กดดันตลาด แนะเลี่ยงหุ้นอิงปัจจัยต่างประเทศ ชูแบงก์-โรงพยาบาล-ท่องเที่ยวเด่น
Updated 1 day ago
Follow Us