“สมาคมบลจ.”...นัด “CPAXT” ชี้แจงข้อมูลการร่วมลงทุนในโครงการ “The Happitat” เพิ่มเติม วันที่ 24 ธ.ค. นี้ ถ้า “ผิดจริยธรรม” เสี่ยงเจอลงดาบ หนักสุดอาจถึง “หยุดลงทุน”
แม้ทางผู้บริหารของ “บมจ.ซีพี แอ็กซ์ตร้า” (CPAXT) ได้ชี้แจงกรณี “CPAXT” เข้าลงทุนใน The Happitat (Lotus’s Mall Bangna) ซึ่งอยู่ในโครงการฟอเรสเทียส์ ผ่านการร่วมลงทุนในบริษัทย่อย AGP ในสัดส่วน 95% คิดเป็นมูลค่า 7,970 ล้านบาท ไปแล้วก็ตามว่าถูกต้อง โปร่งใสมีธรรมาภิบาล และไม่ใช่รายการที่เข้าข่ายเป็นรายการที่เกี่ยวโยง
ทั้งนี้ รายการดังกล่าวไม่เข้าข่ายเป็นรายการที่เกี่ยวโยง และขนาดรายการเมื่อพิจารณาจากเงินค่าหุ้นที่ออกใหม่ ของ AGP ซึ่งบริษัทชำระเป็นเงินสดประมาณ 7,970 ล้านบาท มีขนาดรายการสูงสุด 1.49% และเมื่อพิจารณารวมจำนวนเงินที่คาดว่าจะต้องมีการลงทุนเพิ่มเติมเพื่อให้โครงการ The Happitat แล้วเสร็จ การร่วมลงทุนของบริษัทในโครงการ The Happitat จะมีขนาดรายการสูงสุดต่ำกว่า 15%
“จึงไม่เข้าข่ายเป็นรายการได้มาหรือจำหน่ายไป ซึ่งสินทรัพย์ที่มีนัยสำคัญตามข้อกำหนดของประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทจ. 20/2551เรื่อง หลักเกณฑ์ในการทำรายการที่มีนัยสำคัญที่เข้าข่ายเป็นการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งทรัพย์สิน ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2551 (รวมทั้งที่มีการแก้ไข เพิ่มเติม) และประกาศที่เกี่ยวข้อง”
แต่ก็ยังไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับทาง “สมาคมบริษัทจัดการลงทุน” (AIMC) ได้ เพราะการชี้แจงยังสร้างน้ำหนักและสร้างความมั่นใจให้กับผู้จัดการกองทุนไม่มากพอ และยังต้องพิจารณาในด้านอื่นๆ นอกเหนือจากในแง่นิตินัยหรือกฎกติกา ก็ต้องพิจารณาในแง่ของการทำธุรกิจด้วยอย่างสมเหตุสมผล ทั้งนี้ยังคงต้องตรวจสอบในแง่ของ “ธรรมาภิบาล” (CG: Good Corporate Governance) ติดเกณฑ์อะไรที่เป็นข้อกังวล เพื่อนำมาวิเคราะห์ในการประชุมด้วย
ซึ่งกรณีของ “CPAXTA” ไม่ใช่กรณีแรกที่เคยมีประเด็นในเรื่องของปัญหาเรื่อง CG ที่เคยเกิดขึ้น ในอดีตก็มีอยู่หลายกรณีเกิดขึ้น เช่น การใช้ข้อมูลภายในของผู้บริหารในการซื้อขายหุ้น เป็นต้น ซึ่งทาง “สมาคมบลจ.” เองก็มีแนวทางในการจัดการลงดาบหุ้นที่มีปัญหาเหล่านี้เช่นกัน หลักๆ ประกอบด้วย
-
การเรียกให้ชี้แจงข้อมูล
-
ถ้าพิจารณาแล้วว่ามีการทำผิดจริยธรรม ไม่มีธรรมาภิบาลจริง จะมีการหยุดการลงทุน “ไม่ลงทุนเพิ่ม” หรือ “หยุดลงทุน” ส่วนบลจ.ไหนที่ลงทุนอยู่จะขายหรือไม่นั้น เป็นสิทธิของแต่ละบลจ. (แต่นั่นก็ส่งผลกระทบต่อหุ้นนั้นๆ ได้เช่นกัน หากมีแผนจะต้องระดมทุนเพิ่มทั้งในตลาดหุ้น หรือตลาดตราสารหนี้ก็ตาม)
-
แจ้งให้บริษัทนั้นๆ มีการแก้ไขสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ให้ถูกต้อง และรายงานความคืบหน้าเป็นระยะๆ
-
จนกว่าจะมีการแก้ไขเรียบร้อย ก็จะไม่มีการลงทุนในหุ้นของบริษัทนั้นๆ แต่ประการใด
“เป็นการใช้บทบาทของนักลงทุนสถาบันเข้ามามีส่วนผลักดันให้บริษัทที่ทำผิดจริยธรรม ไม่มีธรรมาภิบาล ต้องปรับปรุงแก้ไข ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาก็มีการใช้มาตรการดังกล่าวมาแล้วหลายครั้ง”
ล่าสุดทาง “สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์” (ก.ล.ต.) เองก็แจ้งให้ “CPAXT” ชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมภายในวันที่ 25 ธ.ค. นี้ เช่นเดียวกัน
โดยให้เหตุผลว่า เนื่องจากข้อมูลที่ “CPAXT” เปิดเผยอาจยังไม่ครบถ้วนหรือไม่ชัดเจนเกี่ยวกับการร่วมลงทุนในโครงการดังกล่าว ซึ่งจะอาจมีผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของผู้ถือหลักทรัพย์หรือต่อการตัดสินใจลงทุนของผู้ลงทุนหรือต่อการเปลี่ยนแปลงของราคาหลักทรัพย์
จึงให้ “CPAXT” ชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม อาทิ ความเห็นของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการตรวจสอบในการพิจารณาอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการ The Happitat มูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ ความคืบหน้าของการพัฒนาโครงการ ระยะเวลาที่คาดว่าจะมีรายได้จากโครงการ เงินลงทุนทั้งหมดที่คาดว่าจะใช้ในโครงการ และรายการดังกล่าวเป็นการให้ความช่วยเหลือบริษัทในกลุ่มหรือไม่ อย่างไร เป็นต้น พร้อมทั้งเปิดเผยคำชี้แจงดังกล่าวผ่านระบบเผยแพร่ข้อมูลบริษัทจดทะเบียนของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ระบบ SETLink) ภายในวันที่ 25 ธ.ค. นี้
