Official Update :

“บลจ.อเบอร์ดีน”...มอง “ตลาดหุ้นเกิดใหม่” ยังเด่น ชู 3 ธีมลงทุน

“บลจ.อเบอร์ดีน” มองเชิงบวก "ตลาดหุ้นเกิดใหม่" แรงหนุนจีนฟื้นตัว ชู 3 ธีมลงทุน


นางสาวพฤกษา เอี่ยมธงทอง Deputy Head of Equities – Asia Pacific, Asian Equities, abrdn Asia Limited เปิดเผยว่า "อเบอร์ดีน" ยังมีมุมมองเชิงบวกต่อ "ตลาดหุ้นเกิดใหม่" (Emerging Market) จากปัจจัยหนุนเศรษฐกิจจีนเริ่มฟื้นตัว รัฐบาลจีนปรับเปลี่ยนนโยบายครั้งล่าสุดและคาดว่ามีแนวโน้มจะผ่อนคลายนโยบายเพิ่มเติม เพื่อชดเชยกับแรงกดดันในประเทศจากปัญหาภาคอสังหาริมทรัพย์และเงินเฟ้อยังอยู่ระดับต่ำ สำหรับธีมลงทุนในตลาดหุ้นเอเชีย ที่มองเห็นโอกาสลงทุนจาก 3 ธีม ได้แก่  1.Innovation, 2.Globalisation 3.0 และ 3.New Consumption


ซึ่งธีมแรกเรื่องของนวัตกรรม Tech และ AI แม้ว่าการเปิดตัวของ DeepSeek จะสร้างแรงกดดันต่อตลาดในระยะสั้น ทําให้เกิดข้อสงสัยในระยะสั้นเกี่ยวกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี เนื่องจากการพัฒนาโมเดล AI ใหม่ใช้ทรัพยากร ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้เกิดความกังวลว่าอาจจะทำให้บริษัทใหญ่ ๆ ในสหรัฐฯ อาจต้องทบทวนเม็ดเงินลงทุนในการพัฒนา AI ใหม่


(นางสาวพฤกษา เอี่ยมธงทอง)


อย่างไรก็ตามเรามองว่ายังเร็วเกินไปที่จะประเมินผลกระทบที่แท้จริง เพราะยังมีหลายปัจจัยที่เรายังคงต้องติดตามต่อไป ทั้งนี้สิ่งที่อเบอร์ดีนสังเกตุเห็นคือ บริษัทอินเทอร์เน็ตชั้นนำของสหรัฐฯ ยังคงใช้เงินลงทุน (capex) ที่สูงสำหรับโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI อย่างต่อเนื่อง หลังจากมีการเปิดตัว DeepSeek โดยคาดว่าค่าใช้จ่ายในการพัฒนาอาจลดลง และด้วยต้นทุนที่ลดลงจะเร่งให้เกิดการนำเอา AI มาใช้ในวงกว้างมากขึ้น ทั้งนี้ อเบอร์ดีนยังคงระมัดระวังในการเลือกลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยีมากขึ้น โดยในไตรมาส 4 ที่ผ่านมาเรามีการปรับลดน้ำหนักการลงทุนลงเล็กน้อยในกลุ่มฮาร์ดแวร์และเซมิคอนดักเตอร์ จากปัจจัยเสี่ยงกรณีความไม่แน่นอนของนโยบายภาษี อีกทั้งความเสี่ยงที่อาจเพิ่มขึ้นจากการปรับลดเงินลงทุน


2.Globalisation 3.0 สานต่อจาก Globalisation 2.0 ซึ่งได้รับแรงกระตุ้นจากความตื่นตระหนกของห่วงโซ่อุปทานในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด ซึ่งในรอบนี้ต้องติดตามดูว่าจะเปลี่ยนไปด้านไหน ขึ้นอยู่กับนโยบายภาษีของทรัมป์ แต่คาดว่าการกระจายความเสี่ยงของห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Diversification) จะเกิดขึ้นเร็วและครอบคลุมมากขึ้นในหลายอุตสาหกรรม


3.New Consumption รูปแบบการบริโภคใหม่บ่งชี้ว่าผู้บริโภคไม่จำเป็นต้องใช้จ่ายน้อยลง ซึ่งเริ่มเห็นการเติบโตจากจีนและอินเดีย อย่าง Meituan อยู่ในแถวหน้าของเทรนด์นี้ นำเสนอบริการที่เป็นนวัตกรรมใหม่ ซึ่งรวมถึงชานมไข่มุกที่ส่งโดยโดรนที่กำแพงเมืองจีน เช่นเดียวกับอินเดีย สินค้าหลายแบรนด์เติบโตอย่างรวดเร็ว สามารถจัดส่งคำสั่งซื้อได้ภายใน 10 นาที แม้จะมีปัญหาการจราจร ซึ่งส่งผลให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอยในเมืองต่างๆ ของอินเดีย ทางด้านจำนวนนักท่องเที่ยวก็เติบโตชัดเจนในจีน ทำให้ TRIP.COM เติบโตได้ในระดับสูงแม้ภาพรวมเศรษฐกิจจีนยังอ่อนแอ ขณะที่อินเดีย อย่าง Indian Hotels ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทด้านการบริการที่ใหญ่ที่สุดในอินเดีย ก็เติบโตต่อเนื่อง


“สำหรับแนวโน้ม Fund Flow ที่คาดหวังจะไหลเข้าตลาดหุ้นเกิดใหม่ในเอเชีย ยังคงต้องรอดูความชัดเจนนโยบายภาษีทรัมป์ว่าจะส่งผลกระทบต่อเอเชียมากน้อยแค่ไหน ซึ่งนักลงทุนเริ่มมองหาทางเลือกลงทุนหลังจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นจนราคาค่อนข้างแพง ซึ่งตลาดหุ้นเกิดใหม่ในเอเชียก็เป็นหนึ่งในทางเลือก เมื่อนโยบายภาษีมีความชัดเจนขึ้นและมีผลต่อภาพรวมตลาด โดยคาดว่าจะเริ่มเห็น Fund Flow ไหลเข้าตลาดเกิดใหม่ในเอเชีย”


สำหรับกองทุนแนะนำของอเบอร์ดีน ได้แก่ กองทุนเปิด อเบอร์ดีน เอเชีย แปซิฟิค เอคควิตี้ ฟันด์ (ABAPAC) ความเสี่ยงระดับ 6โดยกองทุนนี้ลงทุนผ่านกองทุนหลักต่างประเทศ ชื่อ abrdn Pacific Equity Fund โดยกองทุนหลักจะลงทุนบริษัทในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิค แต่ไม่ครอบคลุมถึงประเทศญี่ปุ่น โดยกองทุนนี้เปิดโอกาสการลงทุนในภูมิภาคที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด จากการลงทุนมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐาน การขยายตัวของสังคมเมือง และความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้นจากการที่ผู้บริโภคมีกำลังซื้อมากขึ้น


ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต