Official Update :

“B-WORK”…เตรียมจ่ายเงินปันผล ในอัตรา 0.182386 บาทต่อหน่วย วันที่ 11 ธ.ค. 68 “BRRGIF” เตรียมจ่ายเงินลดทุน 0.16 บาท วันที่ 15 ธ.ค. นี้

นายพรชลิต พลอยกระจ่าง กรรมการผู้จัดการ และ Head of Real Estate & Infrastructure Investment  บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด หรือ BBLAM เปิดเผยว่า ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์บัวหลวง ออฟฟิศ หรือ B-WORK เตรียมจ่ายเงินปันผล ในอัตรา 0.182386 บาทต่อหน่วย โดยมีกำหนดวันปิดสมุดทะเบียน  เพื่อกำหนดสิทธิในการรับเงินปันผล ในวันที่  27 พฤศจิกายน 2568 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 11 ธันวาคม 2568 ทั้งนี้  เมื่อนับรวมตั้งแต่จัดตั้งกองทรัสต์จนถึงการประกาศจ่ายเงินปันผลครั้งล่าสุด B-WORK จ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์แล้วทั้งสิ้น 25 ครั้ง  รวมเป็นเงิน 4.550101 บาทต่อหน่วย และจ่ายเงินลดทุน 7 ครั้ง เป็นเงิน 1.0503 บาทต่อหน่วย รวมกันเป็นเงินที่จ่ายออกไป 5.600401 บาทต่อหน่วย


(นายพรชลิต พลอยกระจ่าง)


สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 3 ปี 2568 นี้ B-WORK  มีรายได้รวม 138.83  ล้านบาท และมีค่าใช้จ่ายรวม 64.03 ล้านบาท ส่งผลให้มีกำไรจากการลงทุนสุทธิอยู่ที่ 74.80 ล้านบาท


ส่วน กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้ากลุ่มน้ำตาลบุรีรัมย์ (BRRGIF) เตรียมนำเงินสดจากการดำเนินงานมาจ่ายเงินลดทุนจดทะเบียนครั้งที่ 21 ให้ผู้ถือหน่วยลงทุน 0.16 บาทต่อหน่วย ด้วยการลดมูลค่าที่ตราไว้ จากหน่วยละ 5.78 บาท เหลือหน่วยละ 5.62 บาท โดยกำหนดวันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหน่วยลงทุน เพื่อกำหนดสิทธิในการรับเงินปันผลและเงินลดทุน ในวันที่ 1 ธันวาคม 2568 และมีกำหนดจ่ายเงินปันผลและเงินลดทุนให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนในวันที่ 15 ธันวาคม 2568


เมื่อนับรวมตั้งแต่จัดตั้งกองทุน กองทุน BRRGIF ประกาศจ่ายเงินปันผลแล้วจำนวน 23 ครั้ง รวมเป็นเงิน 2.88881 บาท และประกาศจ่ายเงินลดทุนมาแล้วรวม 21 ครั้ง (รวมครั้งนี้ด้วย) คิดเป็นเงินรวม 4.68 บาท


สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 3 ปี 2568 หรือรอบระยะเวลาบัญชีตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2568 กองทุน BRRGIF รับรู้รายได้สุทธิฯ ที่ได้รับจากโรงไฟฟ้า จำนวน 55.00 ล้านบาท เป็นรายได้จากเงินลงทุนในสัญญาโอนสิทธิรายได้สุทธิฯ (NRTA) 29.49 ล้านบาท และเป็นเงินลงทุนในสัญญาโอนสิทธิรายได้สุทธิฯ ได้รับคืน เท่ากับ 25.51 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการลงทุนสุทธิ (หลังหักค่าใช้จ่ายกองทุน) เท่ากับ 25.77 ล้านบาท แต่เนื่องจากกองทุนมีการรับรู้ผลขาดทุนรวมจากเปลี่ยนแปลงกระแสเงินสดตามสัญญาโอนสิทธิรายได้สุทธิและจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุน จำนวนรวม 27.49 ล้านบาท ทำให้กองทุนมีขาดทุนสะสม ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 จำนวน 1.72 ล้านบาท


“ดังนั้น กองทุนจึงไม่สามารถจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนสำหรับไตรมาสนี้ ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์และนโยบายการจ่ายเงินปันผลที่ระบุในหนังสือชี้ชวนของกองทุน อย่างไรก็ดี เนื่องจากรายการขาดทุนทางบัญชีดังกล่าวไม่มีกระแสเงินสดออกไปจริง ทำให้กองทุนยังมีเงินสดจากการดำเนินการ จึงนำมาจ่ายเป็นเงินลดทุนให้ผู้ถือหน่วยลงทุน”


ทั้งนี้ ในช่วง 9 เดือนของปี ปี 2568 กองทุนมีสินทรัพย์สุทธิจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 75.07 ล้านบาท เปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้น 45.87% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน


ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต