เกษียณดีต้องมีมากกว่า ‘เงิน’ ธ.ทิสโก้ ผนึกเจนเนอราลี่ เปิด 3 มุมคิด วางแผนการเงิน ปรับบ้าน และเลือกที่อยู่รับวัยเกษียณ

ธนาคารทิสโก้จับมือ เจนเนอราลี่  เปิดแนวทางเตรียมชีวิตหลังเกษียณอย่างรอบด้านจากผู้เชี่ยวชาญ ในงาน “Well-Being Secrets เตรียมพร้อมแผนเงิน-ที่อยู่ ก่อนเกษียณชี้ ควรปรับบ้านก่อนหกล้ม วางแผนเงินก่อนเกษียณ พร้อมสำรวจทางเลือกตั้งแต่การปรับบ้านเดิม ไปจนถึงบ้านเช่าตลอดชีพและชุมชนผู้สูงวัย เพื่อออกแบบชีวิตหลังเกษียณให้ตรงกับสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ และกำลังทรัพย์ของแต่ละคน


การมีเงินเพียงพออาจเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตหลังเกษียณที่มั่นคง แต่ยังไม่ใช่ทั้งหมด เพราะเมื่ออายุเพิ่มขึ้น “บ้านที่เคยคุ้นเคยอาจไม่ตอบโจทย์ด้านความปลอดภัย ขณะที่สุขภาพ รูปแบบการใช้ชีวิต และความสัมพันธ์กับผู้คนรอบตัว ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว จากประเด็นดังกล่าว ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) จึงร่วมกับ บริษัท เจนเนอราลี่ ประกันชีวิต (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) จัดงานสัมมนา “Well-Being Secrets เตรียมพร้อมแผนเงิน-ที่อยู่ ก่อนเกษียณชวนลูกค้ามองการวางแผนเกษียณให้ครบทั้งด้านการเงิน สุขภาพ และที่อยู่อาศัย


โดยได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ ดร.ประทีป ตั้งมติธรรม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ให้ความรู้เรื่อง บ้านเช่าตลอดชีพสำหรับวัยเกษียณ’ ศาสตราจารย์ไตรรัตน์ จารุทัศน์ ภาควิชาเคหการ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และหัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางการออกแบบสภาพแวดล้อมเพื่อทุกคน ให้ความรู้เรื่อง เทคนิคปรับบ้านเดิมให้อยู่อาศัยได้ตลอดชีวิตและ คุณณัฐกฤติ เหล่าทวีทรัพย์ CFP® Head of Wealth Advisory ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) ร่วมถ่ายทอดแนวทางจัดการเงินและเตรียมความพร้อมทางการเงินก่อนเกษียณ 


เตรียมพร้อมแผนเงิน
- ที่อยู่ ก่อนเกษียณ

นายณัฐกฤติ ให้ข้อมูลในระหว่างงานสัมมนาว่า การวางแผนเกษียณควรเริ่มจากการกำหนดเป้าหมายค่าใช้จ่ายและรูปแบบการใช้ชีวิตที่ต้องการในอนาคต เนื่องจากอายุที่ยืนยาวขึ้นหมายถึงความจำเป็นในการเตรียมเงินที่มากขึ้นตามไปด้วย ผู้ที่เริ่มออมและลงทุนตั้งแต่อายุยังน้อยจะมีโอกาสสะสมเงินเพื่อการเกษียณได้ง่ายกว่า ขณะเดียวกันควรกระจายเงินออกเป็นหลายส่วน ทั้งเงินสำรองฉุกเฉิน ค่าใช้จ่ายระยะสั้น และเงินลงทุนระยะยาว เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของตลาดและสร้างความมั่นคงทางการเงินหลังเกษียณ นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ประกันบำนาญยังเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยสร้างกระแสเงินสดอย่างสม่ำเสมอในวัยเกษียณ ช่วยเสริมสภาพคล่องและลดความกังวลเรื่องรายได้ในระยะยาว 


อย่างไรก็ตาม การเตรียมตัวเพื่อการเกษียณไม่ควรมองเฉพาะเรื่องการออมเงินเท่านั้น แต่ควรวางแผนอย่างรอบด้าน ครอบคลุม 4 มิติสำคัญ ได้แก่ การเงิน สุขภาพ ที่อยู่อาศัย และการส่งต่อทรัพย์สิน เพราะแม้อายุขัยเฉลี่ยของคนไทยจะสูงขึ้น แต่ระยะเวลาที่มีสุขภาพแข็งแรงจริง ๆ อาจมีเพียงราว 60 กว่าปีเท่านั้น ดังนั้น การดูแลสุขภาพจึงเป็นเรื่องสำคัญ ทั้งการออกกำลังกาย การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และการเตรียมรับมือกับค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในอนาคต เพื่อลดความเสี่ยงการเจ็บป่วยและภาวะติดเตียง ซึ่งอาจส่งผลต่อทั้งคุณภาพชีวิตของตนเองและภาระของคนรอบข้าง


นอกจากสุขภาพแล้ว “ที่อยู่อาศัย” ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่หลายคนมักมองข้าม แม้ว่าจะใช้เวลาหลายปีในการเก็บเงินเพื่อซื้อบ้าน แต่กลับไม่ค่อยวางแผนว่าบ้านหลังสุดท้ายของชีวิตควรเป็นอย่างไร เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของร่างกายเมื่ออายุมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงบ้านเดิมให้เหมาะกับการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุ หรือการเลือกทางเลือกใหม่ที่ตอบโจทย์สุขภาพและความปลอดภัยมากกว่า ส่วนมิติสุดท้ายคือ การวางแผนส่งต่อทรัพย์สินและมรดก ซึ่งควรเริ่มต้นวางแผนล่วงหน้า ทั้งในเรื่องการจัดการทรัพย์สิน การทำพินัยกรรม และการบริหารภาษี เพื่อให้การส่งต่อเป็นไปตามความตั้งใจของเจ้าของทรัพย์สิน


สำหรับด้านที่อยู่อาศัย คุณณัฐกฤติระบุว่า ผู้สูงอายุควรวางแผนที่อยู่อาศัยให้สอดคล้องกับสุขภาพที่เปลี่ยนแปลงไป โดยอาจเริ่มจากการปรับปรุงบ้านเดิมให้ปลอดภัยและเหมาะกับการใช้งานเมื่ออายุมากขึ้น ขณะที่ผู้ที่ยังสามารถดูแลตนเองได้อาจเลือกโครงการที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุซึ่งออกแบบตามหลัก Universal Design และมีสิ่งอำนวยความสะดวกด้านสุขภาพ ส่วนผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงหรือเจ็บป่วยเรื้อรัง อาจพิจารณาศูนย์ดูแลผู้สูงอายุหรือเนอร์สซิ่งโฮมที่มีบุคลากรดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง


คุณณัฐกฤติกล่าวทิ้งท้ายว่า การวางแผนชีวิตหลังเกษียณไม่มีรูปแบบที่เหมาะกับทุกคน แต่ควรพิจารณาให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ สุขภาพ และความพร้อมทางการเงินของแต่ละบุคคล เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตในวัยเกษียณได้อย่างมั่นคง มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีความสุขในระยะยาว


เทคนิคจัดการบ้านเดิมให้อยู่ได้ตลอดชีวิต

ศาสตราจารย์ไตรรัตน์ ให้ข้อมูลในระหว่างงานสัมมนาว่า ข้อมูลจากการสำรวจพบว่า ผู้สูงอายุไทยกว่า 95% ยังคงอาศัยอยู่ในบ้านเดิมร่วมกับครอบครัว หรือที่เรียกว่า Ageing in Place จึงควรเริ่มวางแผนปรับปรุงบ้านตั้งแต่อายุประมาณ 50-60 ปี เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของร่างกายและลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ โดยเฉพาะการหกล้ม ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บ สูญเสียค่าใช้จ่ายในการรักษา และนำไปสู่ภาวะพึ่งพิงในระยะยาว


จุดเสี่ยงหลักภายในบ้าน ได้แก่ ห้องน้ำ บันได ห้องนอน และรอยต่อระหว่างพื้นที่ภายในกับภายนอกบ้าน โดยควรจัดบ้านให้โล่ง ลดสิ่งกีดขวางและพื้นต่างระดับ เพิ่มแสงสว่าง เลือกพื้นผิวที่ไม่ลื่น ติดตั้งราวจับ และย้ายห้องนอนมาไว้ชั้นล่าง สำหรับห้องน้ำควรแยกพื้นที่เปียกและแห้ง ตำแหน่งของห้องน้ำควรอยู่ใกล้กับเตียงนอน พร้อมเลือกอุปกรณ์ที่ใช้งานง่ายและเหมาะกับสรีระของผู้สูงอายุ


ทั้งนี้ การปรับบ้านไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณสูง โดยสามารถเริ่มจากการจัดระเบียบและนำสิ่งกีดขวางออกโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ก่อนทยอยปรับปรุงตามความจำเป็น เนื่องจากอุบัติเหตุหกล้มเพียงครั้งเดียวอาจนำไปสู่กระดูกสะโพกหัก การพึ่งพาระยะยาว และค่าใช้จ่ายในการรักษาหลักแสนบาท


นอกจากนี้ ศ.ไตรรัตน์ยังกล่าวถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อม โดยแนะนำให้จัดสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคย มีแสงธรรมชาติเข้าถึง มองเห็นห้องน้ำได้ง่าย และหลีกเลี่ยงการย้ายที่อยู่อาศัยเมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ เนื่องจากอาจเพิ่มความสับสนและทำให้ผู้สูงอายุปรับตัวได้ยาก พร้อมเน้นว่าการออกแบบบ้านควรคำนึงถึงความปลอดภัย ความสะดวกในการเข้าถึง การกระตุ้นการใช้ชีวิตประจำวัน และความง่ายในการดูแลรักษา


ในตอนท้าย ศ.ไตรรัตน์ฝากข้อคิดว่า การเตรียมพร้อมด้านที่อยู่อาศัยควรทำควบคู่กับการวางแผนสุขภาพและการเงินตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อรองรับการใช้ชีวิตใน 3 ช่วงสำคัญของวัยสูงอายุ ได้แก่ ช่วงที่ยังแข็งแรง ช่วงเริ่มพึ่งพา และช่วงที่ต้องการการดูแลระยะยาว โดยย้ำแนวคิดสำคัญว่า “ปรับบ้านก่อนหกล้ม และย้ายบ้านก่อนสมองเสื่อม” เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตในวัยเกษียณได้อย่างปลอดภัย มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ตลอดช่วงชีวิต


การวางแผนเกษียณจึงต้องทำพร้อมกันทั้งสามด้าน ได้แก่ เงิน สุขภาพ และที่อยู่อาศัย เพราะการปรับบ้านก่อนเกิดอุบัติเหตุ ใช้ต้นทุนน้อยกว่าค่ารักษาและค่าดูแลระยะยาวหลังเกิดการหกล้ม” ศาสตราจารย์ไตรรัตน์กล่าว


บ้านเช่าตลอดชีพวัยเกษียณ
เริ่มต้นชีวิตใหม่ในสังคมที่พร้อมดูแล

ดร.ประทีป กล่าวในระหว่างงานสัมมนาว่า ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงวัยที่สำคัญคือการออกแบบตามหลัก Universal Design เพื่อป้องกันการหกล้มและเอื้อต่อการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในสังคมที่ครอบครัวมีขนาดเล็กลงและผู้สูงอายุจำนวนมากต้องใช้ชีวิตแยกจากลูกหลานมากขึ้น จึงเกิดแนวคิด “ศุภวัฒนาลัย” ที่มุ่งสร้างชุมชนสำหรับผู้มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข ปลอดภัย และมีเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันคอยทำกิจกรรมร่วมกัน


สำหรับศุภวัฒนาลัย สระบุรีหรือ Supalai Wellness Valley ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 200 ไร่ อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี ท่ามกลางธรรมชาติริมแม่น้ำป่าสัก เน้นการอยู่อาศัยแบบ Wellness Living พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ ศูนย์สุขภาพ พยาบาลประจำ 24 ชั่วโมง ระบบปุ่มฉุกเฉิน สนามพัตต์กอล์ฟ สระว่ายน้ำ ห้องอาหาร ห้องสมุด คาราโอเกะ ฟิตเนส สปา และกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพอย่างต่อเนื่อง


รูปแบบที่พักเป็นบ้านชั้นเดียว ขนาดประมาณ 60 ตารางเมตร ประกอบด้วย 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่น ครัว และตกแต่งพร้อมเข้าอยู่ โดยออกแบบให้รองรับรถเข็นและผู้สูงอายุตามมาตรฐาน Universal Design ทั้งระบบปุ่มฉุกเฉิน ราวจับ และทางสัญจรไร้ระดับต่างของพื้น ทั้งนี้ โครงการมีทางเลือกทั้งแบบสัญญาเช่าระยะยาว 30 ปี และสัญญาเช่าตลอดชีพ โดยราคาห้องพักเริ่มต้นประมาณ 1.1 -1.9 ล้านบาท สำหรับสัญญาเช่าตลอดชีพ หรือสิทธิการอยู่อาศัย 30 ปี ขึ้นอยู่กับประเภทห้องและจำนวนผู้พักอาศัย


ขณะที่ ศุภวัฒนาลัย บางไทรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นโครงการรูปแบบขายขาด ภายใต้แนวคิดชุมชนคุณภาพรองรับสังคมสูงวัย ตั้งอยู่ใกล้โรงพยาบาลอำเภอบางไทรเพียงร้อยเมตร โดยมีทั้งทาวน์โฮม 1 ชั้นและบ้านเดี่ยวที่ออกแบบตามหลัก Universal Design พร้อมระบบ Smart Security และพื้นที่ส่วนกลางครบครัน เช่น คลับเฮาส์ ฟิตเนส สระว่ายน้ำ และสวนสาธารณะ ราคาเริ่มต้นประมาณ 1.59 ล้านบาท


ดร.ประทีปกล่าวทิ้งท้ายว่า ไม่มีรูปแบบการอยู่อาศัยใดเหมาะกับทุกคน บางคนอาจเลือกปรับบ้านเดิมให้อยู่ได้ตลอดชีวิต ขณะที่บางคนอาจเลือกย้ายเข้าสู่ชุมชนผู้สูงวัยหรือคอนโดมิเนียมที่ออกแบบรองรับการใช้ชีวิตหลังเกษียณ สิ่งสำคัญคือการเริ่มวางแผนล่วงหน้า เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตในวัยเกษียณได้อย่างอิสระ มีความสุข และมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว

Most Viewed
Fun of Funds
“KTWC-ALPHA” ลงทุน “หุ้นทั่วโลก” สไตล์ “High Conviction”… โอกาสสร้าง “Alpha” ตอบโจทย์ความมั่งคั่งระยะยาว เสนอขายครั้งแรก (IPO) วันที่ 1 – 8 ก.ย. 69 นี้ !!!
Updated 1 day ago
Stock of the Day
CPF ลุยธุรกิจน้ำดื่ม! ทุ่ม 335 ลบ. ถือ BREW 51% โบรกฯ ชี้ดีลไม่แพง ต่อยอดระยะยาว จับตากำไรครึ่งปีหลังฟื้น ให้เป้า 25 บ.
Updated 1 day ago
Fun of Funds
“กองตราสารหนี้โลก”…Upside จำกัด - แต่ได้ Yield สูงชดเชย !!!
Updated 22 hours ago
Stock of the Day
SET นิ่ง แต่เงินไม่ได้นิ่ง! จับตาวอลุ่ม “เก็บ” ก่อนหุ้นวิ่ง รอบนี้โฟกัสกลุ่มโรงพยาบาล BDMS วอลุ่มพุ่ง BH เด้งรับ Cover Short
Updated 1 day ago
Insurance
เมืองไทยประกันชีวิต ยกระดับ MTL Health Services มากกว่าความคุ้มครอง ช่วยลูกค้าวางแผนการรักษาอย่างมั่นใจ
Updated 23 hours ago
Follow Us