Official Update :

“B-ASIA” ลุย “หุ้นเอเชีย” ภูมิภาคแห่งการเติบโต !!!

กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง กองทุนติดดาว กองทุนที่ได้เรทติ้ง Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก


ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม Asia Pacific Ex Japan” ที่มีจุดเด่นเน้นลงทุน “หุ้นเอเชีย” หรือจดทะเบียนอยู่นอกเอเชียแต่ดำเนินธุรกิจหลักในเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น, ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์)


ซึ่งเป็นภูมิภาคแห่งการเติบโต และเป็นเป้าหมายของเม็ดเงินลงทุนที่ไหลออกจาก “หุ้นสหรัฐ” ที่ราคาค่อนข้างแพงออกมาสู่ตลาดอื่นที่มีศักยภาพในการเติบโต ในขณะที่ราคายัง “ไม่แพง”


ปัจจุบันมี Fwd 12M P/E ที่ 11.00 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 14.11 เท่า (ที่มา: Bloomberg, วันที่ 4 ก.ย. 26) ในขณะที่บริษัทต่างๆ มีศักยภาพในการสร้างการเติบโต เป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีแนวโน้มการเติบโตของผลประกอบการ (Earnings Growth) ที่แข็งแกร่งเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่นอีกด้วย


วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มี “กองทุนหุ้นเอเชียแปซิฟิก” ที่น่าสนใจ ดีกรี “กองทุน 5 ดาว” จากทาง Morningstar” มาฝากกัน



“B-ASIA” ลุย “หุ้นเอเชีย” ภูมิภาคแห่งการเติบโต

สำหรับกองทุนที่จะแนะนำในครั้งนี้ มีชื่อว่า B-ASIA: กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นเอเชีย” ที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ บลจ.บัวหลวง มีความเสี่ยง “ระดับ 6” (เสี่ยงสูง) จัดตั้งเมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2568 มีนโยบายเน้นลงทุน “หุ้น” ของบริษัทหรือนิติบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะ ดังนี้ 1) จดทะเบียนในประเทศ, ภูมิภาคเอเชีย หรือ 2) จดทะเบียนในประเทศที่อยู่นอกภูมิภาคเอเชียแต่ดำเนินธุรกิจหลักในประเทศ ภูมิภาคเอเชีย หรือ 3) บริษัทโฮลดิ้งที่มีการลงทุนหลักในบริษัทที่จดทะเบียนในประเทศ ภูมิภาคเอเชีย ทั้งนี้การลงทุนในแถบภูมิภาคเอเชียดังกล่าว ไม่รวมถึงประเทศญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์


ผ่านกองทุนหลัก Invesco Funds - Invesco Asian Equity Fund, Class C (AD) USD ที่บริหารจัดการโดย Invesco Management SA



หน้าตาพอร์ต...สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็น “หุ้นคุณค่า”

จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของกอง ‘B-ASIA’ มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็น “หุ้นคุณค่า” (Value) เป็นสำคัญ


สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 31 ก.ค. 26) มีการกระจายลงทุนใน 5 ประเทศหลัก ประกอบด้วย

  • จีน 25.2%

  • ไต้หวัน 21.3%

  • เกาหลีใต้ 16.4%

  • อินเดีย 7.7%

  • ฮ่องกง 6.8%


ส่วน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงทุนมากสุด ได้แก่

  • Information Technology 32.7%

  • Financials 21.26%

  • Consumer Discretionary 11.1%

  • Communication Services 10.2%

  • Industrials 10.1%


“โดยหุ้นที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) Samsung Electronics 9.6%, 2) Taiwan Semiconductor Manufacturing 9.5%, 3) Tencent Holdings 5.5%, 4) Hon Hai Precision Industry 3.9% และ 5) MediaTek 3.5% ตามลำดับ



ในด้านผลการดำเนินงานของกองทุน ‘B-ASIA’ ตั้งแต่จัดตั้งกอง (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ก.ค. 26) เฉลี่ยอยู่ที่ 6.52% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 7.22% ต่อปี) ขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานเฉลี่ยอยู่ที่ 17.21% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 17.11% ต่อปี) แต่อย่างไรก็ดีในช่วง 5 ปีย้อนหลังกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -26.51%


เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” เพียง 500 บาท เท่านั้น

สำหรับเงื่อนไขการซื้อขั้นต่ำของหน่วยลงทุน “B-ASIA” ใน “ครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” จะอยู่ที่ 500 บาท ขณะที่การขายหน่วยลงทุนนักลงทุนสามารถทำได้โดยไม่มีกำหนดเงื่อนไขการขายขั้นต่ำและยอดคงเหลือขั้นต่ำ แต่ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนจะได้ภายใน 4 วันทำการนับตั้งแต่วันทำการถัดจากวันทำการขายคืนหน่วยลงทุน (T+4)



ส่วนรายละเอียดการซื้อขายในปัจจุบันสามารถทำได้ง่ายๆ โดยผ่านทั้งช่องทางออฟไลน์ผ่านสาขาธนาคารกรุงเทพ, บริษัทจัดการ, ผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืน และในส่วนของช่องทางออนไลน์ อย่าง โมบายแอพฯ Bualuang iBanking และ Bangkok Bank Mobile Banking


สำหรับใครที่มองหาโอกาสลงทุนที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง ราคาไม่แพง และเป็นหนึ่งในเป้าหมายของนักลงทุนทั่วโลก ที่พร้อมจะโตรับ “AI Megatrend” เชื่อว่า “หุ้นเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น)” จะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี


ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’