Official Update :

“K-GEMO” ลุย “หุ้นตลาดเกิดใหม่”...ภูมิภาคแห่งการเติบโต !!!

กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง “กองทุนติดดาว” กองทุนที่ได้เรทติ้ง “Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง’ (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง “Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก


ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม “Emerging Market” ที่มีจุดเด่นเน้นลงทุนใน “หุ้น” กลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ทั่วโลก (Emerging market countries) ไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของ NAV


เป็นตลาดที่ส่งสัญญาณเข้าสู่ “รอบการฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง” (Emerging Bull Cycle) แม้ราคาจะปรับตัวขึ้นมาพอสมควร แต่ในเชิงพื้นฐานและการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนถือว่ายังมี “Upside” ให้เข้าลงทุนได้


นี่จึงทำให้ “หุ้นตลลาดเกิดใหม่” ยังคงน่าสนใจสำหรับการลงทุนระยะยาว ปัจจุบันราคาก็ “ถูก” มี Forward 12M P/E 9.20 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 12.56 เท่า (ที่มา: Bloomberg, วันที่ 18 ก.ย. 26)


วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มี “กองทุนหุ้นตลาดเกิดใหม่” ที่น่าสนใจ ดีกรี “กองทุน 5 ดาว” จากทาง “Morningstar” มาฝากกัน



“K-GEMO” ลุย “หุ้นตลาดเกิดใหม่” ภูมิภาคแห่งการเติบโต

สำหรับกองทุนรวมที่คัดมาแนะนำกันในครั้งนี้ มีชื่อว่า “K-GEMO: กองทุนเปิดเค โกลบอล อีเมอร์จิ้ง มาร์เก็ต ออพพอร์ทูนนิตี้” บริหารจัดการโดย ‘บลจ.กสิกรไทย’ มีความเสี่ยง “ระดับ 6” (เสี่ยงสูง) จัดตั้งเมื่อวันที่ 23 ก.ย. 2553 ที่มีนโยบายลงทุนใน “หุ้น” กลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ทั่วโลก (Emerging market countries) ไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของ NAV


ผ่านกองทุนหลัก ‘Schroder International Selection Fund Global Emerging Market Opportunities, Class A Acc’ ที่บริหารจัดการโดย Schroder Investment Management (Europe) S.A.


ทั้งนี้ กองทุนมีนโยบาย “ปันผล” ไม่เกินปีละ 4 ครั้ง โดยพิจารณาจ่ายทุกสิ้นเดือนม.ค., เม.ย., ก.ค. และ ต.ค. นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนมา จ่ายปันผลไปแล้ว 16 ครั้ง รวม 4.00 บาท/หน่วย



หน้าตาพอร์ต...สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็น “หุ้นเติบโต”

จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของกอง “K-GEMO” มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็น “หุ้นเติบโต” (Growth) เป็นสำคัญ


สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 31 ส.ค. 26) มีการลงทุนใน 5 ประเทศมากสุด ได้แก่

  • China 23.7%

  • Taiwan (Republic of China) 23.4%

  • South Korea 19.0%

  • India 7.3%

  • Brazil 4.9%

กระจายลงทุนกลุ่มอุตสาหกรรมมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

  • Information Technology 41.10%

  • Financials 15.00%

  • Industrials 14.40%

  • Consumer Discretionary 12.80%

  • Materials 6.20%


“โดยหุ้นที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) Taiwan Semiconductor Manufacturing Co Ltd 9.6%, 2) Samsung Electronics Co Ltd 8.3%, 3) SK hynix Inc 7.4%, 4) Tencent Holdings Ltd 4.8% และ 5) AIA Group Ltd 2.2% ตามลำดับ”



“ด้านผลการดำเนินงานของกองทุน ‘K-GEMO’ ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ณ วันที่ 15 ก.ย. 26) เฉลี่ยอยู่ที่ 4.09% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 5.01% ต่อปี) ขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานเฉลี่ยอยู่ที่ 17.42% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 16.63% ต่อปี) อย่างไรก็ดีในช่วง 5 ปีย้อนหลังกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -39.70%”


เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” เพียง
500 บาท เท่านั้น

สำหรับนักลงทุนที่สนใจการลงทุน เงื่อนไขหรือมูลค่าขั้นต่ำของการ “ซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” จะอยู่ที่ 500 บาท ส่วนมูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนจะอยู่ที่ 500 บาทเช่นเดียวกัน ขณะที่ยอดคงเหลือขั้นต่ำจะอยู่ที่ 50 บาท สำหรับระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนคือ 4 วันทำการ หลังจากวันทำรายการขายคืน (T+4)



ส่วนช่องทางการซื้อขายสามารถทำได้ผ่านรูปแบบออฟไลน์อย่าง ธนาคารกสิกรไทยและผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนอื่นที่บริษัทได้แต่งตั้งขึ้น ขณะที่ช่องทางออนไลน์สามารถเปิดบัญชีและซื้อขายได้ผ่านแอพพลิเคชั่นอย่าง K-My Funds​​, K-Cyber และ KPLUS


สำหรับนักลงทุนที่มองหาโอกาสลงทุนในตลาดที่มีศักยภาพเป็นหนึ่งในเป้าหมายของเม็ดเงินลงทุนที่ไหลออกจากตลาดที่แพงแล้ว ยังเป็นหนึ่งในห่วงโซ่อุปทาน “AI” และ “Semiconductor” อย่าง “เอเชียเหนือ” ได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนผ่านสายการผลิตมายังตลาดเกิดใหม่ ที่พร้อมจะเป็นเครื่องจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก ที่สำคัญราคายัง “ถูก” อีกด้วย เชื่อว่า “หุ้นตลาดเกิดใหม่” จะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี


ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’