Official Update :

บิล เกตส์ วิจารณ์คริปโตเป็น 'ทฤษฎีคนโง่กว่า'

บิล เกตส์ วิจารณ์คริปโต-NFTs คือทฤษฎีคนโง่กว่า (Greater fool theory)


บิล เกตส์ นักธุรกิจชื่อดังชาวอเมริกัน หนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ (Microsoft) บุคคลที่ร่ำรวยที่สุดอันดับ 4 ของโลก เจ้าของทรัพย์สิน 125,000 ล้านเหรียญสหรัฐ แสดงจุดยืนชัดเจนมาตลอดว่าเขาไม่ใช่แฟนตัวยงของคริปโตเคอร์เรนซี และ NFTs


CNN รายงานว่าเมื่อวันที่ 15 มิ.ย. ที่ผ่านมา บิล เกตส์กล่าวในที่ประชุม TechCrunch และจุดยืนของเขาก็ยังคงชัดเจน


"แนวโน้มสินทรัพย์ดิจิทัลเหล่านั้นอิงตามทฤษฎีคนโง่กว่า 100%" บิล เกตส์กล่าว โดยอ้างถึงแนวคิดที่ว่านักลงทุนสามารถสร้างรายได้จากสินทรัพย์ที่ไร้ค่า ทำให้มันมีมูลค่าสูงลิบเมื่อนักลงทุนยินดีที่จะจ่ายในราคาแพง


ทั้งนี้ ทฤษฎีคนโง่กว่า หรือ Greater fool theory หมายถึงการที่มีคนยอมซื้อสินทรัพย์ในราคาที่สูงกว่ามูลค่าที่แท้จริงของมัน ซึ่งจะถูกเรียกว่า Fool และมีคนที่ยอมซื้อมันต่อในราคาที่แพงขึ้นอีก เพื่อหวังผลกำไรที่มากขึ้นในอนาคต ก็จะถูกเรียกว่า Greater fool หรือคนโง่กว่านั่นเอง


เหมือนกับกระแส "คลั่งทิวลิป" (Tulip mania) เมื่อเกือบ 400 ปีก่อนที่ทำให้เกิดฟองสบู่แตกครั้งแรกในประวัติศาสตร์โลก


"ผมชอบการลงทุนแบบเก่ามากกว่า ผมเคยชินกับฟาร์มที่มีผลผลิต หรือบริษัทที่สร้างผลิตภัณฑ์" เกตส์เน้นย้ำจุดยืนของเขาที่ก่อนหน้านี้เคยเผยว่าเขาชอบลงทุนในสิ่งที่มีมูลค่า มูลค่าที่ขึ้นอยู่กับว่าเราสร้างผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยมแค่ไหน แต่มูลค่าของคริปโตเป็นเพียงสิ่งที่คนอื่นคิดขึ้นมาว่าต้องจ่ายเท่าไร มันจึงไม่เหมือนกับการลงทุนอื่นๆ


ความคิดเห็นของเกตส์มีขึ้นในขณะที่ตลาดคริปโตเคอร์เรนซียังคงร่วงลงอย่างต่อเนื่อง รวมถึง Bitcoin คริปโตอันดับหนึ่งซึ่งขณะนี้มีราคาอยู่ที่ 21,912 เหรียญสหรัฐ หลังทำออลไทม์ไฮที่ 69,000 เหรียญสหรัฐเมื่อเดือนพ.ย. ปีที่แล้ว


ขณะที่ Coinbase บริษัทซึ่งให้บริการแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลประกาศว่ากำลังเลิกจ้างพนักงาน 18% เนื่องจากตลาดอยู่ในช่วงขาลง


ก่อนหน้านี้เกตส์เคยกล่าวกับ Bloomberg เกี่ยวกับการลงทุนคริปโตเคอร์เรนซีโดยอ้างถึงมหาเศรษฐีเบอร์ 1 ของโลกว่า "ถ้าคุณมีเงินน้อยกว่าอีลอน มัสก์ คุณก็ควรระวัง"


นอกจากนี้ เกตส์ยังเสียดสีว่า "ภาพลิงดิจิทัลคงจะช่วยปรับปรุงโลกนี้ได้อย่างมาก" เกตส์กล่าวโดยอ้างถึง คอลเลกชั่น Bored Ape Yacht Club ซึ่งเป็น NFTs ที่ได้รับความนิยมอย่างมากและมีการซื้อขายกันในราคาสูง


ทั้งนี้ NFTs หรือ Non-fungible tokens เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทหนึ่งที่ใช้บล็อกเชนเช่นเดียวกับคริปโตเคอร์เรนซี ทว่า ต่างกันตรงที่แต่ละโทเคนจะมีลักษณะเฉพาะตัว ซึ่งไม่สามารถทำซ้ำหรือลอกเลียนได้ โดยอาจมาในรูปแบบของภาพวาด ภาพถ่าย ภาพกราฟิก เพลง คลิปวิดีโอ หรือผลงานศิลปะอื่นๆ ในรูปแบบดิจิทัล


โดยส่วนใหญ่สร้างขึ้นบนเครือข่าย Ethereum ซึ่งหลายชิ้นมีราคาสูงอย่างมาก อาทิ Everydays: The First 5000 Days ซึ่งทำยอดขายสูงถึง 69.3 ล้านเหรียญสหรัฐ และทวีตแรกของแจ็ค ดอร์ซีย์ (Jack Dorsey) ผู้ก่อตั้งและซีอีโอทวิตเตอร์ขายไปได้ในราคาสูงถึง 2.9 ล้านเหรียญสหรัฐ แม้ว่าจะเป็นเพียงแค่ข้อความสั้นๆ นักวิจารณ์จึงมองว่า NFTs เป็นเพียงวัตถุเก็งกำไรและไม่มีมูลค่าที่แท้จริง
Post Today