จับตา Bitcoin คำเตือนจากผู้พยากรณ์วิกฤตการเงิน "ระวังตลาดพังครั้งใหญ่"
นอกจากนี้เขายังแสดงความเห็นเกี่ยวกับคริปโตเคอร์เรนซี่ ในขณะที่ตลาดสะเทือนครั้งใหญ่เพราะจีนกวาดล้าง
ไมเคิล เบอร์รี (Michael Burry) นักลงทุนชื่อดังผู้ก่อตั้งบริษัทการลงทุนเอกชน Scion Asset Management และมีชื่อเสียงจากการพยากรณ์วิกฤตการณ์ทางการเงินในปี 2008 ทวีตเตือนถึงอันตรายที่กำลังจะเกิดขึ้นในตลาดการเงินโดยชี้ว่ามันจะเกิด “the mother of all crashes” หรือตลาดพังครั้งใหญ่ที่สุด
"การปั่น/การเก็งกำไรทั้งหมดกำลังเกิดขึ้น ดึงรายย่อยเข้ามาก่อนที่จะเกิดตลาดพังครั้งใหญ่สุด เมื่อคริปโตราคาตกลงมาจากระดับล้านล้านหรือหุ้นมีมตกลงมาจากระดับหลายหมื่นล้าน ความสูญเสียในตลาดหลักจะเทียบเท่าขนาด (จีดีพี) ของประเทศต่างๆ ประวัติศาสตร์ไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลย" เบอร์รีเขียนในทวิตเตอร์ซึ่งต่อมาถูกลบไป เขายังทวีตว่า เขายังให้ความเห็นเกี่ยวกับคริปโตเคอเรนซี โดยยืนยันว่า “ปัญหาของคริปโตก็เหมือนกับ (การลงทุน) อื่นๆ คือเลเวอเรจ ถ้าคุณไม่รู้ว่าเงินดิจิทัลมีเลเวอเรจมากแค่ไหน คุณไม่รู้อะไรเกี่ยวกับคริปโตเลย ไม่ว่าคุณจะคิดว่าคุณรู้มากแค่ไหนก็ตาม”
เบอร์รีกล่าวเสริมว่าเขาไม่ได้เป็นนักวิจารณ์ Bitcoin “ผมไม่ได้เกลียด BTC อนาคตระยะยาวของคริปโตแบบกระจายอำนาจนั้นเปราะบางในโลกที่มีความรุนแรงทางกฎหมาย รัฐบาลรวมศูนย์ที่ไร้หัวใจซึ่งมีท่อน้ำเลี้ยงที่ต่อชีวิตมากจากการผูกขาดสกุลเงิน”
ข้อความข้างต้นเบอร์รีต้องการชี้ให้เห็นวาการเงินแบบระจายอำนาจของเงินดิจิทัลนั้นมีความเสี่ยงคือการออกกฎหมายควบคุมคริปโตโดยรัฐบาลที่ใช้แนวทางการเงินแบบรวมศูนย์และถทอำนาจในการควบคุมสกุลเงินต่างๆ จากตลาดคริปโตที่ทุกคนมีอำนาจเท่ากันด้านการเงินจึงเป้นที่มาของการเงินกระจายอำนาจหรือ DeFi
ทั้งนี้ไมเคิล เบอร์รี เป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีว่าเป็นหนึ่งในนักลงทุนกลุ่มแรกที่คาดการณ์และทำกำไรจากวิกฤตซับไพรม์ที่เกิดขึ้นระหว่างปี 2007 ถึง 2010 โดยในปี 2005 เบอร์รีเริ่มให้ความสำคัญกับตลาดซับไพรม์ จากการวิเคราะห์แนวทางปฏิบัติในการให้สินเชื่อจำนองในปี 2003 และ 2004 เขาทำนายได้อย่างถูกต้องว่าฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์จะล่มสลายในปี 2007
ไมเคิล เบอร์รี (Michael Burry) นักลงทุนชื่อดังผู้ก่อตั้งบริษัทการลงทุนเอกชน Scion Asset Management และมีชื่อเสียงจากการพยากรณ์วิกฤตการณ์ทางการเงินในปี 2008 ทวีตเตือนถึงอันตรายที่กำลังจะเกิดขึ้นในตลาดการเงินโดยชี้ว่ามันจะเกิด “the mother of all crashes” หรือตลาดพังครั้งใหญ่ที่สุด
"การปั่น/การเก็งกำไรทั้งหมดกำลังเกิดขึ้น ดึงรายย่อยเข้ามาก่อนที่จะเกิดตลาดพังครั้งใหญ่สุด เมื่อคริปโตราคาตกลงมาจากระดับล้านล้านหรือหุ้นมีมตกลงมาจากระดับหลายหมื่นล้าน ความสูญเสียในตลาดหลักจะเทียบเท่าขนาด (จีดีพี) ของประเทศต่างๆ ประวัติศาสตร์ไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลย" เบอร์รีเขียนในทวิตเตอร์ซึ่งต่อมาถูกลบไป เขายังทวีตว่า เขายังให้ความเห็นเกี่ยวกับคริปโตเคอเรนซี โดยยืนยันว่า “ปัญหาของคริปโตก็เหมือนกับ (การลงทุน) อื่นๆ คือเลเวอเรจ ถ้าคุณไม่รู้ว่าเงินดิจิทัลมีเลเวอเรจมากแค่ไหน คุณไม่รู้อะไรเกี่ยวกับคริปโตเลย ไม่ว่าคุณจะคิดว่าคุณรู้มากแค่ไหนก็ตาม”
เบอร์รีกล่าวเสริมว่าเขาไม่ได้เป็นนักวิจารณ์ Bitcoin “ผมไม่ได้เกลียด BTC อนาคตระยะยาวของคริปโตแบบกระจายอำนาจนั้นเปราะบางในโลกที่มีความรุนแรงทางกฎหมาย รัฐบาลรวมศูนย์ที่ไร้หัวใจซึ่งมีท่อน้ำเลี้ยงที่ต่อชีวิตมากจากการผูกขาดสกุลเงิน”
ข้อความข้างต้นเบอร์รีต้องการชี้ให้เห็นวาการเงินแบบระจายอำนาจของเงินดิจิทัลนั้นมีความเสี่ยงคือการออกกฎหมายควบคุมคริปโตโดยรัฐบาลที่ใช้แนวทางการเงินแบบรวมศูนย์และถทอำนาจในการควบคุมสกุลเงินต่างๆ จากตลาดคริปโตที่ทุกคนมีอำนาจเท่ากันด้านการเงินจึงเป้นที่มาของการเงินกระจายอำนาจหรือ DeFi
ทั้งนี้ไมเคิล เบอร์รี เป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีว่าเป็นหนึ่งในนักลงทุนกลุ่มแรกที่คาดการณ์และทำกำไรจากวิกฤตซับไพรม์ที่เกิดขึ้นระหว่างปี 2007 ถึง 2010 โดยในปี 2005 เบอร์รีเริ่มให้ความสำคัญกับตลาดซับไพรม์ จากการวิเคราะห์แนวทางปฏิบัติในการให้สินเชื่อจำนองในปี 2003 และ 2004 เขาทำนายได้อย่างถูกต้องว่าฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์จะล่มสลายในปี 2007
Most Viewed
Sustainability
“Thai ESG” และ “Thai ESSGX”… จะมีการแสดงข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมในแต่ละส่วน !!!
Updated 14 hours ago
Wealth EZ
“ทางเลือก” การลงทุนใหม่ๆ (2)… “Crypto Assets” !!!
Updated 9 hours from now
Fun of Funds
“ES-CHEQ” ลุย 50 “หุ้นจีน A-Share”... รับ “ศก.ฟื้นตัว” ตอบโจทย์ความมั่งคั่ง “ระยะยาว” !!!
Updated 21 hours ago
Stock of the Day
GULF-ADVANC นำหุ้น Big Cap พุ่ง บอนด์ยีลด์ลด หนุนไฟฟ้า-สื่อสาร วัฏจักรลงทุนโลกฟื้น ชี้ไทยโดดเด่น
Updated 1 day ago
Fun of Funds
“Finnomena” ตั้งเป้า AUA ปีนี้ทะยานแตะ 8.5 หมื่นล้านบาท มุ่งสู่การเป็นผู้นำ “WealthTech Platform” ของไทย !!!
Updated 1 day ago
Follow Us
