ส่อง 6 ธีมเด่น “โค้งสุดท้ายปี26”... ชูธีม “AI” ยังเป็น Megatrend ที่โดดเด่น !!!
Fun of Funds: รู้หรือไม่?...ล่าสุด “IMF” ยังมองเศรษฐกิจโลกเติบโต 3.1% ในปีนี้ และ 3.4% ในปีหน้า (ที่มา: World Economic Outlook, October 2026)
แม้เผชิญแรงกดดันจากเงินเฟ้อที่ยังสูงกว่ากรอบเป้าหมาย ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่กระทบต่อภาคพลังงาน และราคาน้ำมันที่ทรงตัวในระดับสูง
ขณะที่ “การชะลอตัวทางเศรษฐกิจ” ในช่วงที่ผ่านมาเป็นเพียง “ภาวะชั่วคราว” เท่านั้น
“ธ.กลางหลัก” ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก ยังคงให้ความสำคัญกับการควบคุมเงินเฟ้อ ส่งผลให้ภาวะการลงทุนเปลี่ยนจากการขับเคลื่อนด้วยสภาพคล่องและดอกเบี้ยต่ำ ไปสู่การให้ความสำคัญกับการเติบโตของกำไรและคุณภาพของงบดุลมากขึ้น
ในช่วงโค้งสุดท้ายของปี26 นี้ ยังมี 6 ธีมการลงทุนที่น่าสนใจ รับ “โลกการลงทุนยุคใหม่”
ทั้ง 6 ธีมเด่น ที่น่าสนใจมีอะไรบ้างนั้น ตามทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthy Thai’ ไปดูพร้อมๆ กันได้เลย

ส่อง 6 ธีมเด่น “โค้งสุดท้ายปี26”...รับมือ “โลกการลงทุนยุคใหม่”
โดย “ณัฐพล จันทร์สิวานนท์” กรรมการผู้จัดการ สายการลงทุน บลจ.ยูโอบี บอกว่า ด้วยบริบทของเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน “ปัญญาประดิษฐ์” (AI) ยังคงเป็น “Megatrend” สำคัญของตลาดการเงินโลก แต่การลงทุนมีความแตกต่างกันมากขึ้นระหว่างบริษัทที่สามารถสร้างรายได้และมีกระแสเงินสดแข็งแกร่ง กับบริษัทที่ยังพึ่งพาเงินทุนเพื่อการเติบโต ขณะเดียวกัน ผลตอบแทนของตลาดหุ้นทั่วโลกมีแนวโน้มกระจายตัวกว้างขึ้น จากการที่การเติบโตของกำไรเริ่มขยายจากกลุ่มเทคโนโลยีไปสู่กลุ่มพลังงาน การเงิน และสุขภาพ ทั้งนี้บริษัทยังคงให้น้ำหนักการลงทุนในตลาดสหรัฐ และญี่ปุ่นเป็นหลัก

(ณัฐพล จันทร์สิวานนท์)
1) “ตลาดสหรัฐ”: ได้รับแรงสนับสนุนจากการเติบโตของผลประกอบการที่แข็งแกร่งและวัฏจักรการลงทุนด้าน AI ที่ยังดำเนินต่อเนื่อง โดยเน้นหุ้นขนาดใหญ่คุณภาพสูงและบริษัทในห่วงโซ่อุปทาน AI ที่มีความสามารถในการสร้างรายได้อย่างชัดเจน
2) “ตลาดญี่ปุ่น”: ยังได้รับปัจจัยบวกจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ การปฏิรูปธรรมาภิบาลภาคธุรกิจ และการหลุดพ้นจากภาวะเงินฝืดอย่างยั่งยืน “การปรับฐาน” ในระยะสั้นเป็นโอกาสสำหรับการเข้าลงทุนระยะยาว
3) “ตลาดเอเชีย”: ยังคงแนะนำการลงทุนแบบคัดเลือกเป็นรายประเทศและรายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ “AI” และ “Semiconductor” เนื่องจากเศรษฐกิจจีนยังเผชิญความท้าทายจากภาคอสังหาริมทรัพย์และการบริโภคที่ฟื้นตัวช้า
4) “ตราสารหนี้”: ภายใต้สภาวะที่อัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับสูง “ตราสารหนี้คุณภาพสูง” อายุสั้นถึงปานกลางยังคงมีความน่าสนใจจากผลตอบแทนที่อยู่ในระดับดีและช่วยสร้างรายได้สม่ำเสมอให้แก่พอร์ตการลงทุน
5) “หุ้นไทย”: คงเป้าหมาย SET Index ปี26 ที่ 1,650 จุด โดยมองว่ากำไรบริษัทจดทะเบียนยังอยู่ในทิศทางฟื้นตัวต่อเนื่อง พร้อมให้น้ำหนักการลงทุนใน 5 ธีมหลัก ได้แก่ New Capex Cycle, Fiscal Stimulus, War-end Rally, Inflation Hedge และ Defensive Yield
“โดยให้น้ำหนักสูงสุดกับกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากการลงทุนด้าน AI, Data Center และโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งมีศักยภาพเป็นกลไกขับเคลื่อนการเติบโตและการปรับเพิ่มประมาณการกำไรของตลาดในระยะ 2-3 ปีข้างหน้า”
6) “ธีม Electrification”: โดย “ธนโชติ รุ่งสิทธิวัฒน์” กรรมการผู้จัดการ บลจ.เอ็มเอฟซี มองว่า “ธีมการใช้พลังงานไฟฟ้า” (Electrification) ทั่วโลกเป็นอีกธีมการลงทุนที่น่าสนใจ เป็นเมกะเทรนด์ จากความต้องการใช้งานพลังงานไฟฟ้าของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษ และกำลังเข้าสู่ช่วงขยายตัวอีกครั้ง จากแรงหนุนของ Data Centers , AI, รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลและการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม ส่งผลให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นต่อเนื่อ นอกจากนี้ ความต้องการใช้ไฟฟ้าในสหรัฐยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะเพิ่มขึ้นถึง 55% ในช่วงปี 2020–2040 จากแรงขับเคลื่อนสำคัญของการขยายตัวของ Data Center และ AI การเติบโตของภาคอุตสาหกรรม รวมถึงการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานไฟฟ้าในภาคส่วนต่างๆ ส่งผลให้จำเป็นต้องเร่งลงทุนเพิ่มทั้งกำลังการผลิตและโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้า เพื่อรองรับความต้องการที่สูงขึ้น

(ธนโชติ รุ่งสิทธิวัฒน์)
“โดยมีการประเมินว่า สหรัฐ อาจเผชิญช่องว่างกำลังการผลิตไฟฟ้า (Supply Gap) ประมาณ 40 กิกะวัตต์ (GW) ภายในปี2030 ซึ่งสะท้อนถึงความจำเป็นในการขยายกำลังผลิตไฟฟ้า การพัฒนาระบบส่งและจำหน่ายไฟฟ้า ตลอดจนการยกระดับโครงข่ายไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนโอกาสการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Electrification ในระยะยาว”
ความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น จำเป็นต้องลงทุนเพิ่มเติมตลอดห่วงโซ่พลังงาน ตั้งแต่การผลิตไฟฟ้า (Power Generation), ระบบโครงข่ายไฟฟ้า (Grid & Transmission), อุปกรณ์ไฟฟ้า (Electrification Equipment), ระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage) ไปจนถึงการใช้งานไฟฟ้าปลายทาง (End-use Applications) ดังนั้น การใช้พลังงานไฟฟ้า จึงเป็นหนึ่งในแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง (Structural Trend) ที่สร้างโอกาสการลงทุนในบริษัททั่วโลกที่เกี่ยวข้องกับการผลิต ส่งผ่าน จัดเก็บ และการใช้ไฟฟ้า
สำหรับใครที่กำลังมองหาโอกาสลงทุนในในช่วงโค้งสุดท้ายปี26 เชื่อว่า 6 “ธีมเด่น” ดังกล่าวจะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ ที่จะช่วยสร้างความมั่งคั่ง รับมือ “โลกการลงทุนยุคใหม่” ได้เป็นอย่างดี
