นักวิเคราะห์คาดอีก 4 ปีท่องเที่ยวไทยฟื้นเต็มที่
แม้ว่าการเปิดประเทศจะช่วยให้การท่องเที่ยวขาเข้าของไทยเริ่มฟื้นตัว แต่นักวิเคราะห์มองว่าจะฟื้นตัวเต็มที่กลับสู่ระดับก่อนโควิดต้องใช้เวลาอีก 4 ปี
CNBC รายงานสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย และการผ่อนมาตรการควบคุมโรค รวมถึงการยกเลิกเคอร์ฟิว พร้อมเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว
หลังจากที่รัฐบาลประกาศผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 แบบค่อยเป็นค่อยไป เพื่อรองรับการเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวจาก 63 ชาติ เดินทางเข้าไทยโดยไม่ต้องกักตัว ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. เป็นต้นไป
เซียน เฟนเนอร์ (Sian Fenner) หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำภูมิภาคเอเชียจาก Oxford Economics กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่พึ่งพาการท่องเที่ยวมากที่สุดในภูมิภาค โดยคิดเป็นประมาณ 21% ของ GDP ในปี 2019 ซึ่งการจำกัดการเดินทางส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างมหาศาล และเป็นเหตุให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจของประเทศไทยล่าช้ากว่าประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค
เฟนเนอร์ คาดการณ์ว่าการท่องเที่ยวขาเข้าของไทยจะเริ่มฟื้นตัวในปี 2022 โดยคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะอยู่ที่ 66% แต่ก็ยังคงต่ำกว่าระดับในปี 2019 ก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยมองว่าการเดินทางขาเข้าของนักท่องเที่ยวต่างชาติจะฟื้นตัวเต็มที่กลับสู่ระดับก่อนโควิดในปี 2025
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาตินั้นอาจยังไม่เกิดขึ้นในทันที เนื่องจากนักท่องเที่ยวอาจยังคงเผชิญกับข้อกำหนดในการเดินทางหรือการกักตัวของประเทศของตน ประกอบกับการที่ประเทศไทยยังอยู่ในลิสต์ประเทศเสี่ยงสูงของหลายประเทศ
ด้านนักเศรษฐศาสตร์ของ Bank of America มองว่าเป็นข่าวดีสำหรับภาคการท่องเที่ยวของประเทศไทย และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและค่าเงิน แต่ก็ยังคงมีความเสี่ยง
เนื่องจากประเทศไทยยังมีประชากรที่ได้รับวัคซีนโควิด-19 ครบโดสแล้วไม่ถึงร้อยละ 50 ของประชากรทั้งหมด ซึ่งนับว่าเป็นอัตราที่ค่อนข้างต่ำสำหรับป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยเฉพาะอย่างยิ่งสายพันธุ์เดลตา
ขณะที่ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอย่าง กัมพูชา มาเลเซีย และสิงคโปร์ มีประชากรฉีดวัคซีนครบโดสแล้วมากกว่าร้อยละ 78, ร้อยละ 75 และร้อยละ 82 ตามลำดับ
อย่างไรก็ตาม บางพื้นที่ในประเทศไทยเช่นกรุงเทพฯ มีประชากรกว่า 75% ได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว
นอกจากนี้ยังคาดการณ์ว่านักท่องเที่ยวจากจีนซึ่งคิดเป็นประมาณ 1 ใน 4 ของนักท่องเที่ยวต่างชาติในไทยในปี 2019 จะยังคงไม่กลับมาจนถึงครึ่งหลังของปี 2022 เนื่องจากจีนได้ปิดพรมแดนและการเดินทางระหว่างประเทศส่วนใหญ่ตั้งแต่ปีที่แล้ว ภายใต้กลยุทธ์จำกัดโควิด-19 ให้เป็นศูนย์ ซึ่งส่งผลให้มีการล็อกดาวน์จำนวนมาก แม้ว่าจะมีรายงานผู้ติดเชื้อเพียงไม่กี่รายก็ตาม
ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 2 ขยายตัว 7.5% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่าเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ ที่เติบโตระหว่าง 11.8% ถึง 16.1% โดย Oxford Economics คาดการณ์การเติบโตของ GDP ไทยปีนี้อยู่ที่ 1.8%
CNBC รายงานสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย และการผ่อนมาตรการควบคุมโรค รวมถึงการยกเลิกเคอร์ฟิว พร้อมเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว
หลังจากที่รัฐบาลประกาศผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 แบบค่อยเป็นค่อยไป เพื่อรองรับการเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวจาก 63 ชาติ เดินทางเข้าไทยโดยไม่ต้องกักตัว ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. เป็นต้นไป
เซียน เฟนเนอร์ (Sian Fenner) หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำภูมิภาคเอเชียจาก Oxford Economics กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่พึ่งพาการท่องเที่ยวมากที่สุดในภูมิภาค โดยคิดเป็นประมาณ 21% ของ GDP ในปี 2019 ซึ่งการจำกัดการเดินทางส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างมหาศาล และเป็นเหตุให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจของประเทศไทยล่าช้ากว่าประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค
เฟนเนอร์ คาดการณ์ว่าการท่องเที่ยวขาเข้าของไทยจะเริ่มฟื้นตัวในปี 2022 โดยคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะอยู่ที่ 66% แต่ก็ยังคงต่ำกว่าระดับในปี 2019 ก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยมองว่าการเดินทางขาเข้าของนักท่องเที่ยวต่างชาติจะฟื้นตัวเต็มที่กลับสู่ระดับก่อนโควิดในปี 2025
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาตินั้นอาจยังไม่เกิดขึ้นในทันที เนื่องจากนักท่องเที่ยวอาจยังคงเผชิญกับข้อกำหนดในการเดินทางหรือการกักตัวของประเทศของตน ประกอบกับการที่ประเทศไทยยังอยู่ในลิสต์ประเทศเสี่ยงสูงของหลายประเทศ
ด้านนักเศรษฐศาสตร์ของ Bank of America มองว่าเป็นข่าวดีสำหรับภาคการท่องเที่ยวของประเทศไทย และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและค่าเงิน แต่ก็ยังคงมีความเสี่ยง
เนื่องจากประเทศไทยยังมีประชากรที่ได้รับวัคซีนโควิด-19 ครบโดสแล้วไม่ถึงร้อยละ 50 ของประชากรทั้งหมด ซึ่งนับว่าเป็นอัตราที่ค่อนข้างต่ำสำหรับป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยเฉพาะอย่างยิ่งสายพันธุ์เดลตา
ขณะที่ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอย่าง กัมพูชา มาเลเซีย และสิงคโปร์ มีประชากรฉีดวัคซีนครบโดสแล้วมากกว่าร้อยละ 78, ร้อยละ 75 และร้อยละ 82 ตามลำดับ
อย่างไรก็ตาม บางพื้นที่ในประเทศไทยเช่นกรุงเทพฯ มีประชากรกว่า 75% ได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว
นอกจากนี้ยังคาดการณ์ว่านักท่องเที่ยวจากจีนซึ่งคิดเป็นประมาณ 1 ใน 4 ของนักท่องเที่ยวต่างชาติในไทยในปี 2019 จะยังคงไม่กลับมาจนถึงครึ่งหลังของปี 2022 เนื่องจากจีนได้ปิดพรมแดนและการเดินทางระหว่างประเทศส่วนใหญ่ตั้งแต่ปีที่แล้ว ภายใต้กลยุทธ์จำกัดโควิด-19 ให้เป็นศูนย์ ซึ่งส่งผลให้มีการล็อกดาวน์จำนวนมาก แม้ว่าจะมีรายงานผู้ติดเชื้อเพียงไม่กี่รายก็ตาม
ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 2 ขยายตัว 7.5% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่าเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ ที่เติบโตระหว่าง 11.8% ถึง 16.1% โดย Oxford Economics คาดการณ์การเติบโตของ GDP ไทยปีนี้อยู่ที่ 1.8%
Most Viewed
Sustainability
“Thai ESG” และ “Thai ESSGX”… จะมีการแสดงข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมในแต่ละส่วน !!!
Updated 11 hours ago
Wealth EZ
“ทางเลือก” การลงทุนใหม่ๆ (2)… “Crypto Assets” !!!
Updated 12 hours from now
Fun of Funds
“ES-CHEQ” ลุย 50 “หุ้นจีน A-Share”... รับ “ศก.ฟื้นตัว” ตอบโจทย์ความมั่งคั่ง “ระยะยาว” !!!
Updated 18 hours ago
Fund Move
บลจ.กสิกรไทย ตอกย้ำผู้นำธุรกิจจัดการลงทุนไทย กวาด 17 รางวัลการันตีความเป็นเลิศจากเวทีไทยและสากล
Updated 1 day ago
Stock of the Day
GULF-ADVANC นำหุ้น Big Cap พุ่ง บอนด์ยีลด์ลด หนุนไฟฟ้า-สื่อสาร วัฏจักรลงทุนโลกฟื้น ชี้ไทยโดดเด่น
Updated 1 day ago
Follow Us
